ข่าว

'แทน เทือกสุบรรณ'พบDSIคดีรุก'เขาแพง'

'แทน เทือกสุบรรณ'พบDSIคดีรุก'เขาแพง'

09 ก.ค. 2555

'แทน เทือกสุบรรณ' เข้าพบ 'ดีเอสไอ' รับทราบข้อกล่าวหาคดีเขาแพง ปัดบุกรุกป่าสงวนฯ ระบุเข้าใจผิด พรบ.ป่าไม้ ด้าน 'ธาริต' ยันไม่มีการเมืองแทรกแซง 'เฉลิม'ยันไม่ได้เเกล้งลูกชายสุเทพ ขณะที่'เพื่อไทย'เตือน'แทน'อย่าหลงประเด็น ชี้ 'เขาแพง' ผิดพรบ.ป่าไม้ฯ

                       9 ก.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และทนายความ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกรุกที่เขาแพง เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อ พ.ต.อ.ประเวศ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

                       นายแทน กล่าวว่า ตนได้ชี้แจงกับดีเอสไอว่าที่ดินซึ่งมีปัญหาไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ดังนั้นจึงอยากขอให้ประชาชนเข้าในว่าไม่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน อย่างไรก็ตามหลังจากรับทราบข้อกล่าวหาแล้วก็จะทำเอกสารชี้แจงมายังดีเอสไอและพร้อมให้ความร่วมมือในการสอบสวน ส่วนพื้นที่จำนวน 14 ไร่ ที่ถูกระบุว่ามีการออกน.ส. 3 ที่เดินเกินมานั้นเป็นเรื่องของกรมที่ดินที่อาจมีความคลาดเคลื่อนบางแปลงอาจมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นแต่บางแปลงอาจมีเนื้อที่ลดลง ส่วนการทำถนนเป็นการเทคอนกรีตตามแนวถนนเดิม เพียงแต่เทคอนกรีตเพิ่มเติม

                       “อ่างเก็บน้ำมีการระบุว่าอยู่ในพื้นที่ดินของผม ยืนยันว่าได้ว่า ไม่ใช่อยู่ในเขตเดียวกันแต่อยู่ในส่วนของพื้นที่ใกล้เคียง และไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งเจ้าของที่ดินที่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำคงสามารถชี้แจงได้”นายแทน กล่าว

                       พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่าเบื้องต้นนายแทนได้ขอส่งเอกสารชี้แจง ขณะที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ทำความเข้าใจกรณีที่นายแทนระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ ซึ่งได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่าแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแต่พื้นที่ดังกล่าวมีความลาดชันเกิน 35 องศาตามพระราชบัญญัติป่าไม้ปี 2484 ห้ามไม่ให้ออกเอกสารสิทธิ์หรือเข้าไปทำประโยชน์ ซึ่งนายแทนยอมรับว่าเป็นความเข้าใจผิดว่าสามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ส่วนกรณีที่พื้นที่เพิ่มขึ้นภายหลังออกโฉนด จำนวน 14 ไร่นั้น ผู้ถูกกล่าวหาจะขอทำเอกสารชี้แจงภายหลัง รวมถึงกรณีการสร้างอ่างเก็บน้ำทับลำรางสาธารณะและการสร้างถนนด้วย แต่เบื้องต้นยอมรับว่ามีการสร้างถนนและอ่างเก็บน้ำจริง โดยทางเทศบาลได้ให้นายแทนทำหนังสือขออนุญาตการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำย้อนหลังเพื่อให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง

                       พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินคดีกับนายแทนนั้น ดีเอสไอจะดำเนินคดีกรณีที่พบว่ามีการออกโฉนดที่มีเนื้อที่เกินกว่าน.ส.3ก. ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดเรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น ซึ่งนำหลักฐานส.ค. 1 จำนวน 3 ฉบับมาออกเป็น น.ส.3 ก.โดยมิชอบถึง 31 ไร่ ดีเอสไอจะสอบปากคำ นายพงษ์ชัย ฟ้าทวีพร และนายสามารถ เรืองศรี โดยจะพิจารณากรณีเฉพาะเรื่องการนำส.ค.1 มาออกเป็นน.ส.3ก.ว่าดำเนินการถูกต้องตั้งแต่ต้นทางหรือไม่

