ข่าว

'ยุทธศักดิ์'มั่นใจปล่อยคนไทยก่อน'เต็ง เส่ง'มา

'ยุทธศักดิ์'มั่นใจปล่อยคนไทยก่อน'เต็ง เส่ง'มา

09 ก.ค. 2555

'ยุทธศักดิ์' มั่นใจปล่อยคนไทยก่อน 'เต็ง เส่ง' เยือนไทย 22 ก.ค.นี้ เว้นคนเอี่ยวปลูกกัญชาต้องถูกพม่าดำเนินคดี โยน 'กต.-มท.' เจรจาต่อ เผยมีนายทุน 3 กลุ่มล็อกคนไทยไปทำสวนยางผิดกฎหมายในพม่า พร้อม ควง 'ประยุทธ์' ลงใต้ เผยเตรียม ด้าน'ผบ.ทบ.' รับปากดูแลคนไทยที่ถู

              เมื่อเวลา 08.00 น.ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) พล.อ.ยุทศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีทหารพม่าควบคมตัวคนไทย 49 คน ที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ในพม่า ว่า เมื่อวานนี้ผู้ใหญ่ของพม่าได้เดินทางไปที่ จ.เกาะสอง เพื่อดูเหตุการณ์ว่าเป็นอย่างไร โดยประชาชนของเราทั้งหมดที่ถูกควบคุมตัว 49 คน มีผู้ชาย 41 คนผู้หญิง 8 คน ถูกควบคุมให้ไปพักอยู่ในบ้าน 8 หลัง รวมๆกันและมีเจ้าหน้าที่พม่าดูแล โดยทาง พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรีในฐานะกรรมการชายแดนไทย-พม่า ด้านจ.ระนอง-เกาะสอง กำลังดำเนินงานประสานงานอยู่ ซึ่งทางพม่าก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ คนไทยที่หลอกมาทำงานจะได้รับการปล่อยตัว โดยทาง พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าจะเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ดังนั้นทางรัฐบาลพม่าจะปล่อยตัวคนไทยก่อนพล.อ.เต็ง เส่งเดินทางมาไทยอย่างแน่นอน ส่วนคนที่ไปลักลอบปลูกต้นกัญชาคนเหล่านี้จะต้องถูกดำเนินการตามกฏหมายและขึ้นศาลพม่า ในข้อหาที่ทำผิดปลูกยาเสพติดในประเทศของเขา

               “พวกที่ทำผิดกฎหมายที่แอบลักลอบเข้าไปปลูกกัญชา ทางพม่าต้องชี้แจงให้เราทราบว่ามีใครบ้างที่เข้าไปทำผิดจริงๆซึ่งขณะนิ้ยังไมทราบว่ามีกี่คน ดังนั้นเมื่อถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของพม่าแล้ว ทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดำเนินการต่อ รวมถึงกระทรวงมหาดไทยก็กำลังดำเนินการด้วย ทั้งนี้ ผมมั่นใจว่าคนไทยใน 49 คน หากไม่เกี่ยข้องกับยาเสพติดจะได้รับการปล่อยตัวก่อน พล.อ.เต็ง เส่ง มาเยือนเมื่องไทยอย่างแน่นอน และเรื่องนี้คงไม่เป็นปัญหาที่เราต้องมาเจรจากัน” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

               พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ประชาชนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่พม่ามี 200 คน จะถูกนายทุนเอาไปปลูกต้นปาล์มต้นยางหลอกไปว่า เข้าไปสร้างบ้านอยู่ได้และเอาเงินมาขายที่พม่าให้เรา ซึ่งประชาชนไม่รู้ก็เชื่อไปอย่างนั้นแล้วก็เดินทางไปตั้งแต่ช่วง ปี 2548 ซึ่งผ่านมา 7 ปีแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของกลุ่มนายทุนที่มีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่มที่หลอกชาวบ้านแถว จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.กระบี่ และ จ.ระนอง ที่ถูกหลอกไปทำงานที่พม่า ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของคนไทยกับคนไทย เราต้องระวังในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่อาจเกิดกรณีแบบนี้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่าอาจมีการตกลงกันให้คนไทยเช่าพื้นที่ในการปลูกยางเป็นการชั่วคราว

