ข่าว

วิกฤติแรงงานอาชีวะส่งผลกระทบการลงทุน

วิกฤติแรงงานอาชีวะส่งผลกระทบการลงทุน

11 ก.ค. 2555

วิกฤติแรงงานอาชีวะส่งผลกระทบการลงทุนจากต่างชาติ : โดย...ดร.มังกร หริรักษ์ อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

              น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่จุดเด่นที่สุดของอาชีวศึกษาของไทยนั้น อยู่ในยุคการเสื่อมโทรมอย่างที่สุด และได้ส่งผลให้เกิดวิกฤติแรงงานอาชีวะที่ส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจลงทุนจากต่างชาติในประเทศไทยด้วย

              การเรียนระดับสถานศึกษาบางแห่ง เคยเป็นความหวัง เมื่อองค์กรระหว่างประเทศคือ The United Nation Development Program : UNDP และ International Labour Organization : ILO ได้ให้เงินทุนมากว่า 100 ล้านบาท สร้างคณะวิชาเทคโนโลยีการผลิต (Production Technology) ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดของโลก

               แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมา 20 ปี มาถึงปัจจุบันนี้ เมื่อไปสำรวจอีกครั้งเห็นได้ชัดว่า ทุกอย่างเสื่อมโทรมลง ขาดการดูแลรักษาทั้งอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร ห้องเรียน โรงฝึกงาน ที่สำคัญที่สุด คือการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องกับครูขาดหายไป สภาพการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผลผลิตของชิ้นงาน ที่จะนำไปสู่การศึกษาเชิงพาณิชย์จึงไม่มีให้เห็น นักเรียนนักศึกษาจึงขาดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ สถานประกอบมองไม่เห็นความสำคัญเหมือนเช่นเคยผูกพันใกล้ชิด จึงมีแต่จุดอ่อนและอุปสรรคตามมา

               หากย้อนกลับไปดูอดีตของสถานศึกษาอาชีวะอีกหลายๆ แห่ง ที่ได้รับการพัฒนาสนับสนุนจากองค์กรสากลระดับนานาชาติ จนมีต้นทุนทางการศึกษาที่ดีมาโดยลำดับ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO) โดยมหาวิทยาลัยฮาวายแห่งสหรัฐอเมริกา จากองค์กรยูนิเซฟ โครงการเงินกู้ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) UNESCO CIDA JICA และจากรัฐบาลของประเทศเยอรมนี ออสเตรีย เดนมาร์ก เป็นต้น ก็เคยให้ความสำคัญและช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

               แต่สุดท้ายก็หมดหวังเมื่อการช่วยเหลือหมดก็หมดกันไป สุดที่จะเยียวยา เพราะการเยียวยาต้องมาจากการจัดสรรงบประมาณส่วนกลาง ลำพังสถานศึกษาคงไม่เพียงพอที่จะรักษาสภาพถึงระดับคุณภาพได้

               ที่ยังพอมี แต่ต้องรีบดำเนินการด่วนและจริงจัง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต้องโชว์ฝีมือ เลือกวิทยาลัยเทคนิคและสถานศึกษาประเภทอื่นๆ จำนวน 50 แห่ง ที่ดีและมีศักยภาพ จัดเป็นโครงการนำร่องนำกลับมาทบทวนเพื่อปฏิรูปกันใหม่ ดำเนินการภายในระยะเวลาสั้นๆ 1 ปี ให้เป็นทองเนื้อแท้ของอาชีวะ

               เริ่มต้นด้วยการควานหาบุคลากรแถวหน้ามาเป็นผู้อำนวยการชั้นดี มีวิสัยทัศน์ด้านช่างอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี รู้หลักการบริหารอาชีวศึกษาที่เก่งในการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม มีภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน มีภาวะผู้นำสูง มุ่งมั่นที่จะพัฒนาครู ผู้เรียน ให้รู้เท่าทันโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าศักดิ์ศรีของชาวอาชีวศึกษาจะกลับมาอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น จะนำศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไปข้างหน้า
ด้วยงบพัฒนาอาชีวศึกษาที่ประกาศลั่นว่ามีถึง 2,000 ล้านบาท ถ้าไม่โกงก็ขอดึงมาสัก 25% ไปเติมพลังให้แก่ 50 สถานศึกษาที่เลือกสรรมาแล้ว และให้ ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์ เลขาธิการอาชีวศึกษา ผู้มีความสามารถสูงด้านยุทธศาสตร์การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการมาก่อนเป็นผู้ดูแลด้วยตนเอง

              ฟันธงได้เลยว่า ภาคเอกชนที่ต้องการกำลังคนต้องพึงพอใจแน่ๆ

              อย่าให้อายพม่า ในช่วงการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ในกรุงเทพฯ นางออง ซาน ซูจี บุคคลสำคัญของพม่าได้กล่าวไว้ในเรื่องการพัฒนาประเทศ ท่านเน้นระบบการศึกษาด้านอาชีวศึกษา เป็นหนทางให้เยาวชนมีงานทำ การมีงานทำของประชาชนจะลดปัญหาทางสังคมเช่นเดียวกัน คุณวอลเทอร์ เครชมาร์ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน (Thai-German Institute : TGI) ได้กล่าวกับผู้บริหารสถานศึกษาของอาชีวศึกษาว่า "ปัจจัยสำคัญที่ชาวต่างชาติลงทุนในประเทศไทย ก็คือแรงงานอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ"

.........................................................
(วิกฤติแรงงานอาชีวะส่งผลกระทบการลงทุนจากต่างชาติ : โดย...ดร.มังกร หริรักษ์ อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา)