
มั่นใจมั้ยเมื่อต้องใช้บริการรถสาธารณะ
ฮอตอิชชู่ : มั่นใจมั้ย..เมื่อต้องใช้บริการรถสาธารณะ
เข้ารอบชิงพื้นที่ข่าวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์แทบไม่เว้นแต่ละวัน สำหรับข่าวร้ายๆ อันเกิดจาก "รถสาธารณะ" ไม่เว้นแม้เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง หรือผู้ชาย ไล่เรียงกันตั้งแต่รุ่นเล็ก "มอเตอร์ไซค์รับจ้าง" วันดีคืนดีเกิดอาการหน้ามืดตามัวพาออกนอกเส้นทางหวังจะชำเราผู้โดยสาร ถัดมาเป็นคิวของ "แท็กซี่โจร" เริ่มจากคดีน้ำจิ้มแค่รูดทรัพย์ บางรายหนักถึงขั้นปล้นข่มขืนถ่ายคลิปรีดเงิน ส่วนที่เข้าขั้นเลือดตกยางออกจนถึงตายก็ยังได้เห็นอยู่เนืองๆ สุดท้ายพี่ใหญ่ "รถโดยสารประจำทาง" หากไม่ถูกปืนลูกหลงของนักเรียนนักเลง ก็เป็นข่าวคึกโครมเพราะรถคว่ำขมำหงาย ยังไม่นับ "รถตู้โดยสาร" เทกระจาดเกือบนับครั้งไม่ถ้วน...จู่ๆ จะให้ภัยที่ว่าหมดไปราวกับปิดสวิตไฟ คงเป็นไปได้ยาก ถึงกระนั้นก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่า ทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องคิดเห็น หรือมีช่องทางดูแลตัวเองเช่นไรให้พ้นภัยจากรถโดยสาร
เริ่มจาก พิธีกรคนเก่ง และสาวสังคมคนดัง "หนิง" ศรัยฉัตร กุญชรฯ จีระแพทย์ เล่าว่า ด้วยความที่บางครั้งรับหน้าที่พิธีกรในรายงาน ดังนั้นจึงต้องมีบ้างที่ต้องเลือกใช้รถสาธารณะเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง เพราะจะขับรถไปในที่ต่างๆ ในเวลาเร่งรัดเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก แล้วงานพิธีกรจะหาใครมาแทนแบบทันทีไม่ได้ ดังนั้นส่วนตัวจึงใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่จะระมัดระวังมาก ถ้าไม่มีความจำเป็นก็จะไม่ใช้บริการ
"ส่วนตัวเป็นคนชอบขับรถเองโดยเฉพาะถ้าต้องไปส่งลูกต้องขับเองเท่านั้น หรือถ้าไม่ว่างก็จะเป็นสามีหรือผู้ช่วย ไม่เคยให้คนอื่นขับเลย ส่วนการนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ต้องวางแผนล่วงหน้าต้องนั่งในระยะที่ใกล้ๆ ถ้าระยะทางไกลเกินไปก็ไม่นั่งสามีเป็นห่วงและจะหงุดหงิดด้วย แต่ทั้งนี้เมื่อต้องใช้บริการก็ต้องระมัดระวังตัวเอง ต้องใส่กางเกงยีน เสื้อแขนยาวเพราะเราไม่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ ถ้าเป็นแผลแล้วต้องไปทำงานไม่สะดวกแน่ หรือแม้แต่การขึ้นแท็กซี่จะบอกทุกคนเลยให้ถ่ายรูปทะเบียนรถ สังเกตคนขับและโทรศัพท์บอกกันเลยว่าขึ้นแล้วทะเบียนนั้นทะเบียนนี้ ถ้าคนขับไม่พอใจลงเลยเพราะแสดงว่าเขาไม่บริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้ก็ได้มาจากคุณแม่ที่เป็นตำรวจสอนมาตั้งเด็กๆ ให้สังเกต สิ่งเหล่านี้สำคัญ อย่างเกรงใจเพราะนั่นคือการรักษาปลอดภัยของตัวเอง" พิธีกรคนดังเล่าวิธีการป้องกันของตัวเอง
ทางด้านผู้ที่ใช้บริการรถประจำทางทุกวันอย่าง "น็อต" นพรัตน์ สมบัติสิริมงคล ลูกจ้างชั่วคราวของกรมโรงงานอุตสาหกรรมวัย 24 ปี ที่ต้องนั่งรถเมล์ประจำทางจากย่านนนททบุรีมาที่ราชวิถี เล่าว่ามักพบเหตุการณ์บนรถเมล์เสมอร้ายแรงที่สุดคือการเห็นนักเรียนตีกันต่อหน้า และตนเองก็ไม่มีทางหนีไปไหนได้ โดยคิดว่าระบบขนส่งน่าจะมีการปรับปรุงให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย
