
อุเทนแนะ'พรรคอยู่ได้และปท.อยู่รอด'
อุเทน ชาติภิญโญ "พรรคอยู่ได้และประเทศอยู่รอด" : สัมภาษณ์พิเศษ โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ /นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์
อุเทน ชาติภิญโญ "อดีตประธานคณะกรรมการประธานผันน้ำลงทะเล ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย" (ศปภ.) แม้ว่าผ่านพ้นช่วงวิกฤติน้ำท่วมมาแล้ว แต่ขณะนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็น "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี" ด้านการระบายน้ำ
ขณะเดียวกันคนวงนอกอาจไม่มีใครรู้ว่า "อุเทน" เป็นหนึ่งใน "กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย" เป็นผู้อยู่เบื้องหลังบทบาททางการเมืองของพรรคหลายเรื่อง
"อุเทน" เป็นคนตรงไปตรงมา นิ่ง บางเรื่องมีความเห็นสวนกระแสในพรรคจนทำให้ถูกมองว่าเป็นฝ่ายค้านในพรรค แต่เขาเห็นว่า นั่นไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่เป็นมุมสะท้อนเพื่อหาทางออกให้พรรคเกิดความเสียหายน้อยที่สุด
การที่เขาได้เข้ามาเป็น "กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย" ทำให้คนในที่ทราบที่มาที่ไปค่อนข้างเกรงใจ เพราะ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" เป็นคนสั่งให้นำชื่อ "อุเทน" มาใส่ไว้ในทีมยุทธศาสตร์ของพรรค
"ท่านหัวหน้า (พ.ต.ท.ทักษิณ) บอกให้เอาชื่อผมใส่ลงไปที่ประชุมยุทธศาสตร์ ตอนนั้นยังไม่มีการเลือกตั้ง(ปี 2554) ผมไม่รู้ว่าท่านหัวหน้าพูดถึงผมว่า ใช้งานผมเยอะ ต้องขอบคุณอุเทนที่ช่วยอยู่ข้างนอก อยากให้เข้ามาช่วยในพรรค ก็ให้คนตามผม และให้เชิญเข้ามาประชุมยุทธศาสตร์พรรคด้วย ผมจึงเข้ามา"
สำหรับการทำงานของทีมยุทธศาสตร์ "อุเทน" ได้อธิบายให้ฟังว่า ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยมีหลายคณะ ประชุมสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เวลานี้มีหน้าที่ติดตามนโยบายพรรค ทั้งงานประจำ และสถานการณ์ร้อน เพื่อไปเสริมในแต่ละจุด บางสถานการณ์มีเรื่องด่วนก็จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือกันเพื่อแก้เกม
"อุเทน" มองว่า ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นต้นมา ประเทศเราถอยหลังแตกแยกมากขึ้น ให้อิสระจนเกินพอดี ทุกองค์กร และประชาชนก็อ้างสิทธิ เสรีภาพกันเกินงาม ทำให้ทุกคนไม่รู้ตัวเอง ทั้งหมดก็ต้องปฏิรูป ทั้งประเด็นเรื่องยุบพรรค เรื่อง ส.ว. ที่มาขององค์กรอิสระ ที่ให้คนไม่กี่คนมาใช้อำนาจใหญ่กว่าประชาชน และเห็นว่า ปปช.และ ปปง.ต้องเป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบได้
"ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นทางออกและทางแก้ปัญหาทุกอย่าง แล้วต้องเขียนด้วยคนหลากหลายทุกอาชีพ ทุกฝ่าย ทั้งตัวแทนเสื้อเหลือง เสื้อแดง ซาหริ่ม เราต้องสร้างรัฐธรรมนูญที่เข้มแข็ง เพื่อใช้สำหรับ 10 ปี ผมอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับคนไทยให้อยู่ในกรอบที่มีกฎระเบียบ มีวินัย เราจะได้เดินได้ ไม่ใช่เป็นอย่างนี้"
