
พท.ปัดปรับครม.1ส.ค.
"พร้อมพงศ์" โฆษกพรรคเพื่อไทย ปัดปรับคณะรัฐมนตรี 1 ส.ค. นี้ เพราะ 111 กดดัน ย้ำยังไร้สัญญาณจาก นายกรัฐมนตรี ยัน รบ.ยิ่งลักษณ์ ถูกทั้งแผ่นดิน มั่นใจ แก้ รธน. ไม่ล้มล้างการปกครอง ยาหอม "ศาล" เชื่อไม่มีธง ยุบพรรคไม่กระทบรัฐบาล เตือน "เทพเทือก" หยุดโยนบาป
วันที่ 8 ก.ค.55 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวปฏิเสธกระแสข่าวการปรับคณะรับคณะรัฐมนตรี ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม เนื่องจากสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ออกมากดดันนั้น ไม่เป็นไปความจริง เป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชนและมองว่าเป็นสีสันทางการเมือง เพราะรัฐบาลจะทำงานครบรอบ 1 ปี ทั้งนี้ยังไม่มีสัญญาณปรับคณะรัฐมนตรีจาก นายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด และการปรับคณะรัฐมนตรี จะปรับเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่ปรับเพื่อการกดดันของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ส่วนกรณีคลิปเสียงของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตีนั้น ทางพรรคเพื่อไทยไม่ติดใจ และกรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสมาชิกทุกคนในพรรคเพื่อไทย มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น และมองว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นสอบจริยธรรมนายกรัฐมนตรีและยื่นถอน นายสมศักดิ์ นั้น เป็นการเล่นเกมทางการเมือง
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายกษิต ภิรมย์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า การให้วีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ตนเองมองว่าเป็นการเล่นเกมทางการเมือง จะทำให้เกิดผลเสียต่อประเทศต่อจากกรณีขอใช้สนามบินอู่ตะเภาจึงขอให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาหยุดพฤติกรรมดังกล่าว
"พร้อมพงศ์"ยัน รบ.ยิ่งลักษณ์ถูกทั้งแผ่นดิน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่ารัฐบาลแพงทั้งแผ่นดิน ไม่บริหารประเทศ ไม่ดูแลปากท้อง แต่ไปแก้ปัญหาทางการเมืองเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมกับนำสินค้าผักสดมาแสดง ว่า ตนได้ไปสำรวจราคาสินค้า ขณะนี้ไม่เป็นตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดูแลให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด พืชผลก็ออกมาเยอะเนื่องจากเป็นหน้าฝน เกษตรกรบางพื้นที่มีสินค้าออกมาขาย ประชาธิปัตย์ควรเอาสโลแกนที่ติดไว้ออกได้แล้ว เพราะวันนี้ถูกทั้งแผ่นดิน และตนได้ตรวจสอบจากคณะกรรมการที่พรรคเพื่อไทยตั้ง 4 ภาค ก็พบว่าราคาสินค้าวันนี้สอดคล้องและลดลง ซึ่งอาจมีสินค้างบางตัวที่กักตุนกันบ้างก็จะทำเรื่องรวบรวมประจำเดือนในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และนายกรัฐมนตรีเพื่อให้รับทราบและแก้ไขปัญหาต่อไป
"พท." มั่นใจ แก้ รธน. ไม่ล้มล้างการปกครอง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมของทีมทนายความพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับมอบอำนาจในการยื่นเอกสารขอแถลงปิดคดี ในวันที่ 11 ก.ค. กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ว่า ขณะนี้ทีมทนายความมั่นใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่มีการล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจตามกระบวนการของรัฐสภา ทีมทนายมีความมั่นใจว่าสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาของผู้ร้องได้ จากที่ติดตามการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 5-6 ก.