"เคยนั่งอยู่ดีๆ ก็มีเด็กนักเรียน 2 คน ขับมอเตอร์ไซค์ตามคู่อริที่อยู่บนรถเมล์คันเดียวกันกับเราม พอนักเรียนคนนั้นลงรถเด็กที่ขับรถตามมาก็หาเรื่องและตีกันทันทีตรงหน้าประตู โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ต่างมีอาวุธ ตอนนั้นไม่รู้จะหนีไปทางไหนคิดอย่างเดียวว่าถ้ามีการขึ้นมาตีกันบนรถก็มีสิทธิโดนลูกหลงได้ และยิ่งถ้ามีการใช้ปืนด้วยคงหนีไปไหนไม่รอด โดยส่วนตัวจะกลัวปัญหาที่เกิดขึ้นบนรถเมล์มากที่สุด เพราะนอกจากปัญหาข้างต้นแล้วยังมีเรื่องของรถเสียปล่อยคนทิ้งข้างทางไปเลยก็มี หรือพวกรถที่ขับเร็วและจอดรับ-ส่งผู้โดยสารแบบไม่ตรงป้าย บางทีให้ลงกลางถนนถ้าไม่มองซ้ายดีๆ รถที่สวนมาก็อาจชนเราได้อีกเหมือนกัน วิธีเซฟตัวเองที่ดีที่สุดคือการพึ่งตัวเอง ใช้สติหาทางหนีทีไล่ไว้ตลอดเวลา" พนักงานหนุ่ม กล่าว
ส่วนผู้ที่ใช้บริการรถตู้ประจำ "แน๊ต" ศมกมล เนียมกุญชร นักประชาสัมพันธ์รุ่นใหม่ไฟแรง เล่าให้ฟังว่า ใช้บริการรถตู้สาธารณะมากว่าสิบปีตั้งแต่เป็นนักศึกษาจนตอนนี้ทำงานบางครั้งก็ใช้บริการรถตู้เพราะบ้านกับที่ทำงานอยู่ไกลกัน ต้องนั่งรถตู้มาต่อรถไฟฟ้าส่วนช่วงเย็นบางครั้งก็ใช้บริการเหมือนกัน แต่ที่ใช้มาไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรรุนแรง เพียงแต่จะมีคนขับที่ขับเร็วเกินไป เกินความจำเป็นปาดหน้ารถคันอื่นจนเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ
"การที่นั่งรถจนชินบางครั้งก็ลืมๆ เรื่องความปลอดภัย แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็จะรู้สึกกลัวและตื่นตัวขึ้นมาบ้าง อย่างล่าสุดที่รถตู้เกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนแล้วคนนั่งริมหน้าต่างกระเด็นออกมาข้างนอกรถเสียชีวิต นับจากนั้นก็จะพยายามไม่นั่งริมหน้าต่างอีกเลย แต่ทั้งนี้การใช้บริการรถสาธารณะบางที่ก็เลือกไม่ได้ ก็ต้องดูแลตัวเอง รถแน่นเกินไป เก่าเกินไปก็ไม่ขึ้น หรือดูคนขับลักษณะไม่สุภาพก็จะเลี่ยงๆ แต่ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายเพราะมีรถตู้ให้บริการมาก บางครั้งขึ้นทางด่วนก็จะเร็ว และส่วนตัวมองว่าเมื่อต้องใช้บริการรถสาธารณะตัวเราเองนี้ละที่ต้องดูแลตัวเองให้มากที่สุด" สาวนักประชาสัมพันธ์ เล่าถึงการใช้รถสาธารณะ
ปิดท้ายที่ "หมอแอร์" พ.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยทำคลิปวิดีโอแนะนำถึงข้อควรปฏิบัติระหว่างใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะสุภาพสตรีนั่งแท็กซี่ตามลำพัเพื่อความปลอดภัยแสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาเหล่านี้ต้องมีการแก้ไขทั้งสองฝ่าย ระหว่างผู้ใช้กับผู้ให้บริการ ตัวผู้ใช้เองต้องศึกษาวิธีการป้องกันตัวเองและมีสติรอบคอบอยู่เสมอ ไม่เปิดช่องว่างให้โดนทำร้ายได้
"ถึงเวลาแล้วที่ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาแก้ไขระบบการขนส่งมวลชนกันบ้าง หลายกรณีที่ถูกชิงทรัพย์ หรือข่มขืน คือผู้โดยสารไม่สามารถหนีออกไปได้เพราะคนร้ายใช้ระบบล็อกรถอัตโนมัติไม่ให้ฝั่งผู้โดยสารเปิดออกได้ ความจริงแท็กซี่ไม่ควรใช้ระบบนี้เพราะผู้โดยสารควรมีสิทธิที่จะเปิดประตูได้ตลอดเวลา ในต่างประเทศมีการแก้ไขสถานะการณ์นี้ ด้วยการนำกระจกมากั้นระหว่างคนขับและผู้โดยสาร เพราะเขาเข้าใจว่าผู้โดยสารต้องการความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการคัดเลือกคนขับรถสาธารณะที่ไม่มีประวัติการก่ออาชญากรรม มีการสอบใบขับขี่โดยเฉพาะๆ ไม่เหมือนบ้านเราที่ใครจะขับก็สามารถเช่ารถขับได้ง่ายๆ โดยไม่มีการกลั่นกรองก่อน" หมอแอร์ ให้ข้อเสนอแนะ
เอาเป็นว่า...เมื่อเป็นบริการสาธารณะที่หน่วยงานต่างๆ ออกมาบอกกล่าวถึงระบบที่ไม่พร้อมและการขาดทุนของรายได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวเองที่จะต้องดูแลตัวเอง มีสติ รอบคอบ เห็นท่าไม่ปลอดภัยขอให้รถจอด หรือลงป้ายหน้ากันเลยดีกว่าค่ะ