"อุเทน" ได้แสดงความเห็นว่า รัฐธรรมนูญควรแก้ที่สภาอภิปรายทีละมาตรา แต่อาจล่าช้า เพราะพรรคการเมืองมักเล่นการเมืองจนเสียเวลา จึงควรหยุดตั้งสติแล้วคิดว่าต้องทำเสียทีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ อย่าคิดว่าเราจะสามารถครอบงำคนทั้งหมดได้ในเมื่อทุกคนมาจากตัวแทนของประชาชนทั้งนั้น ต้องกล้าตัดสินใจชำแหละ มาตราไหนไม่แตะก็ต้องไม่แตะกัน
"ผมเห็นด้วยกับคุณจาตุรนต์ ฉายแสง ว่าควรเปิดสภาสมัยวิสามัญ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้มาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เมื่อเราเชื่อว่ารัฐธรรมนูญเป็นต้นเหตุของความแตกแยก มีการใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือ ก็ต้องแก้จุดตายตรงนี้"
ส่วนประเด็นร้อนเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ที่ประธานรัฐสภาส่งสัญญาณถอย "อุเทน" เห็นด้วย และเคยพูดในที่ประชุมยุทธศาสตร์ว่า แน่ใจหรือว่าสถานการณ์เหมาะ ซึ่งที่ประชุมถกเถียงกันมาก
"บางครั้งที่ประชุม ส.ส.ผมเคยพูดหลายครั้ง ทำไมเราใช้ยุทธศาสตร์รับมากกว่ารุก ทั้งที่เขาเปิดหน้าให้เราต่อยสบาย การแก้เกมของเราผิดมาตลอด เราใช้คนผิด คนคิดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้คิด แม้ส.ส.บางคนจะทำอะไรล้ำเส้นไปบ้าง แต่ถ้าเทียบกับส.ส.บางส่วนที่ไม่ทำอะไรเลย ก็ถือว่าคนที่ทำ แม้ไม่ถูกใจคนในพรรค แต่ถือว่ายังดีกว่า ผมคิดว่า ถ้าพรุ่งนี้เลือกตั้ง ไม่แน่ว่าเราจะได้ส.ส.ถึง 200 หรือไม่"
ส่วนมวลชนคนเสื้อแดงที่เป็นฐานเสียงของพรรคมีบางประเด็นเห็นต่างและขัดแย้งกับพรรค "อุเทน" ยอมรับว่า พรรคคงไม่มีทางทำอะไรได้ แม้ทักษิณเองก็พูดเองว่า เราบังคับเขาไม่ได้ เขาไปไกลเกินกว่าจะดึงกลับแล้ว
"แม้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลที่เข้มแข็ง แต่คนในพรรครวมทั้งมวลชนคนเสื้อแดงยังไม่วางใจ เรายังกลัวทหารยึดอำนาจ เชื่อว่าวันนี้ถ้าไม่มีเสื้อแดงออกมาให้เห็น อำนาจทั้งหมดจะอยู่ที่ทหาร การที่เสื้อแดงออกมาเป็นการปรามไม่ให้มีการรัฐประหาร นี่คือสิ่งที่ภายในพรรคคิด ถามว่าจะลดความขัดแย้งไหม ผมว่ามีแต่สร้างความหวาดระแวงกัน การออกมาแสดงจุดยืน มีกิจกรรมในกติกา ถือว่าดี แต่ไม่ควรใช้เวลานาน หรือขึ้นเวทีด่าเป็นการสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น ควรเป็นเพียงการแสดงจุดยืนว่าขอต่อต้านปฏิวัติ"
"อุเทน" เปรียบเทียบการเมืองปัจจุบันกับเมื่อ 30 ปี ต่างกันมาก ยุคนั้นการเมืองสนุก มีการกระจายอำนาจสูง ต่างจากยุคนี้ที่นักการเมืองจะกอดอำนาจไว้กับตัวเอง อำนาจเหมือนลูกรักบี้ต้องโยนออกไป แล้วจะได้บารมีคืน
"ผมอยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้า ผมอาจจะมองโลกอีกแบบหนึ่ง พรรคอยู่ได้และประเทศอยู่รอด!" อุเทน กล่าวทิ้งท้าย
...........
(หมายเหตุ : อุเทน ชาติภิญโญ "พรรคอยู่ได้และประเทศอยู่รอด" : สัมภาษณ์พิเศษ โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ /นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์)



