
สองฝั่งเจ้าพระยารอรับเสด็จ'ในหลวง'
สองฝั่งเจ้าพระยาพลิ้วไสว วัด-ประชาชนประดับธง ตั้งโต๊ะหมู่บูชา รอเฝ้าถวายพระพรในหลวง ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปทรงเปิดโครงการพระราชดำริ วันเสาร์นี้
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักพระราชวัง กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างจัดเตรียมความพร้อมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปทรงเปิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 5 โครงการ ณ บริเวณหน้ากรมชลประทาน สามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ช่วงค่ำวันที่ 7 กรกฎาคมนี้
ขณะที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นทางที่เสด็จฯ ผ่าน ต่างทำความสะอาด ตกแต่ง ประดับประดาบ้านเรือนและสถานที่ด้วยธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ และตั้งโต๊ะหมู่บูชา ตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมาแต่โบราณ ดูสวยงาม บริเวณวัดต่างๆ มีการประดับผ้าสีสันสดสวย ส่วนการจัดเตรียมเวทีการแสดงริมฝั่งเจ้าพระยาหน้ากรมชลประทานเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยและเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จว่า ช่วงบ่ายวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีการซ้อมเสมือนจริงช่วงการเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคโดยเรืออังสนา ที่กองทัพเรือจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่ง พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนเฝ้ารับเสด็จ ตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราช ไปจนถึงกรมชลประทาน สามเสน และเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี
"5 โครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ล้วนยังประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำต่างๆ ทั้งช่วยเพิ่มการกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี เพิ่มพื้นที่การเกษตร แก้ปัญหาดินเปรี้ยว และช่วยบรรเทาอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการทั้งหมดแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2539 แต่ยังไม่เสด็จฯ มาทรงเปิด" นายเลิศวิโรจน์ กล่าว
นายจุมพล สำเภาพล รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังลงพื้นที่สำรวจเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินว่า การสำรวจเส้นทางเสด็จฯ เริ่มต้นตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราชขึ้นไปทางทิศเหนือของแม่น้ำเจ้าพระยา จนสุดเขต กทม.บริเวณคลองบางเขนเก่า จากที่ได้สั่งการสำนักงานเขต 5 เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย เขตพระนคร เขตบางกอกน้อย เขตดุสิต เขตบางพลัด เขตบางซื่อ และสำนักสิ่งแวดล้อม ให้ดูแลความเรียบร้อยเรื่องขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้พบว่าขยะมีน้อยมาก
นายจุมพล กล่าวว่า การจัดเตรียมสถานที่ให้ประชาชนเฝ้ารับเสด็จมีอยู่หลายแห่ง แต่จุดหลักๆ จะอยู่ที่สวนหลวง ร.8 และใต้สะพานพระราม 8 ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถรองรับประชาชนได้กว่า 5,000 คน อีกทั้งมีการตั้งเต็นท์ และจอทีวี เพื่อถ่ายทอดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจให้ประชาชนได้ชมระหว่างการเสด็จพระราชดำเนิน รวมทั้งพระราชกรณียกิจต่างๆ นอกจากนี้ยังมีบริเวณวัดราชาธิวาส ซึ่งเป็นสถานที่ค่อนขว้างกว้างและติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถรองรับประชาชนที่มาร่วมเฝ้ารับเสด็จได้จำนวนมากเช่นกัน
"ได้สั่งการให้สำนักงานเขต 5 แห่ง และสำนักการโยธา สนับสนุนการประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์บริเวณริมแม่น้ำให้มีความพร้อมและสวยงามตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณสวนหลวง ร.8 และใต้สะพานพระราม 8 รวมทั้งสำรวจพื้นที่ที่เหมาะและเพียงพอเพื่อติดตั้งโต๊ะหมู่พร้อมด้วยพระบรมฉายาลักษณ์และเครื่องสักการบูชา ขณะเดียวกันได้สั่งการสำนักเทศกิจ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดูแลท่าเรือ โป๊ะเรือ ให้มีความแข็งแรง ไม่ให้ประชาชนเฝ้ารับเสด็จบนท่าเรือและโป๊ะเรือ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และให้สำนักการจราจรและขนส่งตรวจสอบระบบกล้องวงจรปิดบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ทุกตัว" รองปลัด กทม.กล่าว