 

"ยุทธศักดิ์ " ควง "ประยุทธ์" ลงใต้ เผยเตรียมปรับกำลังแนวชายแดน


               พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อไปติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหา โดยจะนำแผนงานและโครงการที่ได้รับการรวบรวมจากคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใต้ ประมาณ 300 กว่าโครงการลงไปในพื้นที่เพื่อให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะงบประมาณในด้านการพัฒนาและความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาเราแก้ไขปัญหาในหลายด้านด้วยกันทำให้งบประมาณกระจายออกไป ดังนั้นต้องมาดูว่าช่วง 3 เดือนในการใช้จ่ายงบประมาณของปีนี้ควรจะลงน้ำหนักในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนงานและโครงการก็จะลงพื้นที่ ทั้งหมด 37 อำเภอ แต่ติดเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาและงบประมาณที่ไม่เพียงพอที่จะลงพื้นที่พร้อมกันจึงทำให้ต้องทยอยลงพื้นที่

              ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะสั่งกำชับกับกองกำลังเทพสตรี ในเรื่องการป้องกันชายแดนเกี่ยวกับการลักลอบชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่จะเข้ามาตามแนวชายแดน ซึ่งมีการรอ้อมผ่านเข้ามาทั้งทางบกและทางน้ำ ทั้งนี้ต้องการพยายามปิดกั้นเส้นทางเหล่านั้น เพราะถ้าปิดกั้นไม่ได้ก็จะมีการใช้วัตถุระเบิดมากขึ้น และจะเกิดอันตราย อย่างไรก็ตามได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ควบคุมเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะชิ้นส่วนประกอบระเบิด สารตั้งต้น

                "เดือนหน้าถือว่าเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ จะมีการหารือเรื่องการปรับและการใช้กำลัง ตลอดแนวชายแดนทั้ง 7 กองกำลังทั่วประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งตนคิดว่าไทยต้องพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น และหาหนทางในการแก้ไขปัญหาชายแดนให้ได้ รวมถึงความร่วมมือในการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

ผบ.ทบ. รับปากดูแลคนไทยที่ถูกพม่าจับอย่างดี

                 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีทหารพม่าควบคมตัวคนไทย 49 คน ที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ในพม่าว่า ตนจะหารือกับ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ต.นพวงศ์ สุรวงศ์ ผบ.กองกำลังเทพสตรีศรีสุนทร เกี่ยวกับเรื่องชายแดนทางด้าน จ.ระนอง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความเข้าใจผิดของประชาชนที่เข้าไปทำกินในพื้นที่ของพม่าและไม่ถูกต้อง แต่ก็ถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยและเจรจา ทั้งนี้การแก้ไขปัญหามีหลายระดับ คือระดับกองกำลังที่ดูแลแนวชายแดนร่วมกับทางส่วนราชการจังหวัดที่จะเข้าไปพูดคุย ต่อจากนั้นก็จะเข้าสู่กลไกของคณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่น (ทีบีซี) ระหว่างไทย-พม่า และสุดท้ายก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต่อรัฐบาล

                 "ขณะนี้การพูดคุยอยูในระดับกองกำลังและรับปากว่าจะดูแลคนไทยทั้ง 49 คนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีการควบคุมตัว จับขัง หรือทำร้ายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งยังอยู่ในสภาพที่ปกติ และทุกคนก็อยากกลับบ้าน ซึ่งขอให้เป็นอุทธาหรณ์ว่าการไปทำอะไรก็ตามในประเทศเพื่อนบ้านต้องเคารพกติกา อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว และก็ได้มีการห้ามปราม รวมถึงการปักป้าย เพราะมีกลุ่มนายทุนไปแอบอ้างว่าได้ลิขสิทธิ์ในที่ดินทำกินฝั่งพม่าและให้ประชาชนเข้าไปเช่าพื้นที่ทำกิน ซึ่งมีอยู่หลายแปลง ส่วนแปลงที่ถูกต้องก็มี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นแปลงที่ไม่ถูกต้อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                   พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.ได้เดินทางไปประเทศพม่า โดยตนได้ฝากให้ผบ.สส.พูดกับกับทางพม่าในประเด็นดังกล่าวนี้ด้วย เพราถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดี และต้องรอฟังผลจาก ผบ.สส. ทั้งนี้ความจริงแล้วมีประชาชนบุกรุกเข้าไปพื้นที่พม่าเป็นจำนวนกว่าพันคน แต่ได้รับการปล่อยตัวออกมาจนเหลือ 49 คนสุดท้าย

                   “49 คน ที่ถูกควบคุมตัว เพราะมีการตรวจพบอาวุธสงคราม ก็ต้องพูดคุยกัน เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายของประเทศพม่าแรง และเขาไม่สามารถละเมินได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หากพูดถึงกฎหมายถือว่าหนักหนาสาหัส แต่ถ้าอาศัยความสัมพันธ์ที่ดีก็ต้องพูดคุยให้ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงแค่การควบคุมตัว ซึ่งได้มีการขอร้องว่าไม่อยากให้แจ้งข้อหา เพราะจะมีเรื่องยุ่งยากตามมา เนื่องจากจะต้องนำคนเหล่านี้ไปยังเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า” ผบ.ทบ.กล่าว


งง กัมพูชายื่นประท้วงไทยละเมิดคำสั่งศาลโลก

                    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่ทางกัมพูชาฟ้องศาลโลกว่าไทยละเมิดและไม่ดำเนินการตามคำสั่งมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลก ว่า ไม่ทราบว่าทำไมทางกัมพูชาทำแบบนี้ ซึ่งอาจจะเกิดความขัดแย้งกันเอง เพราะตามแนวทางปฏิบัติหรือข้อตกลงเดิม เมื่อมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวออกมา และทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือกัน และลงนามร่วมกันว่าจะแก้ไขปัญหาโดยคณะกรรมการร่วม (JWG) ซึ่งได้มีการหารือร่วมกันมาสองครั้งแล้วก็จะใช้กลไกนี้ในการนำไปสู่การปฏิบัติตามมาตราการคุ้มครองชั้วคราวของศาลโลก นั้นคือการปรับกองกำลังทหารออก ซึ่งยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้จะต้องมีการเก็บกู้ทุ่นวัตถุระเบิดออกก่อนเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งต้องใช้เวลา ถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะสู่ขั้นตอนการพูดคุยว่าจะปรับกำลังกันตรงไหนและปรับอย่างไร

                   “ เรายังยืนยันตามนี้อยู่ แต่ปรากฎว่าทางกัมพูชามีแนวทางสองทาง คือทางหนึ่งพูดอย่างนี้ แต่อีกทางหนึ่งพูดแบบอื่น ซึ่งเราจะยึดทางที่ถูกต้อง สิ่งที่พูดมาเป็นข่าว แต่ถ้าทางกัมพูชาดำเนินการตามนั้นจริงก็จะต้องมีการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ไม่เช่นนั้นการประชุมร่วมที่ผ่านมาก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลได้พูดคุยกันแล้ว ซึ่งผมไม่อยากให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ที่ผ่านมาเราพยายามที่จะให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ” ผบ.ทบ.กล่าว

                   พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือประชาชนที่เดินทางข้ามไปมาระหว่างประเทศ ทางไทยก็ดูตลอดไม่เคยไปกีดกั้น ซึ่งไม่เคยที่จะไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขาและทางกัมพูชาควรจะดูแลตรงนี้ด้วย อย่าลืมว่าเรามีผลประโยชน์ร่วมกันมหาศาล ช่องทางมีมาก หากเราทะเลาะเบาะแว้งกันด้วยเรื่องเขตเขาพระวิหารเพียงอย่างเดียว ต่อไปจะอยู่กันไม่ได้ และทั้งสองประเทศก็จะเสียประโยชน์ ทั้งนี้อยากจะขอร้องว่าทำอย่างไรให้สถานการณ์เบาลงและทั้งสองฝ่ายจะได้มาหาทางออกร่วมกันว่าจะอยู่อย่างไรไม่ให้กดดันและไม่มีปัญหา ซึ่งต่างฝ่ายก็ต่างมีข้อผูกมัดที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นประเทศไทยมีมาตรา 190 ที่จะต้องฝ่ายสภาฯ ส่วนทางกัมพูชาเองก็ไม่ได้ผ่านอะไร เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจกัน แต่เราก็พร้อมที่จะทำอย่างอื่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมที่จะอยู่อย่างสันติ อย่างไรทางศาลโลกก็คอยดูเราอยู่ ถึงแม้ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องกลไกข้อกฎหมายและสังคมโลก เขากำลังดูอยู่ว่าเราจะทำอย่างไร หากทั้งสองประเทศหาทางอยู่ร่วมกันได้โดยยอมกันบ้าง โดยไม่เสียอธิปไตย ไม่ผิดกฎหมาย ศาลก็น่าจะเห็นใจ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือทำอย่างไรที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มาแย่งกันเพียงยอดเขายอดเดียว ทำอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยกัน ไม่มาต่อสู้กัน

                   เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาจะออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นำโดยสมเด็จฯฮุนเซน นายกรัฐมนตรี พ,อ.เตีย บัน รมว.กลาโหม และนายทหารระดับสูงของกัมพูชาว่าจะถอนทหารออกจากพื้นตามมาตราการชั่วคราวของศาลโลก จะเป็นการกดดันไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องไปดูว่าเขาถอนจริงๆหรือไม่ หรือว่าอะไร ซึ่งคิดว่าเป็นการปรับกำลังที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว และของเราเองก็มี ซึ่งก็รอฟังว่าเขาจะแถลงว่าอย่างไร

                    “ ถ้าถอนทหารนั้นไม่ได้  ไม่มีถอน ผมไม่ถอน  ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องการปรับกำลังตามแผนการป้องกันประเทศ ก็ดำเนินการไป ผมขอย้ำว่า จะไม่มีคำว่าถอนทหาร และถ้าจะถอนหรือจะดำเนินการใดๆก็ต้องเป็นไปตามมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลกเท่านั้น ซึ่งยังไม่เกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการประชุม JWG ซึ่งการถอนทหารและการปรับกำลังเป็นคนละเรื่องกัน การปรับกำลังทหารจะปรับเมื่อไหร่ก็ได้ ว่านำใครมาดูแล บางจุดที่ไม่เครียดเราก็นำกองกำลังกึ่งทหารเข้ามาดูแลบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องของเรา ส่วนเขาก็ทำเรื่องของเขาจะมีการประชาสัมพันธ์ก็เรื่องของเขา เราก็ดู หากว่าเขาทำอย่างที่ว่า ก็เป็นเรื่องดี เราจะได้ไม่กดดัน”ผบ.ทบ.กล่าวและว่า

                    สำหรับ สิ่งก่อสร้างของกัมพูชา เช่นการสร้างถนนว่า หากอยู่ฝั่งเขาก็เป็นสิ่งที่สร้างได้ แต่หากสร้างขึ้นมาข้างบนเขาพระวิหารนั้นมันผิด จึงต้องไปฟ้องศาลโลก ทั้งนี้เราไม่อยากให้คำติดสินเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเพราะจะเสียหายกันทั้งคู่ การพูดจากันให้รู้เรื่องก็น่าจะดี