ข่าว

'ก่อแก้ว'ยันมวลชลแดงไม่กดดันศาล

'ก่อแก้ว'ยันมวลชลแดงไม่กดดันศาล

10 ก.ค. 2555

'ก่อแก้ว' ยัน ศุกร์ 13 นปช. ไม่เคลื่อนกดดันศาล คาดผลวินิจฉัยออกมา 2 แนวทาง ด้าน'เฉลิม'ไหว้พระให้มติศาลรธน.รอมชอมลั่นกลุ่มไหนป่วนเจอจับ ขณะที่'กฤษฎีกา'รอครม.สรุปแนวคำแถลงปิดคดีส่งศาลรัฐธรรมนูญ "เต้น" สั่งเสื้อแดงเฝ้าอิมพีเรียลไม่ไปศาลรธน. เชื่อศุกร์ 13

                10 ก.ค. 55 นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำนปช. ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์ สปริงนิวส์ ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 13 ก.ค. ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าศาลคงจะคำวินิจฉัยออกมาไม่แรง โดยวินิจฉัยออกมา 2 แนวทางคือ มีอำนาจรับคำร้อง เมื่อศาลมีอำนาจรับคำรัองก็วินิจฉัยต่อ และคงวินิจฉัยว่าร่างรธน.ร่างใหม่ได้ แต่จะล้มล้างการปกครองหรือไม่ หรือแก้ทั้งฉบับไม่ได้ แต่ให้แก้รายมาตรา โดยหลักการถ้าศาลวินิจฉัยว่ารับคำร้องได้โดยไม่ผ่านอัยการสูงสุดก็จะเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของรธน.ปัจจุบัน และหลักการประชาธิปไตยพื้่นฐาน เพราะถ้าศาลสามารถแทรกแซงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติได้ แสดงว่ามีอำนาจเหนือนิติบัญญัติ จะทำให้อำนาจไม่สมดุลย์กัน เราก็คงไม่สามารถยอมรับได้เพราะผิดหลักรุนแรง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพวกตนได้ยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ท่าน ต่อประธานวุฒิสภา หากศาลวินิจฉัยอย่างนี้ ก็คงต้องปล่อยให้กระบวนการถอดถอนเดินหน้าไป และคงไม่ออกมาชุมนุมประท้วงมากไปกว่านี้

                   "วันที่ 13 ก.ค.  พวกเราจะไม่ไปชุมนุมที่ศาลรธน. แต่ทราบว่าฝ่ายตรงข้ามคงไปเกณฑ์อดีตคอมมิวนิสต์มาคุ้มครองศาลอีก จึงขอร้องทุกฝ่ายอย่าไป หากจะขับเคลื่อนอะไรก็ให้รอหลังคำวินิจฉัย เพราะหากไปอยู่ที่เดียวกัน สังคมอาจวิตกกังวลได้" นายก่อแก้ว กล่าว

 

"เฉลิม"ไหว้พระให้มติศาลรธน.รอมชอมลั่นกลุ่มไหนป่วนเจอจับ

                    ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ด้วยสีหน้าที่สดใสยิ้มแย้มแจ่มใสถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีรับคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291  เป็นการล้มล้างการปกครองตาม มาตรา 68 หรือไม่ว่า เท่าที่ตรวจสอบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากตำรวจไม่น่าจะมีอะไรรุนแรงเพราะหลายฝ่ายยังไม่ทราบว่าคำตัดสินจะเป็นลักษณะอย่างไร 

                   “แต่ผมยังมองสถานการณ์แง่ดีว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย และหากมีการชุมนุมไม่ว่าสีไหนผมสั่งตำรวจห้ามใช้กำลัง ให้เจรจา เข้มแข็งได้แต่ต้องนุ่มนวลและเรียบร้อย นิสัยผมไม่นิยมความรุนแรง ส่วนที่คนมองว่า พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เป็นสายเหยี่ยวสายอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่ ท่านเป็นสายหมอรักษาคนไข้ทุกวันอาทิตย์ที่สำนักแพทย์ คลอง 5 คลอง 6 ใจดีจะตายไป และตำรวจยุคนี้เขาใจเย็น รองนายกฯใจเย็นคนอื่นจะใจร้อนได้ไง”รองนายกฯ กล่าว

