ในหลวงเสด็จฯเปิด5โครงการชลประทาน
ในหลวง ราชินี สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทางชลมารคเพื่อทรงเปิด 5 โครงการพระราชดำริ ปชช.เฝ้าชื่นชมพระบารมีพร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง
7 กรกฎาคม พ.ศ.2555 โดยในเวลา 16.26 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลงมาจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปยังท่าเทียบเรือสมาคมศิษย์เก่าแพทยศิริราช ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีประชาชนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีชมพูที่มารอเฝ้ารับเสด็จอย่างเนื่องแน่น ต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญอย่างกึกก้อกไปทั่วโรงพยาบาล
ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดทหารเรือ เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ทรงมีพระพักตร์แจ่มใส่ พร้อมทรงถือกล้องถ่ายรูปไว้ในพระหัตถ์ และทรงถ่ายรูปประชาชนที่มารอรับเสด็จตลอดสองข้างทาง ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงฉลองพระองค์ผ้าไหมสีน้ำเงินสด และทรงแย้มพระสรวลให้กับพสกนิกรในพระองค์ไปตลอดเส้นทางเสด็จโดยรถไฟฟ้าไปยังท่าเทียบเรือ เมื่อเสด็จฯ ถึงท่าเทียบเรือ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กราบบังคมทูลรายงาน จากนั้นเสด็จฯ ไปประทับเรือพระที่นั่งอังสนาทอดพระเนตรริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากบริเวณท่าเทียบเรือสมาคมศิษย์เก่าแพทยศิริราชไปยังบริเวณเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และกลับมายังบริเวณหน้ากรมชลประทาน สามเสน
และเมื่อเวลาประมาณ 18.45 น. เรือพระที่นั่งถึงบริเวณหน้ากรมชลประทาน วงดุริยางค์กองทัพเรือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานและเบิกนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาโดยสังเขป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการแสดงสื่อผสม "น้ำสร้างชีวิต"
ต่อจากนั้นผู้ว่าราชการทั้ง 5 จังหวัดที่มีโครงการชลประทานเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ได้แก่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก ชื่อพระราชทานที่มีความหมายว่า เขื่อนแควน้อยที่ทำให้มีความเจริญขึ้นในเขตพื้นที่ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก อันมีความหมายว่า เขื่อนซึ่งเป็นกำแพงกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ จ.นครศรีธรรมราช หมายความว่า ประตูที่ให้ประสบความสำเร็จในการแยกน้ำ ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต จ.นครพนม มีความหมายว่า ประตูระบายน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริสร้างขึ้น และอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ จ.กาฬสินธุ์ อันมีความหมายว่า อุโมงค์ผันน้ำที่นำความเจริญมาสู่แผ่นดินลุ่มน้ำลำพะยัง จากนั้นนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวนำประชาชนถวายพระพร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพระหัตถ์บนแท่นตราสัญลักษณ์โครงการฯ ทอดพระเนตรวีดีทัศน์บรรยากาศสด 5 จังหวัดที่ร่วมกันแปรอักษรเป็นคำว่า "ทรงพระเจริญ" และเวลาประมาณ 20.00 น. เรือพระที่นั่งอังสนาออกจากบริเวณหน้ากรมชลประทาร ไปยังท่าเทียบเรือสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช วงดุริยางค์กองทัพเรือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และ เวลาประมาณ 20.30 น. เรือพระที่นั่งอังสนาถึงยังสมาคมศิษย์เก่าแพทยศิริราช เสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ
