
ยกฟ้อง'อลงกรณ์'หมิ่น'เนวิน'รุกที่รถไฟ
ศาลยกฟ้อง 'อลงกรณ์' หมิ่นประมาท 'ชัย - เนวิน' กล่าวหารุกที่รถไฟ 'เขากระโดง' ชี้จำเลยหาข้อมูลจนเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจก่อนแถลงข่าว ส่วนโจทก์เป็นนักการเมือง เป็นธรรมดาที่ต้องถูกตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ก.ค. 55 ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.522/2550 ที่ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคภูมิใจไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และละเมิด เรียกค่าเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 28-29 ม.ค. 50 นายอลงกรณ์ แถลงข่าวและแจกจ่ายเอกสารการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายเนวิน และนายชัย เป็นนักการเมืองผู้มีอิทธิพลในจังหวัดบุรีรัมย์ บุกรุกที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ ต.เขากระโดง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รวม 2 แปลง จำนวนกว่า 44 ไร่ โดยใช้อิทธิพลความเป็นนักการเมืองให้ออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แล้วนำที่ดินไปจำนอง กับสหธนาคาร และธนาคารกรุงไทย วงเงินกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงเกินจริง ทำให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ มีนายเนวินและนายศุภชัยเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงออกโฉนดถูกต้องตามระเบียบของกรมที่ดิน และมีผู้รับมอบอำนาจจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมาระวังแนวเขต ทั้งยังสามารถอธิบายความเป็นมาของการออกโฉนดที่ดินทั้งสองแปลง โดยมีหลักฐานยืนยันประกอบการเบิกความว่า ที่ดินทั้งสองแปลง นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยาของนายเนวิน ซื้อมาจากนายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล และสำนักงานที่ดินจังหวัดมีหนังสือลงวันที่ 11 มี.ค. 52 ซึ่งมีความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนว่า ที่ดินทั้งสองแปลงไม่ได้ออกทับที่ดินของการรถไฟฯ จึงมีมติไม่ควรเพิกถอนที่ดินทั้งสองแปลง ที่นายเนวิน ยอมรับว่าก่อนที่นางกรุณา จะซื้อที่ดินนั้นนายเนวิน รู้อยู่แล้วว่า มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสร้างทางรถไฟหลวงจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ซึ่งเจือสมกับทางนำสืบของจำเลยว่า ก่อนการแถลงข่าวจำเลยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเอกสารของการรถไฟฯ กรมที่ดิน และเอกสารการตรวจสอบของ กมธ.พิจารณาสอบสวนและศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตของวุฒิสภาแล้ว
นอกจากนี้ จำเลยยังได้ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินของการรถไฟทางแยกเขากระโดง ที่ระบุว่า นายชัย บริษัทศิลาชัยบุรีรัมย์ และนางละออง ชิดชอบ เป็นผู้ครอบครองที่ดิน รวมทั้งระบุด้วยว่า นายเนวิน ขออาศัยที่ดินของการรถไฟฯ และการรถไฟฯ ยินยอมให้อาศัย จึงเห็นได้ว่าพฤติการณ์แห่งคดีเกี่ยวกับออกโฉนดที่ดินพิพาทยังเป็นกรณีที่พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสอง และพยานหลักฐานของจำเลยยืนยันในทางตรงกันข้ามว่า การออกโฉนดที่ดินเป็นไปโดยชอบหรือไม่ กรณีจึงมีเหตุให้จำเลยเข้าใจว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นของการรถไฟฯ และหลังจากการแถลงข่าวจำเลยมีหนังสือถึง พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธาน กมธ.คมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้น เพื่อให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดิน จึงเห็นได้ว่าก่อนการแถลงข่าวจำเลยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นลำดับขั้นตอน สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของเอกสารหลักฐาน รวมทั้งยังอธิบายข้อเท็จจริงในเรื่องที่ได้สืบสวนมาที่ไม่ใช่การแถลงข่าวอย่างปัจจุบันทันด่วน หรือการกล่าวอ้างลอย ๆ ที่ปราศจากพยานหลักฐาน แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่า มีมูลความจริงตามที่จำเลยแถลงข่าวโดยไม่มีเจตนาใส่ความโจทก์ทั้งสอง
แม้ข้อความที่แถลงข่าวอาจเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสอง แต่เมื่อโจทก์ทั้งสองเป็นนักการเมืองเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง รวมทั้งเสนอตัวต่อประชาชนให้เลือกเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็แสดงว่าตนเองเป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตไว้วางใจให้เข้าไปบริหารกิจการแทนประชาชน ดังนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องถูกตรวจสอบความถูกต้องของการปฏิบัติงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ การที่จำเลยแถลงข่าวกรณีดังกล่าว จึงมีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบเพื่อป้องกันการมีส่วนได้ส่วนเสีย อันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (1) และ (3) จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง
นายอลงกรณ์ กล่าวหลังจากฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ตนทำหน้าที่ตรวจสอบโดยสุจริต โดยยึดหลักข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ได้มีการโกรธเคืองเป็นการส่วนตัว