                    เมื่อถามว่า แสดงว่ามองว่าวันศุกร์ที่ 13 ก.ค.นี้ คำวินิจฉัยจะออกมาในลักษณะรอมชอม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนก็สวดมนต์ไหว้พระว่าอย่างนั้น เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญออกมาขัดแย้งกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ขัดแย้งกับอัยการสูงสุดบ้านเมืองมันยุ่ง อย่าไปทำความยุ่งยากเลย เช่นเดียวกับ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ออกมาระบุว่า ถ้าการเมืองนิ่งเศรษฐกิจก็จะดี  ส่วนที่มีการระบุว่าหากเกิดอะไรขึ้นแล้วรองนายกฯต้องรับผิดชอบนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องการฆ่าแกงกันไม่มีอยู่แล้ว  พรรคเพื่อไทยใจดี นุ่มนวลเรียบร้อย

                    ส่วนที่หากสถานการณ์เป็นไปในทางลบรัฐบาลจะเอาอยู่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “อยู่ครับ เรียบร้อย” ต้องใช้การเจรจา ประคับประคอง ใช้กำลังไม่ได้ แสดงออกได้ แสดงความคิดเห็นได้แต่ตำรวจใช้กำลังไม่ได้ ส่วนที่มีกลุ่มคนจ้องนำสถานการณ์มาป่วนบ้านป่วนเมืองก็ต้องจับตรงไปตรงมา

                    ต่อข้อถามที่ว่า คำชี้แจงในส่วนของรัฐบาลให้ใครเป็นคนรับผิดชอบ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ตน  แต่เป็นหน้าที่ของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

                     เมื่อถามว่า ศุกร์ 13 จะเป็นฝันหวานของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลหวานมานานแล้วนี่ เลือกตั้งเมื่อไรก็ชนะเมื่อนั้น ส่วนฝ่ายค้านก็ค้านต่อไป

 

"กฤษฎีกา"รอครม.สรุปแนวคำแถลงปิดคดีส่งศาลรัฐธรรมนูญ

                    นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการจัดทำร่างคำแถลงปิดคดีในส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ต้องรอฟังจาก ครม.ก่อนว่าจะมอบหมายให้ทำหรือไม่ แต่หากมอบหมายให้ทำก็จะจัดทำในแนวเดียวกับที่ได้ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ และคงสามารถทำร่างได้เสร็จทันกำหนด

                     ส่วนกรณีที่มองกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐธรรมนูญ จะทำให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเสียหายหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้กฤษฎีกายืนยันเองว่าสามารถกระทำได้และไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง นายอัชพร กล่าวว่า ไม่ เป็นเหมือนคดีทั่วไป เพราะความเห็นแต่ละคดีที่ผ่านมามีความแตกต่างกันได้เสมอ จะยุติอย่างไรก็อย่างนั้น ศาลยังมี 3 ศาล มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้

                    เมื่อถามว่า หลังจากได้ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญไปแล้วมีความมั่นใจหรือไม่ว่าในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญจะยกคำร้อง เลขาธิการกฤษฎีกาตอบว่า ไม่ได้มีความมั่นใจอะไรเพราะเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องใช้ดุลยพินิจชั่งน้ำหนักจากคำชี้แจง ซึ่งทุกคดีที่ขึ้นศาลไม่มีใครมั่นใจได้ว่าใครจะชนะหรือแพ้ ตอนนี้คงยังพูดไม่ได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนที่ศาลกำลังจะพิพากษา อย่างไรก็ตามหลังจากศาลวินิจฉัยในวันที่ 13 ก.ค. ผลจะออกมาเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่รัฐบาลและรัฐสภาจะดำเนินการต่อไป




