ข่าว

'ขุนค้อน'รับคลิปเสียงตัวเองจริง

'ขุนค้อน'รับคลิปเสียงตัวเองจริง

06 ก.ค. 2555

'สมศักดิ์'เปิดปากยันไม่มีปัญหาแกนนำพท.หลังมีคลิปเสียงโผล่ ย้ำทำงานไม่มีใบสั่ง แย้ม 'กก.ยุทธศาสตร์ พท.' เริ่มเห็นคล้อยให้ถอน ร่างพรบ.ปรองดอง ด้าน'ปชป.'เปิดคลิปซ้ำมัด'ขุนค้อน'ถูกใบสั่งคนทางไกล ไร้ความเป็นกลาง

                      6 ก.ค.55 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์นำคลิปเสียงมาเผยแพร่ โดยยอมรับว่าเป็นคลิปเสียงของตนจริง ในงานเลี้ยงส่วนตัวกับบุคคลใกล้ชิด ทั้งนี้ตนแปลกใจว่า มีคลิปเสียงหลุดออกไปได้อย่าง แต่ตนไม่กังวลใดๆ และยืนยันว่าการทำหน้าที่ประธานสภาฯ ไม่มีใบสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหา เพราะหากมีใบสั่งจริงความเห็นของตนคงไม่ขัดแย้ง อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่มีคลิปเสียงเผยแพร่ออกมา ตนได้ทำความเข้าใจกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึงสมาชิกคนสำคัญ และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ แล้ว เบื้องต้นบุคคลดังกล่าวมีความเข้าใจดี ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นยังไม่ได้หารือ

                    “ในหลักการประชาธิปไตย ทุกพรรคการเมือง และสมาชิกพรรคสามารถหารือกันได้ หากจะจำได้ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการพิจารณาให้ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ว่า ผมจะตัดสินใจในผลประโยชน์ของประเทศชาติ และได้ปฏิบัติตามนั้นจริง คือ ให้ยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสามออกไป สำหรับถ้อยคำในคลิป เป็นสิ่งที่ยืนยันชัดเจนว่าผมได้ทำอย่างที่พูด ไม่มีอะไรเสียหาย หากมีใบสั่ง ทำไมต้องถกเถียงกัน เป็นเรื่องการถกเถียง หาเหตุผล เป็นการหารือ ผมพูดหารือกับสมาชิก ผู้ใหญ่ของพรรคมาโดยตลอด และทำอย่างเปิดเผย รวมถึงเรื่องร่างกฎหมายปรองดองด้วย ส่วนคลิปเสียงนั้นจะกระทบต่อการทำงานหรือไม่ มันอยู่ที่ว่าจะนำไปเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ จริงๆ ไม่มีอะไรเลย” นายสมศักดิ์ กล่าว

                      นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ไม่มีความกังวล หากพรรคประชาธิปัตย์จะนำคลิปเสียงไปเป็นหลักฐานการยื่นถอดถอนตน ต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่ ในประเด็นการทำหน้าที่ประธานสภาฯ ไม่เป็นกลาง อย่างไรก็ตามความไม่เป็นกลางการทำหน้าที่ในประชุมสภาฯ สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจน ส่วนใหญ่ที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาไม่เป็นกลางนั้น เป็นเรื่องเล็กน้อยและกล่าวหาอย่างลอย ๆ

                      นายสมศักดิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการหารือกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ต่อประเด็นการถอนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.... (พรบ.ปรองดอง) ว่า ได้หารือในระดับหนึ่งแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี คือ เห็นคล้อยตามความเห็นของตน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับมติเสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทย

 

 

"ปชป."เปิดคลิปซ้ำมัด“ขุนค้อน”ถูกใบสั่งคนทางไกล ไร้ความเป็นกลาง

                     นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวพร้อมเปิดคลิปเสียงที่อ้างเป็นเสียงของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร์ ตอนที่ 2 หลังจากก่อนหน้านี้เคยนำมาเปิดพร้อมแถลงข่าวไปแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งนี้คลิปเสียงดังกล่าวมีเนื้อหาเหมือนกับตอนแรก โดยเป็นการเล่าถึงเบื้องหลังการถอยการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง และการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยยืนยันจะผลักดันให้สำเร็จ แต่กลับเปลี่ยนท่าทีถอยการพิจารณาทั้งสองเรื่องออกไป

                     นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า คลิปทั้ง 2 ช่วง ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่เบื้องหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่าง พรบ.ปรองดองฯ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ นายสมศักดิ์ ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร์ที่ต้องมีความเป็นกลางออกมาชี้แจง อย่าหลบซ่อนเหมือน 2 - 3 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้น่าสังเกตว่าขณะนี้มีความพยายามจากรัฐบาลที่จะทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก โดยตอนแรกมีการแบ่งรับแบ่งสู้ว่าคลิปดังกล่าวเป็นเสียงนายสมศักดิ์จริงหรือไม่แต่พอเจ้าตัวยอมรับก็พูดว่าเป็นการพูดคุยกับครอบครัว คำพูดเหล่านี้อาจทำให้สังคมหลงเข้าใจคลาดเคลื่อน

                    "นอกจากนี้สาระของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าพูดกับใคร หรือทีไหน แต่อยู่ที่นายสมศักดิ์ พูดในฐานะประธานรัฐสภา ซึ่งเมื่อเนื้อหาก็เกี่ยวกับการทำงานในรัฐสภา กระทบผลประโยชน์กับชาติแต่หากทุกสิ่งที่ดำเนินการภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ถูกชี้นำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ถือว่าประธานไม่มีความเป็นกลางในการทำหน้าที่เลย" นายชวนนท์ กล่าว

                    นายชวนนท์ กล่าวต่ออีกว่า ที่น่าแปลกกว่าคือบรรดาผู้ที่ออกมาโต้แย้งนั้น มีนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกะรทวงการต่างประเทศเท่านั้นที่มองต่างออกไปว่าคลิปดังกล่าวยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการทำงานของเพื่อไทย ดังนั้นตนจึงอยากตั้งคำถามว่านายนภดล ใช้อะไรฟัง ตนเชื่อนายนภดลไม่ได้โง่ เพียงแต่กล้าที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง ชนิดที่ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังไม่กล้าบิดเบือนขนาดนี้

                    “เห็นได้ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังรัฐบาล ประโยคที่ท่านพูดทั้งได้มีการพูดกับคนทางไกล การต่อรองให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์เป็นคนเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมชายบอก พ.ต.ท.ทักษิณ จะสไกร์ปมา และสุดท้ายทักษิณคนทางไกลเป็นคนกล่อมทุกคน ฉะนั้นไม่ต้องหาหลักฐานชัดกว่านี้แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังเพื่อไทยและนายสมศักดิ์อีกทั้งเมื่อประธานสภาฯอยู่ภายใต้การชี้นำของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว การเปิดประชุมสภาฯครั้งต่อไป ควรให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สไกร์ปเข้ามาในที่ประชุมสภาฯไปเลย เพื่อลดขั้นตอน”นายชวนนท์กล่าว

                     นายชวนนท์ กล่าวต่อไปว่า พรรคประชาธิปัตย์จะหาช่องทางดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 1.กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ต้องส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินในเรื่องจริยธรรม 2.กรณีนายสมศักดิ์ ที่ต้องถูกตรวจสอบประมวลจริยธรรม ถอดถอน 3.กรณีคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่าเข้าข่ายการถูกแทรกแซงโดย พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ 4.กรณีพรรคเพื่อไทยที่ถูกบงการโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ถูกโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งเป็นไปได้ที่นำไปสู่การฟ้องร้องยุบพรรคการเมืองต่อไป