นายกฯ ลงเรืออังสนา ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าเรือหอประชุมกองทัพเรือ ในเวลา 15.15 น. เพื่อลงเรืออังสนา ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปยังเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดโครงการของกรมชลประทาน จำนวน 5 โครงการ โดยมีเจ้าหน้าที่กองช่าง สำนักพระราชวัง ร่วมกับทหารจากกองช่างโยธาทหารเรือ เตรียมความพร้อมดูแลความเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ประชาชนร่วมพิธีเปิดเขื่อนแควน้อยเนืองแน่น
เวลา 17.00 น. วันที่ 7 ก.ค.2555 ที่ลานเวทีพิพิธภัณฑ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกพร้อมใจกันแต่งกายเสื้อสีชมพู เพื่อมาร่วมพิธีเปิดเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอย่างเนืองแน่น โดยประชาชนเริ่มนำยานพาหนะของตนเองและรถบัส เดินทางทยอยเข้าเขื่อนแควน้อยตั้งแต่เวลา 13.00 น. และมาร่วมชนนิทรรศการน้ำสร้างชีวิต ขณะที่โครงการฯ ได้จัดเต้นท์อำนวยความสะดวกประชาชน และข้าราชการ รวมถึงชุดปฐมพยบาล และมีการแจกอาหารให้กับผู้มาร่วมงาน
สำหรับพิธีการนั้น ที่เวทีลานพิพิธภัณฑ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนนั้น จะเริ่มพิธีการพร้อมกลับพิธีการที่กรุงเทพฯ ในระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ในเวลาประมาณ 17.30 น.ชาวพิษณุโลกจะพร้อมกันทั่วประเทศ มีการประกอบพิธีสงฆ์ สวดเจริญพระพุทธมนต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเดินทางถึงบริเวณพิธี พร้อมเป็นประธานจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล และผู้เข้าร่วมงานรับศีล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปเจริญพระพุทธมนต์ ประธานและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม หลังจากนั้นจะเข้าพิธีจากส่วนกลาง ผู้เข้าร่วมงานรับชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบวิดีโอลิงค์
มวลชนกว่า2พันคน ร่วมพระราชพิธีเปิดเขื่อนขุนด่านฯ
เวลา 16.00 น. วันที่ 7 ก.ค.55 บรรยากาศบริเวณลานกว้างหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานพระราชพิธีเปิดเขื่อนขุนด่านปราการชล ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก เป็นไปอย่างคึกคักด้วยกลุ่มประชาชนจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจากทั้ง 4 อำเภอของจังหวัดนครนายก กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดนครนายก ราว2พันกว่าคนทั้งหมดได้เดินทางมาร่วมงานโดยส่วนใหญ่จะใส่เสื้อยืดคอกลม สีชมพู สกรีนคำว่า “เรารักในหลวง”
ทั้งนี้ทางจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานได้จัดเตรียมเต้นท์สีขาวขนาดใหญ่จำนวนกว่า 10 หลังเพื่อรองรับผู้คนที่จะเข้ามาร่วมในงาน
นอกจากนี้บริเวณเวทีขนาดใหญ่ยาวกว่า 10 เมตร ยังได้ประดิษฐานภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมแท่นสำหรับวางพานพุ่มถวายสักการะ และมีการติดตั้งจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ เพื่อสำหรับถ่ายทอดสดพระราชพิธี จำนวน 4 จอ กระจายกันอยู่ตามเต้นท์ต่าง ๆ ทั่วบริเวณงาน จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.20 น. ดร.สุรชัย ศรีสารคาม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกได้เดินทางมาถึงยังบริเวณสถานที่จัดงาน จากนั้นก็เป็นการวางพานพุ่มเงิน-ทอง ถวายพระราชสักการะ ของหน่วยงานส่วนราชการต่าง ๆ จากนั้นเป็นการแสดงของนักเรียนในโรงเรียนของจังหวัดนครนายก ก่อนที่ทั้งหมดจะรอเวลาสัญญาณถ่ายทอดสดจากทางโทรทัศน์เพื่อประกอบพิธีไปพร้อมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางจังหวัดนครนายก ได้จัดให้มีกิจกรรมเสริม อาทิเช่น การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ความเป็นมาของโครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล และโครงการพระราชดำริฯ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครนายก พร้อมกันนั้น มีการฉายวีดิทัศน์เกี่ยวกับ โครงการ “นครนายกจังหวัดอัจฉริยะ” และประวัติเขื่อนขุนด่านปราการชลให้ชมด้วย ส่วนภาคบันเทิง จะมีการแสดงจากนักร้องชื่อดัง เสรี รุ่งสว่าง และแพรวา พัชรี มาให้ความบันเทิงกับประชาชนในภาคกลางคืนอีกด้วย
นายไสว ศรียา ชาวบ้านต.หินตั้ง อาชีพ เกษตรกร กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนฯอย่างเป็นทางการเสียที หลังจากที่เขื่อนแห่งนี้สร้างเสร็จมาเป็นเวลานานแล้ว สำหรับประโยชน์ที่ได้จากเขื่อนขุนด่านนั้นมีมากมาย เนื่องจากแต่ก่อนนี้ ต.หินตั้ง เป็นพื้นที่แห้งแล้ง ต้องดินลงไปลึกถึง 8 เมตร จึงจะเจอน้ำ แต่ในปัจจุบันนี้ขุดไปเพียง4-5 เมตร ก็พบน้ำแล้ว ทำให้การทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ สามารถทำนาได้ถึงปีละ 3 ครั้ง
นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมเขื่อนฯแห่งนี้ในแต่ละวันเป็นจำนวนมากสร้างอาชีพและรายได้ให้กับราษฎรต.หินตั้งเป็นอย่างมาก
ด้านนายประนอม บุตรแสง ชาวบ้าน ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศในพระราชพิธีครั้งนี้ แม้ว่าจะเสียดายอยู่บ้างที่ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าชื่นชมพระบารมี แต่ก็ต้องขอชมทางจังหวัดที่จัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ในส่วนของประโยชน์ที่ได้จากเขื่อนขุนด่านฯ นั้นตนเองรู้สึกได้ว่าตั้งแต่สร้างเขื่อนเสร็จ พื้นที่ของจังหวัดนครนายกประสบปัญหาน้ำท่วมน้อยลง ผิดกับเมื่อก่อน โดยเฉพาะพื้นที่เขตเศรษฐกิจหรือในตัวเมือง ไม่ปรากฏสถานการณ์น้ำท่วมขนาดหนักอีกเลย เช่นในปีที่ผ่านมาจังหวัดนครนายกก็สามารถรอดพ้นจากภัยน้ำท่วมได้เพราะมีเขื่อนขุนด่านนี่เอง ตนเองจึงรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนชาวนครนายกเป็นอย่างยิ่ง
พสกนิกรหลายหมื่นร่วมประกอบพระราชพิธี จ.กาฬสินธุ์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานบรรยากาศพระราชพิธี 5 โครงการชลประทานน้ำสร้างชีวิต อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ ที่ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่ช่วงเช้า นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.กาฬสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้ง 6 เขต เจ้าหน้าที่ชลประทานและเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบสถานที่ ในการประดับประดาธงตราสัญลักษณ์และการจัดนิทรรศการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งโครงการอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ เป็น 1 ใน 5 โครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการที่กรมชลประทาน ซึ่งถือเป็นอุโมงค์ผันน้ำแห่งเดียวของประเทศไทย
จนถึงตามกำหนดเวลา นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้าคหบดี นักเรียน นักศึกษา ได้เปิดกรวยดอกไม้ถวายพระพรต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมกับร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี สดุดีมหาราชา ราชินี ยังความปลาบปลื้มปิติต่อประชาชนที่เข้าร่วมงานหลายหมื่นคน
ทั้งนี้ นักเรียน นักศึกษาจำนวน 625 คน จากโรงเรียนเขาวงวิทยาคาร โรงเรียนกาญจนาพิเศษวิทยาลัย วิทยาลัยเทคนิคเขาวง และโรงเรียนพุทโธภาวนา ได้ร่วมกันแปลอักษรโดย นักเรียน นักศึกษาจำนวน 104 จะสวมเสื้อสีเหลือ ส่วนที่เหลือจะเป็นพื้นสีชมพู
การพัฒนาโครงการลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะโครงการอุโมงค์ผันน้ำ “ลำพะยังภูมิพัฒน์” เป็นโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร มาส่งให้เขตเพาะปลูกในเขตอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำริให้ก่อสร้างเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2542 และเริ่มดำเนินโครงการในปี 2546 และมาแล้วเสร็จและเปิดใช้เมื่อปี พ.ศ.2549 เป็นโครงการเจาะอุโมงค์ผันน้ำจาก อ่างเก็บน้ำลำห้วยไผ่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ระยะทาง 710 เมตร
ซึ่งทำการส่งน้ำในระบบท่อที่มีระยะทางกว่า 35.5 กิโลเมตร สามารถสร้างประโยชน์ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล 40 หมู่บ้านบนเนื้อที่ 12,000 ไร่ อีกทั้งในบริเวณนี้ด้วยแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกษตรกรยังร่วมกันทำการเกษตรแบบพอเพียงหรือแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน จนสามารถมีฐานะและสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะการเพาะปลูกข้าวเหนียวเขาวง หรือรู้กันในนามว่าข้าวเหนียว จีไอ ที่มีความอร่อยและมีที่เดียวในโลก
พสกนิกรร่วมพิธีเปิดโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ
นายพิทักษ์ ปักษานนท์ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้าง 3 โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าว ขณะนี้ทางจังหวัดเตรียมความพร้อมเต็มที่แล้ว ทั้งการจัดเตรียมสถานที่ ประดับประดาต้นไม้ ดอกไม้ อย่างสวยงาม การตั้งเวทีกลางขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการดำเนินการพิธีเปิดโครงการชลประทานในพระราชดำริ ซึ่งจะดำเนินการพร้อมกัน 5 แห่ง ทั่วประเทศ โดยบนเวทีได้ติดตั้งจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ 2 จอ หน้าเวทีกลาง เพื่อถ่ายทอดสดพิธีเปิด โดยนายอนุกูล ตั้งคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในการเปิดกรวยดอกไม้
นอกจากนี้นักเรียนกว่า 1,000 คน จากโรงเรียนธาตุพนมวิทยาคม อ.ธาตุพนมทยอยเดินทางเข้าร่วมการแปรอักษรกันอย่างพร้อมเพรียง
ส่วนบริเวณงานทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดนิทรรศการแสดงความก้าวหน้า ผลการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการออกร้านจำหน่วยสินค้าโอทอปและสินค้าธงฟ้า ตลอดช่วงบ่ายมีประชาชนทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ เพื่อเข้าร่วมพิธี พร้อมรับชมพิธีเปิดโครงการร่วมกัน
"ท่าน้ำนนท์" คึกคัก ปชช.ทยอยรอเฝ้ารับเสด็จ
เวลา 16.00 น. วันที่ 7 ก.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณท่าน้ำนนท์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่หน่วยงานรัฐเปิดรองรับให้ประชาชนรอเฝ้ารับเสด็จพระราชดำเนินผ่านของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ก่อนที่จะทรงเปิดโครงการที่จัดสร้างตามพระราชดำริทั้ง 5 โครงการ โดยบรรยากาศขณะนี้เริ่มมีประชาชนทยอยมาจับจองที่นั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างคึกคัก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ได้ถือธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ไว้เพื่อรอรับเสด็จในช่วงเย็น
โดยตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นมาก็มีการแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่างๆในพื้นที่เพื่อแสดงความจงรักภักดีและเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยืนดูความปลอดภัยทุกจุดรอบบริเวณ ขณะเดียวกันเทศบาลนครนนทบุรีได้ประกาศเสียงตามสายให้ประชาชนที่รอรับเสด็จไม่กางร่ม และห้ามใช้แสงแฟลตในการถ่ายภาพขณะที่พระราชดำเนินผ่านด้วย



