ข่าว

'ปู'ปัดเยือนกัมพูชามีผลประโยชน์ทับซ้อน

'ปู'ปัดเยือนกัมพูชามีผลประโยชน์ทับซ้อน

10 ก.ค. 2555

'นายกฯ' ยันเยือนกัมพูชาไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมชี้แจงสถาณการณ์บ้านเมืองต่อสหรัฐฯ วอนหยุดความขัดแย้งช่วยพัฒนาศก.ปท. สั่ง 'เฉลิม' คุมม็อบ 13 ก.ค.นี้

                            10 ก.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ระบุว่ารัฐบาลเตรียมหารือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในการเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชา ในวันที่ 13 กรกฎาคม ว่า ไม่มี  วันนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีชี้แจงทั้งหมดแล้วถึงกำหนดการที่ไปเยือนประเทศกัมพูชา ซึ่งมี 2 วาระใหญ่ๆ คือการเป็นแขกของนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในการไปพูดปาฐกถาให้ภาคเอกชน และไปหารืออย่างเป็นทางการกับประเทศกัมพูชา ซึ่งถือเป็นเพื่อนบ้านและประเทศในกลุ่มอาเซียน เราก็ควรไปหารือทวิภาคี ซึ่งจะมีโอกาสนัดหารือกัน 2-3 ข้อนี้

                            ผู้สื่อข่าวถามว่าการไปพบประเทศกัมพูชาจะหารือกันในเรื่องใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะหารือการทำงานตามปกติ และเรื่องความร่วมมืออื่นๆ แต่ยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน

                            ผู้สื่อข่าวถามว่าจะหารือกรณีเขาพระวิหารหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงจะคุยในแง่รายละเอียด หรือคุยในแง่ของการทำงานมากกว่า ว่าจะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ของเราในทุกๆด้าน มีโอกาสพัฒนาปรับปรุงในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆส่วนจะหารือเรื่องการถอนกำลังทหารตามคำสั่งศาลโลกหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของทางกระทรวงกลาโหม ที่จะหารือกันในทางปฏิบัติ อะไรที่เป็นความร่วมมือกันได้ก็คงจะทำ

                            ทั้งนี้เมื่อถามว่าหากข้อมีข้อสงสัยจากสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองจะชี้แจงอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า พร้อมที่จะชี้แจง โดยเราจะชี้แจงความเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอาจจะมีความคิดเห็นต่างๆ เราก็สนับสนุนการแสดงความคิดเห็นตามครรลองของระบบประชาธิปไตย เราในฐานะรัฐบาลพยายามร่วมมือเพื่อให้เกิดความสงบและความปรองดองในประเทศ

                            สำหรับกรณีเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมจะชี้แจงอย่างไนั้นร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็จะยืนยันความพร้อม ซึ่งในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆหรือโรงงานต่างๆของสหรัฐอเมริกา เราจะมีแผนเร่งด่วนซึ่งได้ดำเนินการนิคมอุตสาหกรรม และแนวป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ

                            เมื่อถามว่าจะคุยอะไรกับสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับทิศทางของประเทศไทย  น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หลักในการพูดคุยจะคล้ายกับที่พูดคุยกันในการประชุมเวิลด์อิโคโนมิค ฟอร์รั่ม(WEF) ซึ่งจะตอกย้ำจุดยืนของประเทศไทยว่าประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อในภูมิภาคอาเซียน ส่วนสหรัฐอเมริกาเราจะมองความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกาต่อกลุ่มอาเซียน ซึ่งเราจะยืนยันในความแข็งแรง ในการรวมตัวของอาเซียนให้เป็นหนึ่ง และมีความพร้อมในอีก 3 ปีข้างหน้า และความร่วมมือของภูมิอาเซียน สุดท้ายจะตอกย้ำการลงทุนของนักลงทุนสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย

                            ต่อข้อถามที่ว่าจะใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชาให้เป็นประโยชน์อย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้อะไรที่เราคุยกันได้ เป็นความร่วมมือภายใต้กรอบกฎหมาย เราต้องแยกว่าความสัมพันธ์ต่างๆ ก็เป็นไปตามความสัมพันธ์ทางการทูตปกติ ดังนั้นข้อกฎหมายเราต้องเดินหน้าในส่วนของผลประโยชน์ที่ดีที่สุด และรักษาผลประโยชน์ของประเทศให้เต็มที่ อันนี้คือหน้าที่ของเรา ในฐานะปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศสูงสุด แต่ทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ต่างๆในด้านอื่นสามารถดำเนินไปได้

                            อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าจะมีการนำมติเอ็มโอยู 2544 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมาหารือหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงเลย วันนี้เอาแค่ว่ารื้อฟื้นความสัมพันธ์ก็หนักแล้ว วันนี้เราเอาแค่ตรงนี้ก่อน

 

'ปู'วอนหยุดความขัดแย้งช่วยพัฒนาเศรษฐกิจปท.

                            น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ว่าการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร ก็จะสร้างความขัดแย้งและแตกแยกในสังคมไทย แล้วจะมีมาตรการดูแลอย่างไรว่า เราต้องช่วยกัน เพราะว่าความขัดแย้งต่างๆ เราต้องให้เวลาในการพูดคุยกันเราต้องให้มุมทั้ง 2 มุม มองมุมว่าการตอบโต้กันไป ก็เป็นพียงสิ่งหนึ่งที่จะตอบโต้ข้อโต้แย้งของทั้ง 2 ฝ่าย แต่อย่าลืมว่าวันนี้เราอยู่ในสถานการณ์ของประเทศที่เราไม่ได้เจอแค่ด้านนี้ด้านเดียว แต่เราเจอปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นใจ ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งความมั่นคงหรือความสงบ ที่จะพูดคุยกันด้วยสันติวิธี ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ตรงนี้ต้องขอความร่วมมือด้วย

                            เมื่อถามย้ำว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินออกมาอย่างไร ทั้ง 2 ฝ่ายควรยุติความเคลื่อนไหวหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การแสดงออกขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและสันติวิธี ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลความสงบ ซึ่งร.ต.อ.เฉลิมได้กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในทุกพื้นที่แล้ว ในการช่วยดูแลความสงบและความปลอดภัย ซึ่งถ้าทุกคนช่วยกันคงจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น