ข่าว

 ทักษิณ 'รับ' เพื่อ 'รุก'

ทักษิณ 'รับ' เพื่อ 'รุก'

10 ก.ค. 2555

ทักษิณ 'รับ' เพื่อ 'รุก' ด้วยเหตุผลเดียวคือเพื่อความ 'ปลอดภัย' ของรัฐบาล

สงครามการเมืองในห้วงยามนี้ เดินเกมกันด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย ทั้งรุก-ทั้งรับ สลับกันไป  ฝ่ายทักษิณ ซึ่งกุมอำนาจรัฐอยู่ในมือ มีมวลชนมหาศาลหนุนหลังเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก รายล้อมอารักขาคุ้มกันทุกตารางนิ้ว ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม กลับแสดงอาการปอดแหกขึ้นมาดื้อๆ สั่งถอยทัพ สับขาหลอก หลอกกระทั่งมวลชนของตัวเอง

 ด้วยเหตุผลเดียวคือเพื่อความ 'ปลอดภัย' ของรัฐบาล

 ตั้งแต่การลงมติวาระ 3 ของรัฐธรรมนูญ หรือกรณีที่องค์การนาซ่า มาขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ทั้งสองเรื่องนี้มีกระแสสังคมหนุนหลังอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะเป็นความชอบธรรมที่จะรองรับหากตัดสินใจเดินหน้าจริงๆ

 แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย เลือกที่จะ 'ถอย' มากกว่า 'สู้'

 ตั้งเกมรับ มากกว่าเปิดเกมรุก

 ล่าสุด พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ที่ก่อนหน้านี้กระเหี้ยนกระหือรือจะยัดเข้าสภาฯ ให้ได้ ม็อบจะล้อมสภา ฝ่ายค้านจะขัดขวางอย่างไรก็ตะบี้ตะบันยกมือโหวตกันจนได้ วันนี้ดูท่าจะชะลอเอาไว้ก่อน ท่าทีวันก่อนกับวันนี้ ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ราวกับคนประสาทเสื่อม ไม่อยู่กะร่องกะรอย

 สถานการณ์แบบนี้นึกถึงการประเมินของ 'นกรู้' ทางการเมือง อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกเอาไว้ในที่ประชุม ครม. เมื่อวันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2555 วันนั้นเขาเสนอให้ปิดสภาฯ ไม่ต้องยกมือโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ตามกระแสเรียกร้องของมวลชนคนเสื้อแดง

 "วันนี้เหมือนกับเราดำน้ำแข่งกัน ใครดำอึดกว่าก็ชนะ ใครอดทนน้อยกว่าก็แพ้ แต่ถ้าเราดึงดันไปเพื่อจะโหวตวันนี้ก็จะเสียของ ถ้าโหวตวันนี้ ก็แพ้วันนี้เลย หรือถ้าเราเดินต่อไปก็จะเป็นการผลักนายกฯ เข้าสู่คิลลิงโซนทันที"

 อดีต ผอ.พรรค อย่าง ปลอดประสพ สุรัสวดี  ก็วิเคราะห์ไว้ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะประเด็นองค์การนาซ่าขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ท่านบอกว่าหากรัฐบาลเดินหน้าให้นาซ่าเข้ามาทำโครงการนี้ในประเทศไทยได้ ก็กลัวว่าฝ่ายค้านจะไปฟ้องศาลปกครอง แล้วถ้าเกิดศาลปกครองรับคุ้มครองชั่วคราว

อีกคนจะไปฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) ฟ้องผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐบาลไม่ต้องทำงานกันพอดี ครม.อาจจะตกเป็นจำเลยทั้งคณะเหมือนการที่ นพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ไปลงนามเพื่อเปิดทางให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่เพียงผู้เดียว

 แหล่งข่าวที่ไปทัวร์ดูไบ เล่าว่า ทักษิณ สั่งให้เดินเกมอย่างระมัดระวังที่สุด อย่าแข็งข้อกับศาล ถ้าถอยได้ ก็ถอย ค่อยๆ เดินไปช้าๆ อย่างมั่นคง พยายามรักษารัฐบาลให้อยู่ได้ อย่าให้มีปัญหาขัดแย้งกันจนรัฐบาลสั่นคลอน

 ส่วน 'ขุนค้อน' สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร วิเคราะห์การเมืองว่า เกมของพรรคเพื่อไทยตอนนี้ 'ถอยเพื่อรอวันรุก'

 เขามองว่า การเดินหน้า พ.ร.บ.ปรองดอง ตอนนี้จะยิ่งทำให้บ้านเมืองเกิดความตึงเครียด สุดท้ายไม่มีใครได้ประโยชน์ และทักษิณ ก็ไม่ได้กลับ แต่ถ้าชะลอการพิจารณา พ.ร.บ.ปรองดองออกไปก่อน ทอดเวลาไปก่อนสัก 3-6 เดือน เอากฎหมายนี้ไปประชุมหารือ หรือที่เรียกว่า 'สานเสวนา' หรือ 'ประชาเสวนา' แล้วเอากลับเข้ามาใหม่

 นาทีนี้ ทักษิณ สั่งเช็คแนวรบแถวหน้าทั้งรัฐสภาและพรรคเพื่อไทย ให้เน้น 'ป้องกันตัว' ไม่ให้ผลีผลาม ล้ำเข้าไปในเขตแดนของฝ่ายตรงข้าม ดินแดนที่พรรคเพื่อไทยเรียกว่า แดนสังหารทางการเมือง หมายถึงว่าอย่าไปเปิดช่อง เปิดโอกาสให้มีการยุบพรรคหรือถูกตัดสิทธิทางการเมืองกันอีก

 เบื้องหลังที่ทักษิณ กลายเป็นแมวเซื่องๆ เพราะเขาซาบซึ้งดีถึงความน่าสะพรึงกลัวของขบวนการอำมาตย์ ที่ตามหลอกหลอนเขามา 5 ปี

 กว่าจะโงหัวขึ้นมาตั้งลำสู้ได้ เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น

 ขณะเดียวกันก็สั่งแกนนำเสื้อแดง ไฮด์ปาร์คปลุกอารมณ์ไปเรื่อยๆ เผื่อไว้ว่าถ้าเจอตุลาการจัดหนักจะได้มีเกราะป้องกัน ไม่โดนน็อคง่ายเหมือนแต่ก่อน