ค. ฝ่ายผู้ร้องยังมีการนำเสนอหลักฐานแบบเดิมๆ ตนมองว่าผู้ร้องเองเป็นเครือข่ายตรงข้ามกับเพื่อไทย ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ได้แสดงหลักฐานชัดเจนว่าไม่มีเจตนาล้มล้างการปกครองตามที่ฝ่ายผู้ร้องกล่าวอ้าง ที่สำคัญตนมองว่าการที่พรรคเพื่อไทยชี้แจงว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องโดยตรง ซึ่งมีกระแสข่าวที่ปล่อยในโซเซียลเน็ตเวิร์คว่าเรื่องนี้น่าจะมีธงในการตัดสิน ซึ่งตนไม่เชื่อ และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า จากการสืบพยานก็เห็นชัดเจนว่ากลุ่มผู้ร้องทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มแนวร่วมนั้นไม่มีน้ำหนัก การสืบพยานของผู้ร้องหลายคนใช้อารมณ์ ความรู้สึกส่วนตัว ความหวาดระแวง และการใช้จินตนาการอนาคตมาตัดสินปัจจุบัน ตนเชื่อว่าไม่มีกระบวนการยุติธรรมใดพิจารณาจากจินตนาการในอนาคตและมาตัดสินความผิดในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเราเห็นธาตุแท้ของคนที่ยื่นที่เป็นเจ้าประจำที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทย
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่าตนแปลกใจกับ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม มองการรัฐประหารปี49 เหมือนการแก้รัฐธรรมนูญปี 50 ว่า มีความเท่าเทียมกัน แสดงให้เห็นว่าคนพวกนี้ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ไม่ยอมให้แก้กติกาที่มาจากรัฐประหาร ขณะที่เพื่อไทยก็ชี้แจงชัดเจนว่า ต้องมีสสร.ที่มาจากประชาชน และคนกลาง ถ้าเพื่อไทยหรือรัฐบาลดำเนินการเหมือนสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลแก้เองก็จะถูกล่าวหาว่าแก้เพื่อตัวเองอีก วันนี้ขอให้ประชาชนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย รัฐบาล และสมาชิก 416 คน ที่โหวตให้ผ่านรัฐธรรมนูญ 2 วาระ ไม่มีการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในการล้มล้างการปกครอง และหวังตนว่าคดีที่มีการตัดสิน 13 ก.ค.ซึ่งบางคนมองว่าเป็นวันอันตราย บางทีอาจจะเป็นวันที่สร้างความสุขให้กับท่าน ตนเชื่อมั่นว่าการตัดสินตามข้อเท็จจริง และมีเหตุผลจะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ซึ่งการตัดสินในวันที่ 13 ก.ค.จะชี้อนาคตของประเทศชาติ และชะตากรรมของบ้านเมือง และสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ที่จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีจะชิงยุบสภาก่อนหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ไม่มี เป็นเพียงการปล่อยข่าว อย่างไรก็ตามหากมีการตัดสินที่เลวร้ายที่สุด เช่น ยุบพรรค กรรมการพรรคนั้นเป็นส.ส.และรัฐมนตรีไม่กี่คน เพราะฉะนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อพรรค แต่จะไม่กระทบต่อรัฐบาล เพราะส.ส.เกินครึ่งหนึ่งของสภา ส่วนการปล่อยข่าวจากนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ว่ารัฐบาลจะล้มภายใน 2 เดือน ซึ่งตนจะลงในพื้นที่ภาคใต้วันนี้ (8 ก.ค.) เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนว่าไม่เป็นความจริง
นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเรียกร้องไม่ให้คนเสื้อแดงหรือฝ่ายรัฐบาลกดดันศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ตนปฎิเสธว่าไม่มีใครไปกดดันศาล การไต่สวนที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่า ไม่มีมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไปร้องศาลหรือกดดันแต่อย่างใด การที่นายสุเทพพูดตนมองว่าเป็นเกมการเมืองที่จะลดความน่าเชื่อถือ ซึ่งนายสุเทพมีลักษณะเป็นผู้ใหญ่ไม่ควรพูดอย่างนี้ เพราะจะทำให้สถานการณ์เกิดความตรึงเครียด เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และดูถูกประชาชน ตนจึงขอเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมและโยนบาปให้คนที่สนับสนุนรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกลุ่มพันธมิตร ที่ร้อง ส.ส.และส.ว. ที่โหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะมีความผิด ว่า ขณะนี้ส.ส.และส.ว.ได้รับเอกสารแล้ว โดยพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคำร้องที่เป็นคำร้องการชี้แจง ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่หนักใจและจะมีการเรียกประชุมส.ส.คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า เพื่อทำความเข้าใจ รวมถึงการทำหนังสือชี้แจงภายใน 15 วัน ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด และมั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ซึ่งใครจะก้าวล่วงไม่ได้