"เต้น"  สั่งเสื้อแดงเฝ้าอิมพีเรียลไม่ไปศาลรธน. เชื่อศุกร์ 13 ก.ค. คำวินิจฉัยในทางบวก

          นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ถึงการคาดการณ์การพิจารณาตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันศุกร์ ที่ 13 ก.ค. ว่า ถ้าจะพูดหรืออธิบายว่าในวันที่ 13 ก.ค.เป็นวันอาถรรพ์ เป็นวันแห่งความสยองขวัญ ตนคิดว่าวันที่ 13 ก.ค.ที่จะมาถึงนั้น ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่าน่าจะเป็นวันที่ยืนยันว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในสภาวะไร้รัฐธรรมนูญ หมายความว่าตั้งแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และมีคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการดำเนินการเท่ากับว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในสภาวะไร้รัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศถูกคนกลุ่มหนึ่งเลือกบังคับใช้ตามอำเภอใจ แล้วสามารถดำเนินการนอกเหนือจากอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญได้ก็เท่ากับว่ามีคนบางกลุ่มอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ และเมื่อเป็นเช่นนั้นก็แสดงว่ารัฐนี้ดำรงอยู่ในสภาพไร้รัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของการเมืองในไทยปัจจุบัน ถือเป็นความสยองขวัญของวันศุกร์ที่ 13 ก.ค.ที่จะมาถึง
 
         ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเตรียมพร้อมรับผลที่จะออกมาอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เราไม่มีความวิตกกังวลอะไร เพราะรัฐบาลดำเนินการมาอย่างถูกต้องทั้งตามกฎหมายและปรากฏชัดเจนในสายตาประชาชน ยืนยันอีกครั้งว่าหลังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะออกมาอย่างไรจะทำให้รัฐบาลนี้มีเข้มแข็งขึ้นด้วยการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ แต่ดูเหมือนการตีความของบางฝ่ายในวันที่ 13 ก.ค.กำลังรู้สึกว่าจะเป็นวันแห่งความหวัง จะเป็นวันที่ชักนำอำนาจเข้ามาสู่พวกตัวเอง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ดูว่าจะมีความมั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยไปในทางลบจนเปิดโอกาสให้ตัวเองกลับเข้าสู่อำนาจอีกครั้ง เรื่องนี้อยากบอกว่าเรื่องที่จะเป็นรัฐบาลหรือการเข้าสู่อำนาจของพรรคการเมือง มันทำได้ด้วยวิธีการเดียวคือได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนส่วนใหญ่ขงประเทศ แต่ถ้ามารอลุ้นให้ศาลตัดสิน หรือมาลุ้นการดำเนินการนอกกฎบัตรกฎหมายแบบนี้รังแต่จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธามากยิ่งขึ้น
 
         เมื่อถามว่า แกนนำคนเสื้อแดงวิเคราะห์เลวร้ายที่สุดผลจะเป็นอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เลวร้ายที่สุดศาลก็จะวินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญผิดกฎหมายในทุกกรณี แล้วก็อาจเลยเถิดไปถึงวิกฤติทางการเมืองต่อไปได้ และหลายคนก็วิเคราะห์ว่าอาจถึงขั้นยุบพรรคด้วยก็เป็นได้
 
         “แต่สำหรับผมไม่มองเช่นนั้น แต่มองว่าสถานการณ์ขณะนี้ประชาชนทั้งประเทศเข้าใจดีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งผมเชื่อว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องตระหนักเช่นเดียวกันว่าดำเนินการในสิ่งใดลงไปและต้องเข้าใจว่าคำวินิจฉัยในวันศุกร์ที่ 13 ก.ค.นี้จะมีผลสำคัญต่อสถานการณ์บ้านเมือง ถ้าตัดสินกันตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ก็ไม่มีปัญหา แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจหน้าที่จึงเชื่อว่าศาลจะตระหนักในเรื่องนี้เป็นสำคัญ และค่อนข้างมั่นใจว่าคำวินิจฉัยของศาลจะออกมาในทางที่ดี” แกนนำคนเสื้อแดง กล่าว
 
