
ครม.ออกกม.ให้อำนาจนายกฯเรียกกำลังพลสำรองปฎิบัติหน้าที่ได้
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 19พ.ค.นายศุภชัย ใจสุมทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. ให้ความเห็นชอบ ร่างพรบ.กำลังพลสำรอง พ.ศ. .... และร่างพรบ.รับราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวม 2 ฉบับ
ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ และให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ในฐานะคณะกรรมการกำลังพลสำรอง สามารถเรียกกำลังพลสำรองมาปฎิบัติการ ได้ในกรณีที่มีภัยร้ายแรงอื่น ๆ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยร่างพรบ.กำลังพลสำรอง พ.ศ. .. .มีสาระสำคัญคือ
1.กำหนดประเภทบุคคลที่เป็นกำลังพลสำรอง ได้แก่ นายทหาร สัญญาบัตร กองหนุน นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ นายทหารสัญญาบัตรนอกกอง นายทหาร ประทวนกองหนุน พลทหารกองหนุน ทหารกองหนุนประเภทที่ 2 และทหารกองเกน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายข้อบังคับทหาร หรือระเบียบข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมกำหนดลักษณะของทหารแต่ละประเภทดังกล่าว (ร่างมาตรา 3)
2. กำหนดให้ในกรณีที่มีพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎข้อบังคับ หรือระเบียบใดที่มีบทบัญญัติเป็นการกำหนดสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลซึ่งเข้ารับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการรับราชการทหารตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ให้การรับราชการทหารดังกล่าวหมายความถึงการรับราชการทหารของกำลังพลสำรองตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 4)
3. กำหนดให้มี “คณะกรรมการกำลังพลสำรอง” ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ รมว.กลาโหม เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เจ้ากรมเสมียนตรา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน 6 คน เป็นกรรมการ
โดยให้เจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหมเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เจ้ากรมกำลังพลทหารบก เจ้ากรมกำลังพลทหารเรือ และเจ้ากรมกำลังพลทหารอากาศ เป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างมาตรา 6)
และกำหนดให้คณะกรรมการกำลังพลสำรองมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับกิจการกำลังพลสำรอง เสนอแนะครม.เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำลังพลสำรอง พิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องเกี่ยวกับกิจการกำลังพลสำรอง พิจารณากำหนดแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับกิจการกำลังพลสำรอง เสนอแนะต่อกระทรวงกลาโหมในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่กำลังพลสำรอง และศึกษาและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายหรือแผนการพัฒนากิจการกำลังพลสำรองและการกำหนดกำลังสำรองแห่งชาติประเภทอื่นเพื่อประโยชน์ในการเตรียมพลของประเทศ (ร่างมาตรา 10)
4. กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับกิจการกำลังพลสำรอง
4.1 กำหนดให้กำลังพลสำรองมีหน้าที่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อปฏิบัติราชการ เพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม และในการระดมพล โดยกำหนดกรอบให้การเรียกพลต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตและวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้โดยได้นำหลักการดังกล่าวมาจากข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเตรียมพล พ.ศ. 2515 (ร่างมาตรา 15)
4.2 กำหนดให้การบรรจุรายชื่อกำลังพลสำรองในหน่วยทหารและการแจ้งให้กำลังพลสำรองทราบต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงกลาโหมกำหนด (ร่างมาตรา 16 วรรคหนึ่ง)
4.3 กำหนดให้กำลังพลสำรองซึ่งเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนา เปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล หรือเลขประจำตัวประชาชนมีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไปยังหน่วยทหารที่ตนมีรายชื่อ และกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน (ร่างมาตรา 16 วรรคสองและวรรคสาม และร่างมาตรา 23)
4.4 กำหนดให้การส่งคำสั่งเรียกพลหรือหมายเรียกพลต้องกระทำเป็นหนังสือ และให้ส่งหนังสือดังกล่าวโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือการปิดคำสั่งหรือหมาย (ร่างมาตรา 17)
4.5 กำหนดให้กระทรวงกลาโหมมีอำนาจรับสมัครกำลังพลสำรองเพื่อเข้ารับราชการทหารเป็นการชั่วคราวได้ (ร่างมาตรา 18)
4.6 กำหนดให้กำลังพลสำรองที่เข้ารับราชการทหารต้องอยู่ในวินัยทหารและมีฐานะเช่นเดียวกับข้าราชการทหารหรือทหารกองประจำการ โดยให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน การเลื่อนยศ หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด แล้วแต่กรณี (ร่างมาตรา 19 และร่างมาตรา 20)
5. กำหนดโทษทางอาญาสำหรับกำลังพลสำรองที่หลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหาร หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนา หรือการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล หรือเลขประจำตัวประชาชน (ร่างมาตรา 21 ร่างมาตรา 22 และร่างมาตรา 23)
6. กำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับให้นำกฎกระทรวง กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แบบแผน ประกาศ คำสั่ง หรือมติของสภากลาโหมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดให้ทหารกองเกินและทหารกองหนุนมีหน้าที่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลหรือระดมพล ที่ออกตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับการรับราชการทหารของกำลังพลสำรองตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการออกกฎกระทรวง กฎ ข้อบังคับ ระเบียบแบบแผน ประกาศ คำสั่ง หรือมติของสภากลาโหมตามพระราชบัญญัตินี้ขึ้นใช้บังคับ (มาตรา 24)
ส่วนร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...มีสาระสำคัญคือ1. ยกเลิกความในมาตรา 36 มาตรา 46 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 เนื่องจากได้นำหลักการเกี่ยวกับการกำหนดหน้าที่ของทหารกองเกินและทหารกองทุนในการเรียกพลหรือระดมพล และโทษสำหรับการฝ่าฝืนไม่เข้ารับราชการทหารดังกล่าวไปกำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. … . แล้ว (ร่างมาตรา 3 และร่างมาตรา 5)
2. แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว (ร่างมาตรา 4)



