ข่าว

'มทภ.4'เร่งช่วย49คนไทยรุกป่าพม่า

'มทภ.4'เร่งช่วย49คนไทยรุกป่าพม่า

08 ก.ค. 2555

แม่ทัพภาคที่ 4 บินด่วน จ.ระนอง ติดตามสถานการณ์ เหตุทหารพม่าจับ 49 คนไทยรุกป่า เผยเร่งหาทางเจรจาเพื่อช่วยเหลือคนไทยอย่างเร่งด่วน ขณะที่ปค.เร่งสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านไม่ให้บุกรุกพื้นที่เพื่อนบ้าน

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 ก.ค. 55  พลโทอุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาพที่ 4 ได้เดินทางมายัง ม.9 บ้านไนกรัง ต.จ.ป.ร. อ.กระบุรี จ.ระนอง โดยเฮลิคอปเตอร์ รุ่นแบล็กฮอว์ก ลงจอดที่บริเวณ ทก.ยว.ฉก.ร. 25 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยที่โรงเรียน ตชด.เก่าบ้านไนกรัง ติดชายแดนไทย-พม่า เพื่อดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกทางการพม่าจับกุมตัว พลโทอุดมชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งหาทางช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มที่และเร่งด่วน โดยในเบื้องต้นยังมั่นใจว่าคนไทยที่ถูกควบคุมตัวจะได้รับการปล่อยตัวในเร็ว ๆ นี้

           พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ในฐานประธานคณะกรรมการชายแดนไทย-พม่าด้าน จ.ระนอง-เกาะสอง เปิดเผยในระหว่างการแถลงข่าวถึงสถานการณ์ความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกทหารพม่าเข้าควบคุมตัวในพื้นที่ฝั่งพม่าบริเวณตรงข้ามบ้านในกรัง ม.9 ต.จ.ป.ร. อ.กระบุรี จ.ระนองว่า ล่าสุดจากการประสานข้อมูลระหว่าง จนท.ฝ่ายไทยและพม่าได้รับทราบว่ามีคนไทยที่ถูกทหารพม่าควบคุมตัวรวม 49 คน แยกเป็นชาย 41 คน หญิง 8 คน โดยได้รับแจ้งข้อมูลว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเกิดจากการยิงปะทะกับทหารพม่า 1 คน ยังไม่ทราบซื่อ 

           ส่วนผู้ที่สามารถหลบหนีรอดจากการถูกจับกุมเข้ามาทางฝั่งไทยและเข้ามารายงานตัวกับ จนท.ฝ่ายไทยมีทั้งสิ้น 38 คน แยกเป็นชาย 33 คน หญิง 5 คน ส่วนการให้ความช่วยเหลือเพื่อที่จะเจรจาให้ทางพม่าปล่อยตัวหลังจากที่มีการเจรจามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่ไม่สำเร็จนั้น ขณะนี้ทางฝ่ายไทยยังคงพยายามที่จะประสานไปยัง จนท.ฝ่ายทหารของพม่าและคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น จ.เกาะสอง แต่ก็ยังไม่เป็นผล

           พ.อ.พรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการปฏิบัติการที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการดำเนินการฝ่ายเดียว แต่เป็นปฏิบัติลับระหว่างทหารไทยกับทหารพม่าเพื่อดำเนินการร่วมกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด เนื่องจากสืบทราบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดแฝงตัวเข้าไปปลูกกัญชาหลายร้อยไร่ เพื่อนำส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.สุราษฏร์ธานี , นครศรีธรรมราช , กระบี่ รวมถึงเกาะพยาม จ.ระนอง โดยดำเนินการเป็นขบวนการใหญ่มานานร่วม 2 ปี ซึ่งก่อนหน้าทาง จนท.พยายามที่จะกันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ แต่พบว่าชาวบ้านบางส่วนไม่เชื่อจึงถูกควบคุมตัวในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าหลังจากที่ฝ่ายพม่าดำเนินการสอบสวนและแยกผู้ที่บริสุทธิกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดออกจากกันได้ก็คงจะทยอยปล่อยตัวออกมา ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดคงจะปล่อยให้มีการดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ส่วนผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเพียงแค่ต้องการหาพื้นที่ทำกินในส่วนนี้ก็คงจะต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าน่าจะได้รับการปล่อยตัวในเร็ว ๆ นี้

           พ.อ.พรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ผลจากการปฏิบัติการร่วมระหว่างฝ่ายไทยกับพม่าล่าสุดทางฝ่ายพม่าได้แจ้งข้อมูลการเข้าตรวจสอบหมู่บ้านคนไทยในหมู่บ้านอินทนินขวาง และยวนปลา ซึ่งมีคนไทยเข้าไปตั้งชุมชนประมาณ 150 ครัวเรือน พบมีพื้นที่ปลูกกัญชาหลายร้อยไร่ รวมถึงพบกัญชาที่มีการตัดและตากแห้งอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบอาวุธสงครามเป็นจำนวนมากซุกซ่อนตามบ้านเรือนต่าง โดยที่ยึดได้ล่าสุดที่ได้รับแจ้งประกอบด้วยปืนเอ็ม 16 A จำนวน 3 กระบอก ปืน ปลย. AK 47 จำนวน 2 กระบอก ปืน ปลย. AK 53 จำนวน 3 กระบอก ปืนพกขนาด .38 จำนวน 3 กระบอก ระเบิดขว้าง 1 ลูก ระเบิดแสวงเครื่องขนาด 55 กก. จำนวน 1 ชุด กระสุน 200 นัด นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์กระบะ 4X4 ยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 2 คัน กระบะ 4X4 ยี่ห้ออีซูซุ จำนวน 2 คัน รถไถนาคูโบต้า 2 คัน รถแบ็คโฮ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 13 คัน

           ด้านนายธนิต กุลสุนทร นายอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กล่าวว่า  ขณะนี้ทางอำเภอกระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแนวอาณาเขตพรมแดนติดกับประเทศพม่าเป็นระยะทางยาวกว่า 30 กม.กำลังเร่งสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ต่อกรณีการลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้ชาวบ้านทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าในประเทศเพื่อนบ้านอีก ทั้งนี้เพื่อลดการเกิดปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือไม่ให้เกิดกรณีการจับกุมคนไทยเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้เป็นผล สืบเนื่องมาจากกรณีที่ทหารพม่าเข้าจับกุมคนไทยจำนวน 80 คน ที่เข้าไปบุกรุกแผ้วถางและครอบครองพื้นที่ป่าในฝั่งประเทศพม่าบริเวณบ้านอินทนิน ตรงข้ามบ้านไนกรัง ม.9 ต.จ.ป.ร. อ.กระบุรี จนเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

           นายธนิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจ และมีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ในบริเวณพื้นที่ที่มีอาณาเขตที่เสี่ยงต่อการแอบเข้าไปบุกรุก แต่ปรากฏว่ายังมีชาวบ้านที่ไม่เชื่อยังมีการลักลอบเข้าไปบุกรุกและถือครองพื้นที่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจนเกิดปัญหาในที่สุด