ข่าว

ศาสนากับการต่อสู้ของมวลชนฝ่ายหัวก้าวหน้า

ศาสนากับการต่อสู้ของมวลชนฝ่ายหัวก้าวหน้า

09 ก.ค. 2555

ศาสนากับการต่อสู้ของมวลชนฝ่ายหัวก้าวหน้า : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

               การต่อสู้เพื่อล้มล้างอำนาจกึ่งอัตตาธิปไตยของมวลชนหัวก้าวหน้านั้นใช่ว่าจะมีแต่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่ในหัวมีแต่ฐานความคิดของการเท่าเทียมกันทางสังคมและการเมือง หรือปลดแอกจากระบบผูกขาดของผู้ปกครองประเทศเท่านั้น ในหลายแห่งทั่วโลก แนวคิดและองค์ประกอบทางศาสนาเจือเข้ามาอยู่กับมวลชนเหล่านี้มิใช่น้อย ในยุคปัจจุบันที่เห็นประชาชนชั้นกลางออกเดินขบวนร่วมมือกับประชาชนชั้นล่างนั้น พระหรือนักบวชก็ออกร่วมด้วย เมื่อเกิดเหตุฝ่ายปราบปรามนั้นอาจไม่คิดมาก แต่ผู้สนับสนุนฝ่ายปราบปรามจะคำนวณความรู้สึกของมวลชน ตลอดจนสิ่งที่แฝงมากับศาสนา
   
              การก้าวขึ้นครองอำนาจของประธานาธิบดีอียิปต์คนใหม่ที่มาจากกลุ่มการเมืองเคร่งศาสนานั้นอาจดูแปลกน่าสนใจในสายตาของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับศาสนาไปกว่าหลักเสรีนิยม พวกเขาอาจงงงวยว่าทำไมประชาชนหัวทันสมัยต่อสู้ไล่เผด็จการแบบหนึ่งเพื่อไปสู่ระบอบใหม่ที่อาจจำกัดสิทธิบางส่วนของพวกเขาให้เข้ากับกรอบศาสนามากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วความรู้สึกร่วมทางจิตใจที่อิงในศาสนามีมายาวนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่อินเดียปลดแอกอังกฤษ ความรู้สึกในใจคนฮินดูและมุสลิมก็เคร่งศาสนากันมากขึ้นเพราะใช้อัตลักษณ์ศาสนาต่อต้านทั้งเจ้าจักรวรรดิและฝ่ายปรปักษ์ อาหรับสปริงปีที่ผ่านมาหรือที่พม่าเมื่อปี 2550 ก็ปรากฏว่าประชาชนต่อต้านการปกครองกึ่งเผด็จการกึ่งทุนนิยมของผู้ปกครอง โดยประชาชนยึดหลักประชาธิปไตยสมัยใหม่เข้าสู้ ควบไปกับการยินยอมให้ฝ่ายเคร่งศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมหรือเป็นหัวหอกสู้รบด้วยซ้ำ เนื่องจากเห็นว่าการปราบละโมบของลัทธิทุนนิยมนั้นต้องใช้หลักธรรมศาสนาเข้ามาช่วยเป็นฐานความคิด ความมั่นคงในใจนักสู้หัวก้าวหน้าจึงมีขึ้นและยิ่งเชื่อมั่นในความชอบธรรมของฝ่ายตน
   
              แต่การเข้ามาของตัวแทนศาสนานั้นจะก้าวไปถึงขั้นไหน ในอดีตเราเห็นการโค่นล้มระบอบชาห์ที่ประชาชนไม่ชอบแล้วอิหร่านก็เปลี่ยนเป็นอิสลามรัฐที่เข้มงวดไปภายในค่ำคืน โดยระบอบนักบวชยังคงอยู่ และขัดแย้งกับยิวและตะวันตกจนส่งผลต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางจนถึงทุกวันนี้ ขณะที่การต่อต้านระบอบมาร์กอสนั้นมีผู้นำคริสตจักรร่วมด้วย แต่เมื่อการปฏิวัติเสร็จสิ้นผู้นำศาสนาก็กลับเข้าโบสถ์ ชาติตะวันตกที่เซนซิทีฟเรื่องผู้ก่อการร้ายนั้นมักวิตกว่ารัฐบาลที่มาจากฐานของศาสนาอาจมีผู้ก่อการร้ายแฝงมา แต่ก็จำต้องยอมรับรองในบางประเทศเช่นลิเบีย หรืออาจจะซีเรีย เพราะจำเป็นต้องเอาไว้รบกับกัดดาฟีหรืออัสซาด แต่ไม่ยอมรับรองฝ่ายต่อต้านในบาห์เรนเพราะเกรงจะไปกันใหญ่ ขณะเดียวกันรัฐบาลตุรกีหรืออียิปต์ก็ไม่ผลักดันแนวทางศาสนาสุดโต่ง เพราะต้องรักษาไมตรีอันดีกับตะวันตก
   
              สำหรับไทยนั้นกลุ่มศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งเหลืองทั้งแดงอย่างเปิดเผยและลับๆ นานแล้ว ขณะที่ภาคใต้ก็เห็นกันอยู่ การแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่มีศาสนามาเกี่ยวนั้นยากเป็นทวีคูณกว่าปกติ เพราะที่คนไม่ยอมลงให้กัน พื้นฐานสุดเลยเพราะยึดมั่นต่างกัน สิ่งอื่นใดนั้นพอเปลี่ยนได้ เว้นเสียแต่ลัทธิศาสนาสิเปลี่ยนยาก