
ปชช.ไม่เชื่อว่าแก้รธน.ล้มการปค.
"สวนดุสิต"โพลเผยผลสำรวจกว่าร้อยละ 68 ไม่เชื่อว่าแก้รธน.50 เป็นการล้มล้างการปกครอง แถมยังชี้คนร้องศาลรธน.วินิจฉัยตีตนไปก่อนไข้ "อุดมเดช"เผยถก พท.แถลงปิดคดี 9 ก.ค.
วันที่ 8 ก.ค.55 จากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวน กรณีมีผู้ร้องว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ให้มี ส.ส.ร. มาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าผิดมาตรา 68 ถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครองนั้น เป็นประเด็นสำคัญต่อการเมืองไทยและส่งผลต่อเสถียรภาพของการเมือง เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,389 คน(ผู้ที่ติดตามการไต่สวนของศาลรธน. จำนวน 1,176 คน ผู้ที่ไม่ได้ติดตาม จำนวน 213 คน) ระหว่างวันที่ 6 - 7 กรกฎาคม 2555 สรุปผลดังนี้
1. การติดตามข่าวการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญของประชาชน
อันดับ 1 ติดตามอยู่บ้าง 34.99 % เพราะอยากฟังข้อมูลจากทั้ง 2 ฝ่าย จะได้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ,สื่อต่างๆมีการนำเสนออย่างต่อเนื่อง , มีผลต่อสถานการณ์บ้านเมือง ฯลฯ
อันดับ 2 ไม่ค่อยได้ติดตาม 28.29 % เพราะไม่สะดวก ต้องทำงาน ,ดูบ้างไม่ได้ดูบ้าง , รอฟังคำตัดสินในวันที่ 13 ก.ค. ฯลฯ
อันดับ 3 ติดตามโดยตลอด 21.38 % เพราะอยากรู้ข้อเท็จจริง , รธน.เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศเกี่ยวข้องกับของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่นักการเมืองเท่านั้น ฯลฯ
อันดับ 4 ไม่ได้ติดตามเลย 15.34 % เพราะเบื่อ ไม่ชอบ ไม่สนใจการเมือง มีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง หาเรื่องโจมตีกันไปมา ฯลฯ
ในกรณี ผู้ที่ติดตามการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 1,176 คน สวนดุสิตโพล ได้สอบถามความคิดเห็น ตั้งแต่ข้อ 2 - 5 ปรากฎผลดังนี้
2. ประชาชนที่ติดตามการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญได้รับประโยชน์จากการติดตามการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ คือ
อันดับ 1 ได้รับรู้ข้อเท็จจริงและเห็นท่าทีของทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง/มีความเข้าใจเรื่องการแก้ไขรธน.มากขึ้น 63.22 %
อันดับ 2 ได้รับรู้ขั้นตอนและกระบวนการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ 21.24 %
อันดับ 3 มีข้อมูลเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น /ผลกระทบหลังจากการพิจารณาเสร็จสิ้นลง 15.54 %
3. ประชาชนที่ติดตามการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 หรือไม่ อย่างไร?
อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 45.93 % เพราะยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้มากพอ ไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการแก้ไข รธน. , ต่างคนก็ต่างความคิดกันไป , รอฟังคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญดีกว่า ฯลฯ
อันดับ 2 ไม่เป็นการล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 68 29.66 % เพราะเป็นเพียงการแก้ไขบางมาตราเท่านั้น ไม่มีเนื้อหาที่ระบุว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ,คิดว่าเป็นเรื่องที่ผู้ร้องตีตนไปก่อนไข้ , เป็นการทำตามสัญญาที่รัฐบาลได้ให้ไว้กับประชาชน ฯลฯ
อันดับ 3 เป็นการล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 68 24.41 % เพราะเหตุผลประกอบในการแก้ไขรธน.ยังไม่มีน้ำหนักพอ เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์และช่วยเหลือพวกพ้องมากกว่า ฯลฯ
4. จากที่มีการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญประชาชนที่ติดตามการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญคิดว่า“สภาพการเมืองไทย” ณ วันนี้ เป็นอย่างไร?
อันดับ 1 ยังคงมีแต่การทะเลาะเบาะแว้งแตกแยกมุ่งแต่การเอาชนะคะคานกัน/เห็นแก่ประโยชน์และพวกพ้อง 46.88 %
อันดับ 2 การพิจารณาคดีนี้ต้องอาศัยความยุติธรรม และความเด็ดขาด /ศาลรัฐธรรมนูญแต่ละท่านเป็นที่พึ่ง และเป็นความหวังของประชาชน 29.46 %
อันดับ 3 สภาพการเมืองที่ย่ำแย่มาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักการเมือง ใช้อำนาจในทางที่ผิดการคุกคามจากนักการเมือง 9.82 %
อันดับ 4 การเมือง ณ วันนี้มีความเกี่ยวข้องโยงใยแทบจะทุกเรื่อง พยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงในทุกหน่วยงาน แม้กระทั่งกระบวนการยุติธรรมก็ไม่เว้น 8.04 %
อันดับ 5 การตัดสินครั้งนี้อาจส่งผลให้ประชาชนมีการชุมนุมหรือเกิดการเคลื่อนไหวทางการเมือง 5.80 %
5. ประชาชนที่ติดตามการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญคิดว่าทิศทางการเมืองไทยหลังจากการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะเป็นอย่างไร?
อันดับ 1 เหมือนเดิม 59.49 % เพราะยังคงมีเรื่องผลประโยชน์และความขัดแย้งทางการเมืองอยู่ ,การเคลื่อนไหว ชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มต่างๆยังมีให้เห็น ฯลฯ
อันดับ 2 แย่ลง 26.06 % เพราะถึงแม้การตัดสินจะสิ้นสุดลงเชื่อว่าเรื่องนี้ยังคงมีการถกเถียงกันไม่จบสิ้น ,ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและยังเป็นปัญหาที่ค้างคาอยู่ ,เห็นได้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งมีความรุนแรงมากขึ้น ฯลฯ
อันดับ 3 ดีขึ้น 14.45 % เพราะถึงแม้ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกคนต้องยอมรับและเคารพในการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ,ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเองต่อไปเพื่อเป็นการพิสูจน์ผลงานให้ประชาชนได้เห็น ฯลฯ
"อุดมเดช"เผยถก พท.แถลงปิดคดี9ก.ค.
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบา หรือ วิปรัฐบาล เปิดเผยว่า วันที่ 9 กรกฎาคม จะหารือกับพรรคเพื่อไทยเตรียมข้อสรุปสิ่งที่ได้ในการให้ปากคำต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเตรียมแถลงปิดคดี วันพุธที่ 11 กรกฎาคมนี้ ส่วนข้อสรุป 2 วันที่ผ่านมานั้น ผู้ถูกร้องทุกคนตอบครบถ้วนทุกประเด็น อย่างกรณี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ตอบประเด็นมาตรา 291/13 ไว้ชัดเจน ส่วนตนตอบประเด็น มาตรา 291/11 มาตรา 291/13 ในอำนาจของประธานรัฐสภา และมาตรา 291/14 การทำประชามติของประชาชน ไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน
ส่วนกรณีที่ฝ่ายผู้ถูกร้องพยายามพูดถึงการทำประชามติในรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ยืนยันว่า การแก้ไขในครั้งนี้จะมีการทำประชามติเช่นกัน และจะนำรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาหักล้างกับการแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่ได้
นอกจากนี้ นายอุดมเดชกล่าวอีกว่า มีความพอใจด้านฝ่ายพยานผู้ถูกร้อง เพราะได้ตอบทุกคำถาม และไม่มีความพยายามออกนอกคำถามที่ฝ่ายผู้ร้องต้องการจะดึงออกไป
พท.มั่นใจคดีแก้รธน.เชื่อยุบพรรคไม่กระทบรบ.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า ทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ที่จะยื่นเอกสารแถลงปิดคดีในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ มีความมั่นใจว่าสามารถชี้แจงให้ศาลเห็นว่า การแก้ไขรัฐนูญไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ตามที่ผู้ร้องกล่าวหา เพราะการสืบพยานของผู้ร้องเป็นการนำพยานหลักฐานเดิมมาใช้ และเป็นกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ขณะที่การชี้แจงของผู้ถูกร้องได้แสดงหลักฐานอย่างชัดเจน ทั้งนี้หากคำวินิฉัยออกมาอย่างเลวร้ายที่สุด ให้มีการยุบพรรคเพื่อไทย จะไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลและตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นส.ส.ในรัฐมนตรีไม่กี่คน พร้อมกันนี้ นายพร้อมพงศ์ ยังปฏิเสธกระแสข่าวการยุบสภาก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา โดยระบุว่า กระแสข่าวดังกล่าวเป็นการปล่อยข่าวเพื่อหวังผลทางการเมือง



