
ยันไม่ถอดถอนสุพจน์-นุรักษ์ออกจากการพิจารณา
"อุดมเดช" ยันไม่ถอดถอน "สุพจน์-นุรักษ์ ออกจากการพิจารณา และ ตนจะชี้แจงต่อศาลเพื่อพยายามย้ำว่ารัฐสภามีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ด้าน"เลขากฤษฎีกา"เผยไม่หนักใจก่อนแจงร่างแก้ไขรธน.กับตลก.ศาลรธน. "ภราดร"ปัดไม่รู้ฝ่ายถูกร้องเตรียมกดดัน 2 ตุลาการถอน
วันที่ 6 ก.ค.55 เวลา 09.20 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ในฐานะ 1 ในพยานผู้ถูกร้อง กล่าวถึงกรณีคลิปวีดีโอของนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยกล่าวว่าให้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า ตนจะไม่นำคลิปดังกล่าวมาเปิดในห้องพิจารณาคดีในวันนี้แน่นอน และจะไม่มีการถอดตุลาการอีก 2 คน ออกจาการพิจารณาในครั้งนี้ คือนายสุพจน์ ไข่มุก และนายนุรักษ์ มาประนีต ที่เคยเป็นอดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ร่วมกับนายจรัญ ภักดีธนากุล อย่างไรก็ตามในวันนี้ตนจะชี้แจงต่อศาลเพื่อพยายามย้ำว่ารัฐสภามีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ
"เลขากฤษฎีกา"เผยไม่หนักใจก่อนแจงร่างแก้ไขรธน.กับตลก.ศาลรธน.
นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะผู้ให้ข้อมูลฝ่ายผู้ถูกร้อง กล่าวก่อนการร่วมรับฟังการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 นำไปสู่การล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 หรือไม่ว่า ยืนยันว่าไม่หนักใจการชี้แจงของผู้ถูกร้องในวันนี้ เพราะเราจะชี้แจงตามข้อเท็จจริง ตามกระบวนการขั้นตอนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ยืนยันว่าการทำงานของคณะรัฐมนตรีเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง ทั้งนี้จากการติดตามรับฟังการไต่ผู้ร้องเมื่อวาน( 5 ก.ค.) ที่ผ่านมานั้น ไม่หนักใจข้อมูลของฝ่ายผู้ร้อง เพราะเห็นว่าเป็นข้อมูลที่เคยนำมาเผยแพร่มาแล้ว ซึ่งไม่เห็นว่ามีอะไรใหม่ๆ เหมือนเป็นการนำข้อมูลหลักฐานที่ทั้ง 2 ฝ่ายเชื่อมาชี้แจงเพื่อหักล้างกัน
"ภราดร"ปัดไม่รู้ฝ่ายถูกร้องเตรียมกดดัน 2 ตุลาการถอนตัวพิจารณาคดี
นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะพยานฝ่ายผู้ถูกร้องคนที่ 6 กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยต้องการกดดันให้ตุลาการฯอีก 2 คน คือ นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และนายนุรักษ์ มาประณีต ถอนตัวออกจากการพิจารณาในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ปี 2550 ว่า ตนไม่ทราบกระแสข่าวดังกล่าวเกี่ยวกับฝ่ายผู้ถูกร้องเตรียมกดดันคณะตุลาการ 2 ท่าน ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกับนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี
อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้ ตนจะยืนยันเจตนารมณ์ความบริสุทธิ์ในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและชี้แจงต่อศาลให้เข้าใจ
"โภคิน"เผยข้อโต้แย้ง คำร้องแก้รธน.ขัดม.68 เตรียมชี้ให้ศาลรธน.เห็นว่าไม่สามารถพิจารณาข้อเท็จจริงในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญก่อนการพิจารณาไต่สวนพยาน ผู้ถูกร้อง กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ ในช่วงเช้า ได้มีพยานฝ่ายผู้ถูกร้องเดินทางเข้ารับการไต่สวนที่ศาลรัฐธรรมนูญ อาทิ นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา ฐานะพยานฝั่งผู้ถูกร้อง
โดยนายชุมพล ให้สัมภาษณ์ว่าตนจะชี้แจงตามเอกสารที่ได้ยื่นมาก่อนหน้าที่ โดยหลักจะชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสามารถทำได้โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามตนไม่ขอออกความเห็นหรือตอบโต้ทางการเมืองในประเด็นต่างๆ รวมถึกรณีที่นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอถอนตัวออกจากการพิจารณาคดีดังกล่าว