ด้าน ว่าที่ ร.ต.บุญธรรม ผลประเสริฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดุสิต กล่าวว่า ทางเขตได้เตรียมสถานที่ไว้ให้ประชาชนเฝ้ารับเสด็จรวม 3 จุดหลักๆ คือ บริเวณชุมชนท่าน้ำสามเสน วัดราชาฯ และวัดแก้วฟ้า ส่วนกิจกรรมของวัดต่างๆ ใน กทม.นอกจากมีการตั้งโต๊ะหมู่บูชาแล้ว ยังมีการสวดชัยมงคลคาถาพร้อมกันด้วย ขณะเดียวกันมีการตั้งเต็นท์ให้ประชาชนหากเกิดฝนตก นอกจากนี้ยังประสานไปยังการประปานครหลวงในการนำน้ำดื่มมาบริการประชาชน รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนที่จะเดินทางมาให้ใช้รถสาธารณะ เพื่อความสะดวก
ด้านการเตรียมความพร้อมรับเสด็จในส่วนของ จ.นนทบุรี นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ทางจังหวัดได้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อประดับประดาธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ รวมทั้งข้อความว่า "คนนนท์ เทิดทูนสถาบัน" ส่วนวัด สุเหร่า มัสยิด จะร่วมกันสวดถวายพระพร โดยวัดปรมัยยิกาวาส บนเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นวัดมอญ จะมีการสวดเป็นภาษามอญ ส่วนชาวบ้านก็ร่วมกันแต่งเพลงมอญถวายพระพรด้วย
นายวิเชียร กล่าวว่า ได้จัดพื้นที่ให้ประชาชนเฝ้ารับเสด็จไว้หลายจุด รองรับประชาชนได้กว่า 8 หมื่นคน เช่น ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า ท่าน้ำนนทบุรี กรมราชทัณฑ์ อาคารกรมสรรพสามิต กรมพลาธิการทหารบก กรมชลประทาน ปากเกร็ด พุทธสถานเชิงท่าหน้าโบสถ์ โรงเรียน วัด มัสยิด ทุกแห่งที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทุกจุดจะมีการแสดงต่างๆ ของนักเรียนใน จ.นนทบุรี ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมเฝ้ารับเสด็จอย่างพร้อมเพรียงกัน
ด้าน นายบุญเลิศ โสภา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ใน จ.นนทบุรี มีพื้นที่ให้ประชาชนไปเฝ้ารับเสด็จได้ประมาณเกือบ 30 วัด อาทิ อ.บางกรวย ที่วัดลุ่มคงคาราม, อ.เมือง ที่วัดค้างคาว วัดตึก วัดศาลารี วัดเขียน วัดสลักใต้ วัดตำหนักใต้ วัดท้ายเมือง วัดเขมาภิรตาราม วัดปากน้ำ, อ.ปากเกร็ด ที่วัดเชิงเลน วัดท่าอิฐ วัดแสงสิริธรรม วัดใหญ่สว่างอารมณ์ วัดไผ่ล้อม วัดปากคลองพระอุดม วัดเสาธงทอง วัดบางจาก วัดปรมัยยิกาวาส วัดเตย วัดสนามเหนือ วัดกลางเกร็ด วัดฉิมพลี
อย่างไรก็ตาม ในการเฝ้ารับเสด็จ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหารและประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในเส้นทางเสด็จฯ ไม่ให้ใช้ไฟฉาย เลเซอร์ หรือจุดพลุ ดอกไม้ไฟ หรือโคมลอย และควรแต่งกายให้เรียบร้อย นั่งในท่าที่เรียบร้อย ไม่นั่งห้อยขา ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่บนตึกสูงให้ปิดไฟ เพื่อความเรียบร้อย ส่วนการถ่ายภาพช่วงเวลากลางคืนขออย่าใช้แฟลช
หมายกำหนดการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะประทับเรือพระที่นั่งอังสนา ที่กองทัพเรือจัดถวาย ทอดพระเนตรสองฝั่งเจ้าพระยา จากท่าเรือสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราชในเวลาประมาณ 16.30 น. เสด็จฯ ไปยังบริเวณเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี และกลับมายังบริเวณหน้ากรมชลประทาน สามเสน เขตดุสิต ในเวลาประมาณ 18.45 น. เพื่อทำพิธีเปิดโครงการ
โดยผู้ว่าราชการทั้ง 5 จังหวัดที่มีโครงการชลประทานในพระราชดำริ ได้แก่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ จ.นครศรีธรรมราช ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต จ.นครพนม และอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ จ.กาฬสินธุ์ เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพระหัตถ์บนแท่นตราสัญลักษณ์โครงการ เพื่อเปิดโครงการทั้ง 5 แห่ง พร้อมกับทอดพระเนตรวีดิทัศน์บรรยากาศสด 5 จังหวัดที่ร่วมกันแปรอักษรคำว่า "ทรงพระเจริญ" และทอดพระเนตรวิดีทัศน์สื่อผสม "น้ำสร้างชีวิต" ซึ่งเป็นการนำเสนอโครงการพระราชดำริที่มีมากกว่า 2,000 โครงการ และเสด็จฯ กลับในเวลาประมาณ 20.00 น.



