
'อภิชิต วิโนทัย'ฟื้น'กะพังสุรินทร์'
'อภิชิต วิโนทัย'ฟื้น'กะพังสุรินทร์' มีชีวิตอีกครั้ง! : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
ย้อนกลับไปเมื่อสัก 10 ปี ไม่ว่าใครก็ตามที่เดินทางมายัง จ.ตรัง อดไม่ได้ที่จะต้องแวะเยือน "สระกะพังสุรินทร์" สวนสาธารณะแห่งแรกที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลห่างศาลากลางจังหวัดราว 2 กิโลเมตร เป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เนื้อที่ทั้งหมด 74 ไร่ แยกเป็นพื้นน้ำ 52 ไร่ พื้นดิน 22 ไร่ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2508
สระน้ำแห่งนี้มีลักษณะเป็นโพรงหินปูน ด้านล่างภายในจะมีน้ำขังตลอดปีแม้ยามหน้าแล้ง และสามารถบอกถึงปริมาณน้ำภายในเขตเทศบาลนครตรังได้ว่าปีนั้นๆ น้ำจะมากหรือน้อย ซึ่งนอกจากจะใช้เลี้ยงต้นไม้ใหญ่น้อยรอบๆ บริเวณแล้ว ยังถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชาวกะพังสุรินทร์และใกล้เคียง เพราะช่วยให้บ่อน้ำตื้นมีปริมาณให้ได้กินได้ใช้ตลอดปี รวมทั้งยังนำน้ำไปช่วยเหลือพื้นที่ต่างๆ ในหน้าแล้งได้ด้วย
จากข้อมูลในจดหมายเหตุรายวันของ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ 7 บันทึกว่า เมื่อเวลา 16.00 น.วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2471 พระองค์ได้ทรงรถยนต์พระที่นั่งจากตำหนักผ่อนกาย เสด็จตำบลสระพังเป็นที่คล้ายกับวนะมีสระใหญ่อยู่กลาง เสวยเครื่องว่าง ณ พลับพลาซึ่งปลูกในสระนั้น เสร็จแล้วเสด็จทอดพระเนตรรอบบริเวณ เวลา 17.15 น. เสด็จกลับสู่พระตำหนัก
ทั้งนี้ จะมีศาลาตั้งอยู่กลางน้ำ 3 หลัง มีสะพานเชื่อมโยงกัน ช่วงแรกจะสร้างเพียงหลังเดียว ต่อมาได้สร้างเพิ่มขึ้นอีก 2 หลังทั้งด้านซ้ายด้านขวา ส่วนทางทิศเหนือของสระน้ำได้ก่อสร้างศาลาขึ้น เมื่อปี 2520 ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ "พระพุทธสิหิงค์" องค์จำลอง อีกทั้งภายในสวนร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิด จึงถือได้ว่าเป็นปอดของคนเมืองตรัง
ในอดีต "สระกะพังสุรินทร์" ยังเป็นศูนย์กลางการจัดงานประเพณีวัฒนธรรม ทั้งงานวันลอยกระทง วันสงกรานต์ วันเด็ก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่างานที่จัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ทว่าปัจจุบันได้มีการย้ายการจัดงานไปยังสถานที่อื่นจนทำให้สวนสาธารณะแห่งนี้แทบจะถูกลืมไปจากบุคคลภายนอก
ก่อนหน้านี้ปี 2544 สมัย "นายชาลี กางอิ่ม" เป็นนายกเทศมนตรีนครตรัง ได้จัดสรรงบ 40 ล้านบาท ปรับปรุงสวนสาธารณะแห่งนี้ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากผู้คนในพื้นที่ เนื่องจากวิตกว่าความเป็นธรรมชาติจะสูญหายไป เพราะรูปแบบการดำเนินการนั้นเน้นไปในเรื่องการก่อสร้างสิ่งต่างๆ รวมทั้งมีการถมหนองน้ำในบางส่วนด้วย ทว่าในที่สุดโครงการนี้ก็เกิดขึ้น
แม้จะมีศาลา สะพาน ลานกีฬา และอื่นๆ เพิ่มขึ้น แต่ไม่ช่วยให้ "สระกะพังสุรินทร์" กลับมายิ่งใหญ่เหมือนอดีต ทั้งยังปรากฏพบเห็นการมั่วสุมของวัยรุ่น ความไม่เป็นระเบียบของสิ่งปลูกสร้าง บางส่วนเริ่มผุพัง ต้นไม้รกรุงรัง เนื่องจากขาดการเอาใจใส่อย่างจริงจัง อีกทั้งบางคืนสวนแห่งนี้ถูกนำมาจัดรถแข่งของวัยรุ่น สร้างความอดสูให้ผู้อาศัยอยู่ใกล้เคียงเฝ้ามองด้วยความเศร้าใจ
ทว่า ทันทีที่"อภิชิต วิโนทัย" หรือ "โกแจ๊ค"เข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครตรัง ทุกคนคาดหวังการพลิกฟื้นสวนสาธารณะแห่งนี้ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และไม่นานก็เกิดความเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือการปรับปรุงภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ ด้วยการตัดหญ้า จัดการขยะและซ่อมบำรุงเครื่องทำน้ำพุภายในสวนให้กลับมาใช้การได้อีกครั้ง พร้อมสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลและน้ำจืดจังหวัดตรัง"
ผู้บริหารคนใหม่บอกว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคมและการท่องเที่ยว เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านระบบนิเวศวิทยาและแหล่งศึกษาสัตว์น้ำในจังหวัดตรัง รวมทั้งให้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างจังหวัดตลอดจนเป็นการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังด้วย
นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ และการจัดทำสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปเพิ่มเติมในสวนสาธารณะแห่งนี้ด้วย ซึ่งคาดจะเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2556 พร้อมหารือกับประชาชนในพื้นที่เรื่องการจัดตั้งร้านค้าต่างๆ เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก อาหารพื้นเมือง โดยหวังให้เป็นทางเลือกสำหรับการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครตรังและประชาชนได้พาครอบครัวมาพักผ่อนหย่อนใจ
ที่สำคัญก็คือ เป็นการคืนชีวิตชีวาให้ "สระกะพังสุรินทร์" กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกครั้ง!
.................................................
('อภิชิต วิโนทัย'ฟื้น'กะพังสุรินทร์' มีชีวิตอีกครั้ง! : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



