
'ขุนค้อน'ลั่นทำทุกอย่างไม่ให้คนไทยฆ่ากัน
ปธ.สภาฯ เตรียมส่งเอกสารชี้แจง - แถลงปิดคดีต่อ 'ศาล' ยังปิดประเด็นที่ยื่นเพิ่มเติม เชื่อ 'ตลก.รธน.' จะพิจารณาคำร้องโดยประเมินจากสถานการณ์ โพสต์เฟซบุ๊ค ประกาศจุดยืน 'ทำทุกอย่างไม่ให้คนไทยฆ่ากัน'ด้าน'เพื่อไทย'พร้อมยอมรับคำตัดสินของศาลรธน.
7 ก.ค. 55 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า คำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในคำร้องที่ของให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดต่อ มาตรา 68 หรือไม่ ในประเด็นการคงพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้ให้ความชัดเจนและอาจมีช่องทางที่ลดพระราชอำนาจที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตราอื่น นอกจากหมวด 2 ได้ว่า เป็นการมองต่างมุมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนทำหน้าที่ประธานสภาฯ ยืนยันว่าตนมีธงที่จะทำทุกทางเพื่อไม่ให้คนไทย ไม่ว่าจะอยู่สีใด ฆ่ากัน ซึ่งตนยอมรับว่าการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้หากทำให้ถูกใจประชาชนนั้นทำได้ง่าย แต่ที่ผ่านมาตนยึดธงการทำงาน คือรักษาผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนพร้อมจะส่งเอกสารแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 11 ก.ค.นี้ ส่วนจะมีประเด็นใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขอหารือกับฝ่ายกฎหมายรัฐสภาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินการตัดสินคำร้องนี้ของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาในแนวทางไหน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเคยให้ความเห็นไปว่า ตนยอมถอย เพราะไม่อยากให้เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง ที่นำไปสู่เหตุการณ์ที่คนไทยฆ่ากันตาย ซึ่งตนมั่นใจว่าศาลจะมีความคิดเห็นไม่แตกต่างจากตน ดังนั้นส่วนตัวมองว่ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินในแนวทางไหน ควรดูสถานการณ์เป็นหลักด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 7 ก.ค.นายสมศักดิ์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว ที่ชื่อว่า “ขุนค้อน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” ว่า “ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คนไทยฆ่ากัน จะสีไหนก็คนไทยเหมือนกัน อยากให้คนไทยรักกัน” โดยนายสมศักดิ์ ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวด้วยตนเอง เพื่อแสดงจุดยืนในธงที่ตนได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้
ทั้งนี้ มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งสนับสนุน ให้กำลังใจ และแสดงความเห็นว่า แนวคิดดังกล่าวคงเป็นไปได้ยาก
"เพื่อไทย"พร้อมยอมรับคำตัดสินของศาลรธน.
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 หรือไม่ ในวันที่ 13 ก.ค.ว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้ขอให้ส.ส.ไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่า หากผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นอย่างไรจะยอมรับความจริงด้วยหลักการและเหตุผล ทั้งนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้วิเคราะห์พฤติกรรมการซักค้านของฝ่ายผู้ร้องว่า เป็นเจตคติแบบมีธงริษยา บางคำถามไม่ใช่หลักวิชาการหรือหลักกฎหมาย เช่น นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พยายามตั้งคำถามโยงไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจเป็นคุณกับเราก็ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากคาดหวังผลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็คาดผิดมาตลอด เพียงแต่หวังความเป็นธรรมจากศาลเท่านั้น
"ส่วนกรณีที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ นายนุรักษ์ มาประณีต และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ขอถอนตัวจากการเป็นองค์คณะในการพิจารณาคดีแต่องค์คณะไม่ยินยอมนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ติดใจ แต่จะจดและจำสิ่งที่ทั้งสามคนพูดไว้ตอนเป็นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50 โดยจะดูคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคลว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 และขอเรียกร้องให้นักกฎหมายทั่วประเทศออกมาให้ความเห็นถึงการแก้ไข มาตรา 291 ว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไรด้วย สำหรับคลิปเสียงนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่หลุดออกมานั้นแสดงให้เห็นว่า แม้พรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมาก แต่หนทางใดที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุดเราก็จะทำ ซึ่งการชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่าง พรบ.ปรองดองฯ น่าจะถูกใจพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ไม่น่าจะออกมาโวยวายอะไรอีก" นายจิรายุ กล่าว
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยพยายามออกมาริดรอนความน่าเชื่อถือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น อยากทราบว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปอยู่ที่ไหน ให้นายสุเทพมาพูดแทนทุกวัน แสดงว่า เกิดการขบเกลียวในพรรคประชาธิปัตย์จริงใช่หรือไม่ เพราะทราบว่า มีสามก๊กคือ ก๊กหัวหน้าพรรค ก๊กอดีตหัวหน้าพรรค และก๊กอดีตเลขาธิการพรรคที่ลาออกไปแล้ว อยากให้นายสุเทพไปเคลียร์กับเลขาธิการพรรคดีกว่า อย่ามาเสี้ยม และขอให้นายสุเทพไปซื้อน้ำขิงกินเพื่อลดลมความอยากเป็นรัฐบาล
"ถาวร" มั่นใจแจงศาลรธน.ชัดเจน วอน เสื้อแดง-พท.หยุดกดดันตลก.หวั่นเกิดม๊อบชนม๊อบ
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมีการประเมินสถานการณ์ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการไต่สวนพยานทั้งฝั่งผู้ร้องและผู้ถูกร้องในกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตาม มาตรา 68 หรือไม่ว่า มีความเสี่ยงสูงที่พรรคเพื่อไทยอาจจะถูกยุบพรรค และให้มวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมพร้อมเพื่อรอสัญญาณการเคลื่อนไหวว่า เรื่องนี้ควรให้ความเคารพในคำวินิจฉัยของศางรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ สิ่งแรกตามที่ผู้ร้องได้ร้องไปเมื่อแยกตามประเด็นที่ศาลได้กำหนดประเด็นออกมานั้น ตนมีความมั่นใจในประเด็นข้อกฎหมายว่าผู้ร้องได้นำพยานเข้าทำการไต่สวนได้ตรงตามประเด็นนั่นคือ มาตรา 291 ที่ได้บัญญัติถึงหลักเกณฑ์แก้ไขเพิ่มเติ่มรัฐธรรมนูญและวิธีการเอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว
นายถาวร กล่าวต่อว่า ส่วนที่ฝ่ายผู้ถูกร้องจะอ้างว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามไว้สามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องของกฎหมายเอกชนไม่ใช่กฎหมายมหาชนนั้น แต่ตนเห็นว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายมหาชนที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร การปกครองประเทศและเป็นกฎหมายสูงสุดในเมื่อไม่อนุญาตให้ทำก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนข้อเท็จจริงการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตนได้ส่งซีดีการกระทำของกลุ่มเครือข่ายเสื้องแดงที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และได้ลงนามในญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วยแล้ว 3 ประการ ที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยประกาศบนเวทีอย่างชัดเจนว่า 1.พรรคการเมือง 2.กองกำลัง และ 3.มวลชน โดยทั้ง 3 ประการ เป็นการกระบวนการร่วมในการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่ว่าจะเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลยในการกระทำผิดฐานก่อการร้าย และดูหมิ่นสถาบัน ดังนั้นข้อเท็จจริงในข้อนี้ได้พิสูจน์การกระทำว่าร่วมกันกระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งไปเจือสมกับให้สอดคล้องกับญัตติของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ตนพูดถึงเป็นการกระทำในเชิงกายภาพ แต่ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเป็นการแยกเดิน 2 ขาตามที่นางธิดาพูดเอาไว้
นอกจากนี้ สำหรับผลของคดีจะออกมาอย่างไรนั้น นายถาวร กล่าวว่า ตนรับได้ แต่อยากขอร้องกลุ่มเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยอย่าเกณฑ์คนมากดดันหรือทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลวินิฉัยออกมาเป็นเชิงลบกับพรรคเพื่อไทย เกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแก้ว 3 ประการ โดยการเคลื่อนไหวทุกครั้งขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะถ้าไม่ปล่อยเงินมาล้อก็ไม่หมุน เมื่อไม่มีน้ำเลี้ยงไม่มีเงินเติมน้ำมันล้อก็หมุนไม่ได้ ก็หวังว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ปากว่าตาขยิบ ไม่เช่นนั้นเกิดความวุ่นวายได้ และอาจจะไม่สามารถควบคุมกลุ่มต่างๆจนอาจจะนำไปสู่การปะทะกันได้ เพราะมีทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง และ กลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม หากวันที่ 13 ก.ค.นี้ ศาลวินิฉัยออกมาสั่งห้ามแก้รัฐธรรมนูญ จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ผ่านการลงมติวาระ 3 ต้องตกไปทันที หากจะเริ่มกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตรงนี้ถ้าอยากจะแก้ในประเด็นไหน ก็ควรเขียนออกมาให้ชัดเจนเลย ว่าจะแก้กี่เรื่องกี่ประเด็น อย่าให้คลุมเครือเหมือนที่ผ่านมา