                       “สำหรับการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีนั้น ดีเอสไอได้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกจำนวน 11 คดี ตั้งแต่ปี 2549 เนื้อที่รวม 465ไร่ มูลค่าเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการทำคดีบุกรุกทั่วไปของดีเอสไอและไม่ได้เลือกปฎิบัติ ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร และดีเอสไอยังจะเข้าไปตรวจสอบอีกหลายพื้นที่ ในเขตจ.ภูเก็ต ซึ่งพบว่ามีการบุกรุกที่สาธารณะ และออกเอกสารสิทธิครอบครองและนำไปให้นายทุนต่างชาติเช่าใช้ประโยชน์เป็นเวลานานกว่า 30 ปี” พ.ต.ท.ประวุธ กล่าว

                       ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอจำเป็นชี้แจงเนื่องจากนายแทนออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาว่าไม่ได้บุกรุกป่าสงวน  โดยดีเอสไอยืนยันคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะคดีนี้มีการร้องเรียนตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นอกจากนี้ยังมีการนำเข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ ให้รับเป็นคดีพิเศษ ดังนั้นการดำเนินคดีมีขั้นตอนถูกต้อง ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินคดีเรื่องบุกรุกที่ดินเขาแพงแล้ว ดีเอสไอจะดำเนินคดีเรื่องการสร้างอ่างเก็บน้ำลุกล้ำที่สาธารณะอีกส่วนหนึ่งด้วย

 


"เฉลิม"ยันไม่ได้เเกล้งลูกชายสุเทพ 

                      ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์  แถลงข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมกลั่นแกล้งโดยสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)สอบสวนคดีบุรุกที่ดินเขาแพง ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายแทนต้องมาให้การต่อดีเอสไอในวันที่ 9 ก.ค.ว่า ตนอ่านข่าวนี้แล้วพบว่านายแทนอ้างว่าตนเกี่ยวข้องกับดีเอสไอในคดีนี้ ยืนยันและปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง คนระดับนายสุเทพและครอบครัวนั้นในเมืองไทยไม่มีใครกล้าไปกลั่นแกล้งทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง คดีนี้ร้องทุกข์ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ตนยังไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้แต่เมื่อสืบสวนสอบสวนและมีพยานหลักฐาน ดีเอสไอต้องดำเนินคดี

                      ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ใครก็ตามที่คิดว่าเรื่องนี้มีการกลั่นแกล้งนั้นกำลังเข้าใจผิดเพราะเวลาที่ดีเอสไอสอบสวนนั้นต้องมีอัยการร่วมสอบสวนด้วยตั้งแต่ต้น อัยการไม่มีใครขายตัวและใครไปบังคับอัยการไม่ได้ เพราะอัยการเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หากอัยการเห็นว่าไม่ผิด ดีเอสไอจะบอกว่าผิดไม่ได้ มันต้องเห็นพ้องต้องกันและต้องประชุมสรุปอีกครั้งและออกหมายเรียกในฐานะผู้ต้องหา หากยังไม่มาจะประชุมอีกครั้งเพื่อออกหมายจับ ขั้นตอนตรงนี้มีอยู่และคดีใดที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดนั้น เอกสารนั้นข้อเท็จจริงจะชี้ชัด เพราะไม่ใช่พยานบุคคลที่วันหนึ่งให้การอย่างหนึ่ง อีกวันหนึ่งอาจให้การอีกอย่างหนึ่งก็ได้ แต่เอกสารนั้นไม่ได้

                      ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่ออีกว่า หากตนมีเวลาจะเชิญนายบุญเชิด คิดเห็น  อธิบดีกรมที่ดินมาหารือเพราะได้รับข้อร้องเรียนมามากในเรื่องการบุกรุกที่ดินเกาะสมุย เช่นบุกรุกที่สาธารณะ สร้างอ่างเก็บน้ำเป็นประโยชน์ส่วนตนของผู้มีอิทธิพล ใช้งบประมาณราชการไปสร้างถนนเข้าบ้านพัก ฉะนั้นถึงคราวที่ทำความสะอาดเกาะสมุยแล้ว หากใครมาบอกว่าผิดกันทั้งนั้น ก็ต้องจับดำเนินคดีทั้งนั้น เพราะได้เวลาแล้วเพราะจะนำทรัพย์สินทางราชการไปครอบครองนั้นมันไม่ยุติธรรมและที่ดินที่เกาะนี้มีราคาแพง

                      "ไม่กลั่นแกล้งและประเทศไทยไม่มีใครกล้ากลั่นแกล้งคนระดับนาย  สุเทพได้ ส่วนนายแทนอ้างว่าได้รับที่ดินนี้มาโดยชอบธรรมนั้น หากคิดแบบนั้นว่าไม่ผิด วันพรุ่งนี้ต้องแจ้งความจับกุมนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและอัยการในคดีนี้ที่ร่วมสอบสวน กรุณาอย่านำตนไปเกี่ยวข้องเลยเพราะตนไม่มีนิสัยแบบนั้น อีกทั้งในทางการเมืองมันแกล้งกันไม่ได้ ตนอภิปรายพรรคประชาธิปัตย์หนักหนานสาหัสเพียงใดก็ไม่มีใครทำอะไรตนได้บ้าง เพราะตนไม่ได้ทำในสิ่งผิดและในวันที่ 13 ก.ค.เวลา14.00น.ตนจะแถลงข่าวที่ บช.น.โดยจะเรียกตำรวจนครบาลทั้งหมดมาทำสำนวนชันสูตรพลิกศพนปช.ที่เสียชีวิตช่วงชุมนุมทางการเมืองเมื่อสองปีที่แล้วโดยจะอนุญาตให้สื่อมวลชนรับฟังด้วย ส่วนเรื่องชายชุดดำนั้นตนจะให้นายธาริตส่งเอกสารมาและแถลงข่าวในวันนั้นด้วย”รองนายกฯกล่าว

 

 

"เพื่อไทย" เตือน "แทน"อย่าหลงประเด็น ชี้ "เขาแพง" ผิดพรบ.ป่าไม้ฯ

                        นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)กรณีเขาแพงว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้อง แต่ตนในฐานะที่ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้มาโดยตลอดรู้สึกแปลกใจและไม่อยากให้นายแทนหลงประเด็น เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ฯ เพราะมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ไม่ใช่เรื่องของการบุกรุกป่าสงวนอย่างที่นายแทนออกมาแถลงข่าวก่อนหน้านี้ และรู้สึกสงสารนายแทนที่มีคนให้ข้อมูลแบบผิดๆ

                        นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายแทนระบุว่าถูกดำเนินคดีเพื่อหวังให้กระทบไปถึงนายสุเทพจนต้องเสียกำลังใจทำงานการเมืองนั้น นายแทนกำลังเบี่ยงประเด็น ทำให้กระบวนการตรวจสอบคดีรุกที่ดินเขาแพงกลายเป็นประเด็นการเมือง ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะดีเอสไอถือเป็นหน่วยงานรัฐที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในสิ่งที่มีผู้ร้อง และเมื่อดีเอสไอรับเรื่องที่ดินเขาแพงเป็นคดีพิเศษก็แสดงให้เห็นว่าเรื่องดังกล่าวต้องมีมูล นายแทนไม่ควรให้สัมภาษณ์ในลักษณะถูกรังแกหรือขอความเห็นใจ อย่างไรก็ตาม หากนายแทนเป็นผู้บริสุทธิ์จริงก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลใดๆ เพราะขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมยังมีอีกหลายขั้นตอนจนถึงกระบวนการในชั้นศาล ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่าออกมากดดันการทำหน้าที่ของดีเสไอ ปล่อยให้ดีเอสไอตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะสังคมกำลังสงสัยว่าที่ดินเขาแพงกำลังจะกลายเป็น สปก.ภาค 2 ของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่