ข่าว

'จูงน้องข้ามถนน'มัดใจเด็กลดอุบัติเหตุ

'จูงน้องข้ามถนน'มัดใจเด็กลดอุบัติเหตุ

07 ก.ค. 2555

'จูงน้อง...ข้ามถนน' มัดใจเด็ก...ลดอุบัติเหตุ : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์

              บนถนนสายหลักทุกวันนี้ จะพบว่ามียวดยานพาหนะวิ่งผ่านอย่างคับคั่ง การข้ามถนนจึงเป็นเรื่องยากและเสี่ยงสำหรับเด็กนักเรียนที่โรงเรียนตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ ทำให้ พ.ต.อ.อภิชัย ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ ผกก.2 บก.ทล. เล็งเห็นถึงอันตรายของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนที่ต้องเสี่ยงชีวิตเดินข้ามถนนไปโรงเรียนทุกๆ วัน จึงได้จัดทำโครงการ "พี่ทางหลวงจูงน้องนักเรียนข้ามถนน" เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
 
               หลายปีที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุกับเด็กนักเรียนที่เดินข้ามถนนบริเวณหน้าโรงเรียน ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายหลักในพื้นที่รับผิดชอบของ กก.2 บก.ทล. บ่อยครั้ง กระทั่งเมื่อปี 2553 พ.ต.ท.เด่นหล้า รัตนกิจ สว.ส.ทล.3 (ประจวบคีรีขันธ์) จึงเกิดแนวคิดในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยให้ตำรวจทางหลวงซึ่งเข้าเวรประจำตู้ทางหลวงใกล้กับโรงเรียนต่างๆ จัดสรรกำลังไปอำนวยความสะดวกให้แก่เด็กนักเรียนที่ต้องเดินข้ามถนนเป็นประจำทุกวันในช่วงเช้า ระหว่างเวลา 07.30-08.30 น. และช่วงเย็น 15.30-16.30 น.
 
               "ภาพตำรวจทางหลวงจูงมือหรือเดินกอดคอเด็กนักเรียนพากันข้ามถนน ผมเห็นแล้วประทับใจ และที่สำคัญสามารถป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นกับอนาคตของชาติได้ด้วย ผมจึงนำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดให้ตำรวจทางหลวงในสังกัด กก.2 ทุกสถานีจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้วใน 4 จังหวัด คือ ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี เพชรบุรี และชุมพร มีโรงเรียนที่เราส่งตำรวจเข้าไปดำเนินการแล้ว 10 โรงเรียน และเตรียมจะขยายไปทำต่อในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และนครปฐม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุให้แก่นักเรียนที่ต้องเดินข้ามถนนเพื่อไปเรียนหนังสือเป็นประจำทุกวัน" พ.ต.อ.อภิชัย เล่าถึงที่มาของโครงการ
 
               โครงการดังกล่าวนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียนที่ต้องข้ามถนนแล้ว ตำรวจทางหลวงที่เข้าไปดำเนินการยังถือโอกาสใกล้ชิดปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเคารพกฎจราจรด้วย อีกทั้งเด็กยังซึมซับความเอื้ออารีและมีน้ำใจ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะนำสิ่งที่เคยได้รับหรือเคยเห็นในวัยเด็กไปปฏิบัติเมื่อโตขึ้น
 
               "ในอนาคตผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นภาพคนวัยทำงานจูงเด็กหรือคนชราพากันข้ามถนนได้ในทุกพื้นที่ ไม่ใช่หาดูได้ยากเหมือนในทุกวันนี้" พ.ต.อ.อภิชัยบอกอย่างมีความหวัง
 
               นอกจากจะอำนวยความสะดวกช่วยน้องข้ามถนนหน้าโรงเรียนแล้ว ตำรวจทางหลวง กก.2 บก.ทล. ซึ่งรับผิดชอบถนนสายหลักที่มุ่งหน้าลงใต้ ยังจะนำสัญญาณไฟฉุกเฉินรูปสามเหลี่ยม ออกแจกจ่ายให้แก่รถยนต์หรือรถบรรทุกที่จอดเสียริมถนน เพื่อใช้เปิดเป็นสัญญาณให้รถคันอื่นได้เห็นในระยะไกล คาดว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในเวลาค่ำคืนได้
 
               "เมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งเกิดเหตุตำรวจทางหลวงชลบุรีขับรถชนท้ายรถบรรทุกที่จอดเสียอยู่ริมถนน อุบัติเหตุลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นหากรถที่จอดเสียมีสัญญาณไฟฉุกเฉินติดตั้งไว้ให้รถคันอื่นได้เห็น ผมจึงจัดทำสัญญาณไฟฉุกเฉินเพื่อแจกจ่ายให้รถยนต์หรือรถบรรทุกที่จอดเสียริมถนนใช้เปิดกระทั่งซ่อมแซมรถเสร็จเพื่อให้รถคันอื่นได้เห็นและหลบหลีกได้ทัน เมื่อรถซ่อมเสร็จแล้วก็ให้นำสัญญาณไฟฉุกเฉินดังกล่าวไปคืนกับตู้ทางหลวงถัดไปเพื่อให้คนอื่นได้ใช้ต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างการผลิตสัญญาณไฟฉุกเฉินดังกล่าวประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้น่าจะแล้วเสร็จ เชื่อว่าจะลดอุบัติเหตุได้มาก" พ.ต.อ.อภิชัย กล่าวด้วยความมั่นใจ
 
               ทั้งนี้ โครงการ "พี่ทางหลวงจูงน้องนักเรียนข้ามถนน" และ "สัญญาณไฟฉุกเฉินรถจอดเสียริมถนน" ที่ตำรวจทางหลวงกองกำกับการ 2 ริเริ่มขึ้น มีเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุบนถนนสายหลัก ที่เป็นสาเหตุแห่งการคร่าชีวิตคนไทยในแต่ละปีจำนวนไม่น้อย เชื่อว่าทั้ง 2 โครงการจะช่วยสร้างความปลอดภัยในชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนที่ผ่านเส้นทางสายใต้ไม่มากก็น้อย !!

............

(หมายเหตุ : 'จูงน้อง...ข้ามถนน' มัดใจเด็ก...ลดอุบัติเหตุ : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)