นายโภคิน กล่าวว่า โดยหลักตนจะชี้แจงตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งไว้ในการไต่สวนทั้ง 4 ประเด็น อย่างไรก็ตามตนมี ประเด็นที่จะชี้แจงให้ศาลได้เห็นถึงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 นั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 อาทิ กรณีผู้ร้องสามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้โดยตรงหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ซึ่งในกรณีนี้ ตามกฎหมาย เจตนารมย์ของกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ รวมถึงเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ ระบุชัดเจนว่า ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดก่อน ไม่เช่นนั้น เรื่องร้องเรียน เป็นร้อย เป็นพันเรื่อง ก็จะยื่นตรงถึงศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ไม่เว้นแต่เรื่องที่แค่ทราบเท่านั้น
“ ก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2549 ศาลรัฐธรรมนูญ เคยพิจารณาเกี่ยวกับการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งศาลพิจารณาและชี้ชัดว่าไม่สามารถยื่นเรื่องได้โดยตรง เพราะต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาข้อเท็จจริงก่อน แต่พอผ่านมาในปีนี้ กลับพิจารณาว่าสามารถรับเรื่องได้โดยตรง ถือเป็นการขัดต่อเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญชัดเจน” นายโภคิน กล่าว
นายโภคิน กล่าวต่อว่า สำหรับการไต่สวนครั้งนี้ตนมั่นใจว่าจะชี้แจงได้ เนื่องจากขณะนี้รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันยังคงบังคับใช้อยู่ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นยังไม่แล้วเสร็จ เพราะยังไม่ผ่านการลงมติในวาระสาม ซึ่งประเด็นนี้ไม่ถือว่าเข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง และข้อเท็จจริงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ดังนั้นศาลจะพิจารณาข้อเท็จจริงที่ยังไม่ยุติไม่ได้ อีกทั้งศาลไม่สามารถพิจารณาข้อเท็จจริงในอนาคตด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายจรัญ ถอนตัวจากการพิจารณาคดี นายโภคิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบในข้อเท็จจริงดังกล่าว
เมื่อถามต่อว่ าสำหรับประเด็นที่ สส.พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และนายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถอนตัวจากการพิจารณาคดีดังกล่าว เนื่องจากมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 นายโภคิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของ สส.พรรคเพื่อไทย ส่วนตัวไม่ใช่สมาชิกของพรรค อย่างไรก็ตามโดยปกติบุคคลที่มีส่วนได้เสียกับเรื่องใดๆ จะไม่เข้าไปตัดสินในคดีที่ถูกร้อง
ขณะที่นายวัรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะผู้ร้องในคดีดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังการไต่สวน ว่า ในการซักถามผู้ถูกร้องในวันนี้ ( 6 ก.ค. ) จะตั้งประเด็นในความพยายามล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปัตย์ หากได้ติดตามเหตุการณ์ทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2551-2553 จะพบว่าคนกลุ่มนี้ ได้โฟนอินเข้ามาช่วงของการปราศรัย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญชัดเจน ส่วนประเด็นที่นายจรัญ ขอถอนตัวออกจากการพิจารณานั้น เชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหา เนื่องจากองคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังคงครบตามจำนวนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และคาดว่าจะไม่กระทบต่อเสียงที่จะใช้การพิจารณา