         เมื่อถามถึงท่าทีของกลุ่มคนเสื้อแดงหากคำวิจิฉัยเป็นไปในทางลบ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงปฏิเสธการดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น และถ้าคำวินิจฉัยออกมาเป็นไปในทางลบแกนนำคนเสื้อแดงก็จะประชุมกันทันทีก่อนที่จะมีการประกาศมาตรการการเคลื่อนไหว และสิ่งที่ทำนั้นไม่ใช่เป็นการปกป้องรัฐบาลหรือปกป้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เราต้องการปกป้องหลักการที่ถูกต้องของระบอบประชาธิปไตย ปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจอธิปไตยของประชาชน เพราะจะปล่อยให้บ้านเมืองอยู่โดยไร้รัฐธรรมนูญไม่ได้ และการพูดของตนวันนี้ไม่ได้เป็นการกดดันศาล แต่เป็นการพูดกันไปตามเนื้อผ้า พูดกันตามข้อเท็จจริง
 
         “ยืนยันว่าจะไม่มีการเคลื่อนมวลชนของกลุ่มคนเสื้อแดงไปปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญในวันที่วินิจฉัยอย่างแน่นอน ไม่เหมือนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่ากองทัพปลดแอกประชาชน เอาประชาชนไปล้อมศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันไต่สวนและประกาศว่าจะไปที่ศาลในวันวินิจฉัยด้วย ซึ่งหมายความว่าถ้าศาลตัดสินออกมาแล้วไม่เป็นไปตามที่ต้องการกองทัพปลดแอกจะบุกเข้าปลดศาลหรือเปล่า ก็ไม่ทราบได้ ตรงนี้ต่างหากที่น่าจะเรียกว่าเป็นการกดดัน สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงจะติดตามความเคลื่อนไหวในที่ตั้งโดยแกนนำทั้งหมดจะไปรวมตัวกันที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว” นายณัฐวุฒิ กล่าว
 
         เมื่อถามว่าหากเกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกคิดว่าจะมีอำนาจนอกระบบเข้ามาอีกหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นการใช้อำนาจนอกระบบอยู่แล้ว เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้วิธีการนอกเหนือบทบัญญัติของกฎหมายเข้ามาดำเนินการ เรื่องนี้ก็ชัดเจน ซึ่งอยากให้ทุกฝ่ายตระหนักผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสถานการณ์ เพราะเราทราบดีว่ามีคนบางกลุ่มต้องการล้มรัฐบาล แต่อยากให้เลือกดาบหรือวิธีการหน่อย ถ้าใช้วิธีการที่ไม่สามารถยอมรับได้แทนที่จะล้มรัฐบาล อาจทำให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้นจากการสนับสนุนของประชาชน ความอยุติธรรมไม่ต้องเกิดกับตัวเองเพียงแค่เห็นว่ากำลังเกิดขึ้นคนก็รับไม่ได้แล้ว

 

 

ผบช.น.มั่นใจคุมม็อบ 2 ฝ่ายหน้าศาลรัฐธรรมนูญ

                  พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.แสดงความมั่นใจว่าการชุมนุมของกลุ่มมวลชนสองฝ่ายทั้งสนับสนุนและคัดค้าน กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกรณีแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าข่ายเป็นการกระทำอันล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตาม มาตรา 68 ในวันศุกร์ที่ 13 ก.ค.นี้ จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เนื่องจากการข่าวไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติแต่อย่างใด

                  "ในส่วนของกำลังตำรวจนั้น จะใช้กำลังทั้งหมดจำนวน 6 กองร้อย ดูแลความสงบเรียบร้อย ป้องกันการกระทบกระทั่งกันของมวลชน โดยมีแผนรักษาความปลอดภัยองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บ้านพัก และศาลรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร ในส่วนของกำลังที่เตรียมไว้เพียงพอรับมือได้ ทั้งนี้มีการประชุมประเมินสถานการณ์ทุกวัน จึงมั่นใจว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แน่นอน" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว