
'สมเจตน์'ยันเคารพคำวินิจฉัยศาล
'สมเจตน์' สบายใจ จบไต่สวน 2 วัน มั่นใจ ทำดีที่สุด ยัน ต้องเคารพคำวินิจฉัยศาล ด้าน 'ปลอดประสพ'ระบุ ศาลรธน. ต้องเคารพประชาชน พร้อมเชื่อเลข 13 เป็นวันเฮง ประเทศชาติจะพบความโชคดี 'ยงยุทธ' น้อมรับคำตัดสินศาลรธน. เชื่อยุติธรรม
7 ก.ค.55 พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ในฐานะผู้ร้องคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องไว้วินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กล่าวว่า ภายหลังจบการไต่สวน ทั้ง 2 วันแล้ว รู้สึกสบายใจ ที่ได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถือว่าพ้นหน้าที่แล้ว ต่อไปก็เป็นการวินิจฉัยของศาล ซึ่งจะเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับ เพราะได้ถือศาลเป็นที่พึ่ง ทั้งนี้ ในวันนัดแถลงปิดคดี และวันนัดฟังคำวินิจฉัย ก็จะมาร่วมฟังด้วย พร้อมยังมั่นใจในการทำหน้าที่ของตัวเอง
"สบายใจ เราก็ได้ทำหน้าที่เราได้ดีที่สุด ตอนนี้ก็พ้นหน้าที่ของผมแล้ว ในฐานะผู้ร้อง ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ" พล.อ.สมเจตน์ กล่าว
"ปลอดประสพ " ระบุ ศาลรธน. ต้องเคารพประชาชน
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อประเด็นการไต่สวนผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่า ตนเห็นตามความเห็นของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องบอกวิธีว่า จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไรให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับเก่า และไม่เป็นเจตนาที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้กันอยู่ นอกจากนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เพื่อให้นำไปสู่รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ภายใต้ระบบที่เป็นประชาธิปไตย คือ ใช้ระบบของรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดฟังคำพิจาณาวันศุกร์ที่ 13 ก.ค. นี้มองว่าจะออกมาในทิศทางไหน นายปลอดประสพ กล่าวทีเล่นทีจริงพร้อมกับหัวเราะไปด้วย ว่า “วันที่ 13 ถือเป็นที่ผมขึ้นเครื่องบิน เพราะเขาว่าเป็นวันดี อย่างที่อเมริกาเขาเรียกว่าเป็นวัน Black Friday สำหรับประเทศไทยก็ต้องถือว่าเป็นวันดี ผมจะบอกให้นะ ผมเกิดวันที่ 3 เดือนสาม บ้านเลขที่และเลขทะเบียนรถผมเป็นเลย 33 ดังนั้นเลข 3 เป็นเลขนำโชคของผม”
เมื่อถามต่อว่า หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในทางที่ขัดความรู้สึกประชาชน ประเมินว่าจะเกิดวิกฤตทางการเมืองเหมือนไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าศาลต้องเคารพประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ อย่างไรก็ตามเท่าที่ตนสังเกตใบหน้าของศาล รู้สึกว่ามีสีหน้าเปล่งปลั่ง ดังนั้นเป็นไปได้ว่าศาลจะตัดสินในคำร้องด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ เชื่อถือได้
"ยงยุทธ" น้อมรับคำตัดสินศาลรธน. เชื่อยุติธรรม
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจหลังได้เข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ถึงวันนี้คงบอกไม่ได้ว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจอะไร ถือว่า ได้ทำหน้าที่ไปชี้แจงข้อกล่าวหาแล้ว และได้อธิบายให้ศาลได้ทราบแล้วว่า เราไม่มีเจตนาใดๆตามข้อกล่าวหาของผู้ร้องเลย เมื่อถามว่าเชื่อมั่นหรือไม่ว่าการตัดสินของศาลจะเป็นไปตามความเห็นของคนส่วนใหญ่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าความคิดของคนส่วนใหญ่เป็นอย่างไร เพียงแต่เชื่อมั่นว่า คำตัดสินของศาลที่ออกมาจะมีความยุติธรรม ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็พร้อมและน้อมรับคำตัดสินของศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยมีการเตรียมพร้อมต่อผลการตัดสินของศาลอย่างไรบ้าง นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่ได้คิดอะไรไปไกล ก็คิดเป็นเรื่องๆครั้งๆไปแต่ไม่ได้หมายความว่า ตนมีความมั่นใจ อะไรจะเกิดก็ค่อยว่ากันอีกที เมื่อถามว่า จะส่งผลไปถึงการยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวลไปถึงขนาดนั้นเพราะเชื่อมั่นว่าศาลท่านมีเหตุมีผล
“ จะให้ผมพูดว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจคงไม่ได้ เพราะจะถูกสื่อนำไปพาดหัวข่าว การให้สัมภาษณ์อะไรตอนนี้เหมือนดาบสองคม ผมเองก็โดนมาหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยเข็ด สื่อมาขอสัมภาษณ์ก็จะตอบไปตามข้อเท็จจริง วันนี้ผมไม่ได้คิดว่าจะเป็นแง่ดีหรือแง่ร้าย เดินสายกลางตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า” นายยงยุทธ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่า คำวินิจฉัยของศาลไม่ว่าจะออกมาอย่างไรจะทำให้เกิดมวลชนออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน นายยงยุทธ กล่าวว่า ให้ตนตอบคำถามเชิงสมมตินั้นตอบยาก อย่างไรก็ตามเรื่องแบบนี้เราคงไม่ต้องไปปรามหรือขอร้องกลุ่มต่างๆ อย่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูยเมื่อวันที่ 5-6 ก.ค.ที่ผ่านมา หลายฝ่ายก็เกรงว่าจะมีกลุ่มคนไปที่หน้าศาลจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีอะไร วันนี้ขอร้องว่าอย่าไปกังวลหรือยั่วยุ หรือสร้างควันไฟอะไรขึ้นมา ดังนั้นหากมวลชนกลุ่มใดจะออกมาเคลื่อนไหวก็สามารถทำได้เพียงแต่ขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทำอะไรเหนือกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามว่า ทางพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องหารือกันหลังจากชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ก็มีการพูดคุยกันอยู่เรื่อยๆ



