ข่าว

2โจ๋ลวงแท็กซี่ฆ่าปาดคอชิงทรัพย์

2โจ๋ลวงแท็กซี่ฆ่าปาดคอชิงทรัพย์

10 ก.ค. 2555

2 โจ๋คราบผู้โดยสาร ลวงโชเฟอร์แท็กซี่ส่งหมู่บ้านดัง ย่านรามคำแหง ถึงที่มืด-เปลี่ยวชักมีดปาดคอฆ่าตายคารถ ล่าสุดตร.ได้ภาพวงจรปิด คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีเร็ว ๆ นี้

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 02.10 น. วันที่ 10 ก.ค. 55  พ.ต.ท.รักศักดิ์ รุ่งแสง พงส.(สบ3) สน.บางชัน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ภายในซอยหมู่บ้านสัมมากร 16 ซอยรามคำแหง 112 แขวงและเขตสะพานสูง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตชา ผกก.สน.บางชัน พ.ต.ท.เจิดเกษม ศิริโชติ สว.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติเวช แพทย์เวร รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

          ที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยว หน้าบ้านเลขที่ 144/9 ซึ่งเป็นร้านสุกฤตา ซักอบรีด พบรถเก๋งแท็กซี่ สีชมพู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส ทะเบียน ทศ 3357 กรุงเทพฯ ประตูหน้าด้านคนขับเปิดออก ใกล้กันนั้นพบศพ นายเสาร์ นามโพ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 21/17 อาคาร 7 เอื้ออาทรมีนบุรี แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ โชเฟอร์รถคันดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถจมกองเลือด สภาพศพมีรอยถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอ แผลยาวเกือบ 10 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ตรวจพบว่ากระเป๋าสตางค์ยังอยู่ ภายในมีเงินสด 800 บาท

          สอบสวนเบื้องต้น ลูกจ้างร้านซักอบรีดให้การว่า ช่วงประมาณตี 1 เศษ ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ ตะโกน “ช่วยด้วย” ประมาณ 5 ครั้ง และมีการบีบแตรรถยาว ๆ อีก 2 ครั้ง ก่อนจะเงียบเสียงไป จึงเปิดไฟร้านและออกไปดู พบศพดังกล่าว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยตนพบว่าผู้ตายมักจะจอดรถหน้าป้ายรถเมล์ใกล้กับหมู่บ้านเป็นประจำ สำหรับซอยนี้ ปกติจะมืดและเปลี่ยว

          เจ้าหน้าที่สืบสวนที่ป้อมรปภ.ของหมู่บ้าน พบว่า รถคันดังกล่าววิ่งเข้ามาแลกบัตรตอน 01.40 น. และภายในรถ นอกจากผู้ตาย พบผู้โดยสาร 2 คน เป็นชายวัยรุ่น สวมเสื้อสีขาวทั้งคู่ โดยคนนั่งหน้าข้างผู้ตายสวมแว่น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะโบกเรียกรถจากหน้าหมู่บ้านให้ไปส่งภายใน เมื่อรถวิ่งเข้ามาถึงจุดเกิดเหตุก็ลงมือก่อเหตุหมายชิงทรัพย์ แต่เมื่อลงมือเสร็จ ปรากฏว่า มีคนออกมาดูและทางเจ้าหน้าที่เดินทางมาเร็ว จึงรีบหลบหนีไป ซึ่งจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าป้อมรปภ.หมู่บ้าน และล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ตร.ตรวจกล้องวงจรปิดหาเบาะแสคนร้าย

 

          เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รอง ผบก.น.4 ได้เรียก พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตชา ผกก.สน.บางชัน ฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน พ.ต.อ.อุทัย กวินเดชาทร ผกก.สส.บก.น.4 และเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.4 ประชุมหารือการติดตามคนร้าย โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้น พ.ต.อ.สาโรช ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ได้ภาพวงจรปิดจากป้อมยามหน้าหมู่บ้านแล้ว ตั้งแต่รถเข้าไปในหมู่บ้าน รวมทั้งพยานบุคคลด้วย โดยพบว่า คนร้ายมี 2 คน คนหนึ่งนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนอีกคนนั่งอยู่เบาะหลัง แต่ภาพยังไม่ชัดเจนเท่าไร ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคดำเนินการก่อน ส่วนสาเหตุตั้งไว้ประเด็นเดียวคือชิงทรัพย์ แต่ที่คนร้ายไม่เอาทรัพย์สินไปด้วย คาดว่าตอนเกิดเหตุอาจเกิดความผิดพลาด หรือมีอุปสรรคอะไรบางอย่าง จึงอาจทำให้คนร้ายรีบหลบหนีไปก่อน ดังนั้นขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสักระยะ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนได้มีเป้าหมายอยู่ในใจแล้ว คาดว่าน่าจะได้ตัวคนร้ายในเร็ว ๆ นี้

          พ.ต.อ.สาโรช กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้อยากจะฝากถึงคนขับแท็กซี่ เรื่องการรับผู้โดยสาร ควรใช้ความระมัดระวัง สังเกตและเลือกรับ หากเห็นท่าไม่ดีก็ให้ขับรถไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง รวมถึงหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เปลี่ยว เพราะเป็นจุดล่อแหลมให้คนร้ายลงมือก่อเหตุได้ง่ายขึ้น 

          ต่อมา น.ส.ศิริพร คำกอง อายุ 39 ปี ภรรยาผู้ตาย ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สน.บางชัน พร้อมกล่าวว่า เพิ่งทราบเรื่องที่สามีถูกฆ่าตายเมื่อช่วงเช้า ซึ่งระหว่างที่เดินทางไปทำงาน ตนรู้สึกมึนงง และตกใจ ไม่คิดว่าสามีจะถูกฆ่าตายจริง ๆ เพราะที่ผ่านมาสามีเป็นคนอารมณ์ดี พูดคุยเก่ง ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร ส่วนใหญ่สามีจะขับรถแท็กซี่กะกลางคืน ออกไปขับรถตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็นจนถึง 6 โมงเช้าเป็นประจำทุกวัน ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น คิดว่าน่าจะเป็นการชิงทรัพย์ แต่ทรัพย์สินของสามีตนก็ไม่มีอะไรมาก ไม่มีสร้อยแหวนเงินทองใส่ มีเพียงเงินสดติดตัวไปนิดหน่อยเท่านั้น หลังจากนี้ยังไม่ทราบว่าจะนำศพไปตั้งไว้ที่วัดไหน ต้องรอญาติพี่น้องสามีที่อยู่จังหวัดขอนแก่น เดินทางมาก่อน จึงจะตกลงกันอีกทีว่าจะนำศพไปไว้ที่ไหน