"พท." ไม่ติดใจคลิปเสียง "สมศักดิ์"
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคลิปเสียงของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยทราบการชี้แจงของนายสมศักดิ์ กับแกนนำพรรค และไม่ได้ติดใจเรื่องนี้เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย สมาชิกมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นไม่ว่าถูกหรือผิดก็เชื่อว่าสมาชิกมีเจตนาที่ดีต่อบ้านเมือง ไม่ได้ทำเพื่อคนๆเดียวตามที่นายอภิสิทธิ์กล่าวหา ตนแปลกใจสิ่งที่นายอภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ออกมาโจมตี ล่าสุดจะเอาผิดนายกรัฐมนตรี โดยการยื่นสอบจริยธรรม รวมถึงยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์ ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เลอะเทอะ ไร้สาระ ไม่สร้างสรรค์กับประชาชน เป็นการเล่นการเมืองเกินเหตุ ซึ่งประชาธิปัตย์ ควรลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่สำคัญบางเรื่องเล่นการเมืองแบบเลยเถิด จนประเทศเกิดความเสียหาย ซึ่งฝ่ายค้านในอารยประเทศเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และการตรวจสอบมุ่งเน้นเพื่อประโยชน์ประชาชน แต่ผมมองว่าการตรวจสอบแบบนี้เป็นการตรวจสอบแบบทำลายล้าง มีอคติ และบางครั้งเล่นเกมเกินไป อย่างไรก็ตามกรณีคลิปนายสมศักดิ์นั้นขอให้หยุดเล่นได้แล้ว และตนเชื่อว่านายกฯก็ไม่ติดใจอะไร ควรจะพอและเอาเวลาไปทำอย่างอื่น
"เสด็จพี่" จวก “กษิต” ไร้มารยาท ตำหนิสหรัฐฯออกวีซ่า "ทักษิณ"
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีกรณีนายกษิต ภิรมย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่สหรัฐอเมริกาให้วีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าการที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมากล่าวหาว่า นาซ่าเช่าอู่ตะเภาเพื่อแลกวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณนั้นไม่เป็นความจริง เพราะวีซ่าได้มาก่อน การที่นายกษิตออกมาตำหนิสหรัฐฯนั้นตนมองว่า เป็นการขาดมารยาททางการเมือง และควรสำนึกว่าในอดีตเคยใช้เงินภาษีประชาชนไปไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ วันนี้ตนเชื่อว่าที่สหรัฐฯให้วีซ่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นการไม่ให้น้ำยารัฐบาลประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ซึ่งทั่วโลกรู้ดีว่าอะไรเป็นการเมืองอะไรเป็นความผิด
“อยากถามนายกษิตว่าใช้เงินภาษีประชาชนไปจ้างให้ล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐฯ เพื่อบิดเบือนข้อมูลและทำให้ต่างประเทศเข้าใจ พ.ต.ท.ทักษิณผิด แทนที่จะใช้เงินภาษีไปจ้างล็อบบี้ยิดเพื่อเปิดตลาดสินค้าไทยในต่างประเทศ ผมเชื่อว่าสหรัฐฯเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตยเขาจะให้วีซ่าใครเป็นเรื่องของเขา ทั้งเรื่องนาซาที่เกิดขึ้น และเรื่องวีซ่าอีก ผมมองว่าเรื่องนี้น่าจะใช้คำว่าห่วยยกกำลังสองของคนในสมาชิกพรรคนี้” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่าตนอยากเรียกร้องว่าอย่านำเรื่องนี้มาเล่นเป็นเกมการเมืองโดยไม่ลืมหูลืมตาอีก ไม่เช่นนั้นการปล่อยให้นายกษิตออกมากล่าวหาสหรัฐฯที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน และทำร้ายประเทศไทย หากนายกษิตทำอะไรไม่เป็นก็อยู่เฉยๆให้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ดำเนินการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ควรจะปิดปากนายกษิตเพราะเรื่องนี้จะทำให้เสียรังวัดประเทศไทย



