
พระโวย'อดีตรมต.'ถวายซองเปล่าช่วยน้ำท่วม
พระครูโวยอดีตรัฐมนตรีอมเงินช่วยน้ำท่วม ถวายซองเปล่าจำนวนเงิน 5 หมื่นล่องหน รอมานานกว่า 7 เดือนยังไร้วี่แวว ชาวบ้านอรัญญิกอยุธยาผวาตลิ่งพัง
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 8 กรกฎาคม นายสวัสดิ์ ทองโพธิ์ศรี อายุ 59 ปี กรรมการวัดพระศรีเจริญ อยู่บ้านเลขที่ 97 ม.8 ต.-อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า พระครูกิตติโกศล เจ้าคณะอำเภอหัวตะพาน และเจ้าอาวาสวัดพระศรีเจริญ ได้สั่งการให้ไปติดตามทวงถามเงิน 5 หมื่นบาทที่อดีตรัฐมนตรีรายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ที่เคยเดินทางมาแจ้งถวายเงินให้วัดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับ
"พระครูกิตติโกศล ได้บอกว่า เมื่อปี 2554 วัดพระศรีเจริญ ต.หัวตะพาน เป็น 1 ในวัดทั่วประเทศที่ประสบภัยน้ำท่วม ต่อมารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้จัดสรรเงินมอบให้แก่วัดต่างๆ เป็นการช่วยเหลืออันเนื่องมาจากภัยพิบัติ และเมื่อวันที่ 6-7 ตุลาคม พ.ศ.2554 รัฐมนตรีรายนี้ได้ออกเดินสายช่วยเหลือให้แก่ราษฎรและวัดต่างๆในภาคอีสาน โดยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ได้เดินทางไปมอบเงินที่วัดอัมพวัน จ.ยโสธร และ วัดบ้านเปือย ต.เปือย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ วัดบ้านกุดปลาดุก วัดบ้านปลาค้าว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ และวัดพระศรีเจริญ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ วัดละ 5 หมื่นบาท แต่เมื่อกรรมการวัด 5-6 คนได้ร่วมกันเปิดซองที่ รมต.ถวายในวันนั้น ปรากฏว่า ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว จึงได้ร้องทุกข์กับนางสมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทยทราบ" นายสวัสดิ์ กล่าวและว่า
พระครูกิตติโกศลได้นำหลักฐานที่เป็นสมุดฝากธนาคารมาสอบหายอดเงินโอน แต่ก็ยังไม่มีการโอนเงินเข้าวัดแต่ประการใด จึงได้สั่งการให้คณะกรรมการวัดติดตามทวงถาม ถ้าเงินอยู่ในพื้นที่จะอยู่กับใครก็ตาม ให้ติดตามทวงถามแล้วนำฝากธนาคาร แต่ถ้าเงินที่ทางราชการถวายวัดโดยรัฐมนตรีฯ แต่มีคนยักยอกไป คนยักยอกไปจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ให้สื่อมวลชนตรวจสอบและติดตามทวงถามเอามาคืนวัดโดยด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 อดีตรัฐมนตรีรายนี้ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับทราบความเดือดร้อนของวัดที่ถูกน้ำท่วม ในโอกาส นี้ได้ถวายถุงยังชีพแด่พระภิกษุสามเณรซึ่งจำพรรษา ที่วัดท่ากกแห่ และมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในชุมชนท่ากกแห่ ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่จะเดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตจากอุทกภัยในจังหวัดยโสธรและจังหวัดอำนาจเจริญ ส่วนวัดที่ยังไม่ได้เงิน มีวัดบ้านกุดปลาดุกและวัดบ้านปลาค้าว
ชาวบ้านอรัญญิกอยุธยาผวาตลิ่งพัง
นายไพบูลย์ ศรีสุข นายกเทศมนตรีตำบลอรัญญิก อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ออกสำรวจบริเวณจุดที่เกิดการทรุดตัวของดินรอมแม่น้ำป่าสัก โดยไปที่บ้านของนายสะอิ้ง ยิ่งอ่วม อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 21/3 และบ้านของนายแนบ พุ่มประทุม อายุ 67 ปี หมู่ 7 ต.พระนอน อ.นครหลวง หลังจากรับแจ้งว่ามีการพังทลายของดินริมแม่น้ำ และทำให้ดินบริเวณบ้านทั้งสองหลังเกิดการทรุดตัว พบว่าดินมีการทรุดตัวลงไปลึกกว่า 4 เมตร และเป็นทางยาวกว่า 40 เมตรตามแนวลำแม่น้ำ ทำให้บ้านของนายสอิ้งพังไปทั้งหลังก่อนหน้านี้ และเหลืออีกประมาณ 3 เมตรก็จะถึงตัวบ้านนายแนบ ที่อยู่ใกล้กัน ขณะเดียวกันยังพบว่ายังเกิดการทรุดตัวของดินจนเห็นฐานของเสาอาคารโรงสูบน้ำของเทศบาล ซึ่งยังไม่ได้เปิดใช้งาน เกรงว่าจะพังลงมาในอีกไม่นาน
นายไพบูลย์ เปิดเผยว่า การพังทลายของดินเกิดขึ้นมาประมาณ 3-4 ปีอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัจจัยของเส้นทางน้ำที่เป็นทางโค้งและยังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเกิดน้ำท่วมปี 53-54 ที่ผ่านมา เมื่อน้ำลงทำให้ดินพังทลายลงไปอย่างต่อเนื่อง รวมระยะทางจากริมแม่น้ำเข้ามายังตัวบ้านเรือนประชาชน จะพังเข้ามากว่า 20 เมตรแล้ว นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ใกล้เคียงเช่น ม. 6 -7 ต.ท่าช้าง ในอำเภอเดียวกัน ซึ่งได้รับผลจากเส้นทางน้ำเป็นโค้งพุ่งเข้าชนตลิ่งช่วงน้ำท่วม และเมื่อน้ำลงเกิดการพังทลายยาวกว่า 300 เมตร แม้ว่าจะมีการใช้งบประมาณ 5 ล้านบาทในการสร้างแนวเขื่อนป้องกันความยาวประมาณ 30 เมตร แต่ปรากฏว่ายังเกิดการทรุดตัว เช่นเดียวกับที่วัดสีจำปา ม.6 ต.ท่าช้าง ด้วยงบจาก อบจ.ประมาณ 4 ล้านกว่าบาทแต่ก็ยังเกิดการทรุดเช่นกัน
ล่าสุดที่วัดน้อย ม. 4 ต.ท่าช้าง ได้รับงบประมาณ 14 ล้านบาท อยู่ระหว่างการสร้าง แต่ก็ยังมีการทรุดตัวเช่นกัน ทำให้เห็นว่าการสร้างแนวป้องกันยังมีโอกาสที่จะเกิดการพังทลายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องมีการวางแนวการสร้างให้มาตราฐานมากกว่าที่ได้ทำมาแล้ว ไม่เช่นนั้นจะเสียงบประมาณไปโดยไม่มีประโยชน์ อย่างไรก็ตามอยากให้ทางส่วนกลางได้เร่งดำเนินการป้องกันจุดที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น รวมแล้วกว่า 40 หลังคาเรือน เนื่องจากเกรงว่าหากเกิดวิกฤตน้ำท่วมอีก จะทำให้พังทลายอย่างต่อเนื่องต่อไป



