ข่าว

รบ.-พท.ไม่วิตกคลิปเสียง'สมศักดิ์'

รบ.-พท.ไม่วิตกคลิปเสียง'สมศักดิ์'

05 ก.ค. 2555

"อนุสรณ์"เผยรัฐบาล-เพื่อไทยไม่วิตกคลิปเสียง"สมศักดิ์" ชี้เป็นเรื่องในครอบครัวไม่น่าเป็นประเด็น "ไก่อู- สรรเสริญ" ไต่สวนศพแดง แจงขั้นตอนกระชับพื้นที่ชุมนุมแดง ปี 53

              5ก.ค.2555 นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวกรณีคลิปเสียงของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าเป็นเพียงการปรารภและการปรึกษาหารือกันภายในครอบครัวคนใกล้ชิดเท่านั้นและพรรคเพื่อไทยรวมถึงรัฐบาลไม่ได้วิตกกังวลในเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันก็ได้เพ่งเล็งว่าในเรื่องนี้จะไม่เป็นประเด็นเลย หากไม่ถูกหยิบโยงเข้ากับเครือข่ายของการต่อต้านรัฐบาลซึ่งก็ขอให้สังคมช่วยรับฟังข่าวสารอย่างพินิจพิเคราะห์เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการพยามจะเสี้ยมให้เกิดการแตกแยก


"ไก่อู"ไต่สวนศพแดงแจงขั้นตอนกระชับพื้นที่ชุมนุม

                 ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกเมื่อเวลา 14.00 น. ศาลนัดไต่สวนคดีชันสูตรการตาย คดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญายื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง ชาวจังหวัดยโสธร อาชีพขับรถแท็กซี่ ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่ถูกยิงเสียชีวิตหน้าคอนโดมิเนียม ใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ลิงก์สถานีราชปรารภ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.53 ระหว่างเหตุการณ์ทหารกระชับพื้นที่บริเวณราชประสงค์

                 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ผอ.กองปฏิบัติการจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก และโฆษกกองทัพบก เป็นพยานเบิกความว่า พยานได้รับมอบหมายให้เป็นโฆษก ศอฉ.มีหน้าที่นำมติของที่ประชุม ศอฉ.ไปชี้แจงให้ประชาชนและสื่อมวลชนทราบว่า ขณะนี้สถานการณ์มีความรุนแรงมากแค่ไหน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตประชาชนและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยมีกฎการใช้กำลัง 7 ขั้นตอน ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล เน้นจากมาตรการเบาไปหาหนัก และการใช้อาวุธ มี 2 ลักษณะ คือ 1.กระสุนซ้อมรบ หรือกระสุนลูกแบงค์  เพื่อปฏิบัติการจิตวิทยาข่มขวัญกลุ่มผู้ชุมนุม ปกติจะไม่มีลูกไฟออกจากปากกระบอกปืน แต่มีบางกรณีซึ่งมีลูกไฟออกจากปากกระบอกปืน แต่จะปรากฏประกายไฟน้อยมาก และ 2.กระสุนยาง ซึ่งใช้กับปืนลูกซอง จะใช้ยิงในระยะห่างประมาณ 30 เมตร จะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการใช้กระสุนจริง ที่จะใช้วิธียิงขึ้นฟ้า หรือยิงเฉียงไปในทิศทางที่ปลอดภัย ซึ่งกระสุนจะไปไกลประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อข่มขวัญกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามการใช้กระสุนจริง ก็ต่อเมื่อเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมประทุษร้ายต่อประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถหยุดยั้งด้วยวิธีการอื่นได้อีก โดยจะยิงไปยังจุดหรืออวัยวะของร่างกายส่วนที่ไม่สำคัญ

                 พ.อ.สรรเสริญ เบิกความอีกว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 เจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งเพิ่มเติมขอคืนพื้นที่ โดยออกเป็นมติที่ประชุมของศอฉ. จากนั้นได้สั่งการทางวิทยุราชการทหารไปยังหน่วยกำลังต่างๆ ตามสายบังคับบัญชา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานบริเวณสะพานผ่านฟ้าและพื้นที่ใกล้เคียงโดยปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง โดยช่วงแรกสถานการณ์ไม่มีความรุนแรง กระทั่งก่อนเวลาประมาณ 17.00 น. ศอฉ.ได้มีคำสั่งให้ทุกหน่วยยุติปฏิบัติหน้าที่และถอนกำลัง เนื่องจากเห็นเวลาใกล้จะมืดค่ำ เกรงจะมีกลุ่มอื่นสวมรอยก่อเหตตุรุนแรงขึ้น โดยวันเดียวกันเวลา 15.00 น. ในบริเวณสะพานปื่นเกล้าและถนนดินสอ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดได้ก่อเหตุแย่งอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ ต่อมาภายหลังศอฉ.มีคำสั่งให้ถอนกำลังแล้ว ปรากฏว่าช่วงหัวค่ำ เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่บริเวณแยกคอกหัวถูกกลุ่มนปช.ปิดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ไม่สามารถออกมาได้ ขณะเดียวกันก็มีเหตุการณ์ชายชุดดำที่แฝงกายอยู่ภายในกลุ่มคนเสื้อแดง ยิงระเบิดเอ็ม 79 และระเบิดขว้างเข้าใส่ ทำให้ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม หรือเสธ.เปา อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 เสียชีวิตและทหารบาดเจ็บอีกหลายราย

                 หลังเหตุการณ์ความรุนแรงวันที่ 10 เม.ย.2553 ปรากฏว่า อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่สูญหายไป และแจ้งความไว้ที่สน.บางยี่ขัน ประกอบด้วย อาวุธปืน ทาโว่ 12 กระบอก และปืนลูกซอง 35 กระบอก และปรากฏว่าทางกลุ่มคนเสื้อแดงได้นำอาวุธปืนที่แย่งจากเจ้าหน้าที่ไปโชว์บนเวทีการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า และต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถยึดคืนมาได้บางส่วนจากที่โรงแรมสวัสดี

                 กระทั่ง เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 มีกลุ่มคนยิงปืนเอ็ม 79 เข้าในแฟรตตำรวจและสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงมีคำสั่งให้กระชิบพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนกำลังไปกดดันและเข้าไปได้แค่ถนนราชดำริ แยกเฉลิมเผ่าและแยกชิดลม และหยุดอยู่แค่นั้น ไม่เข้าไปยังแยกราชประสงค์ซึ่งกลุ่มนปช.ชุมนุมอยู่

                 โดยเป็นวิธีการสร้างความกดดันและกระะชับวงล้อมเข้ามาเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมไปเอง และมีจุดประสงค์เพื่อจะเข้าไปควบคุมพื้นที่สวนลุมพินี ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทราบว่ามีการซุกซ่อนและยิงระเบิดเอ็ม 79 มาจากบริเวณนั้น ส่วนเหตุการณ์ยิงสกัดรถตู้ที่บริเวณถนนราชปรารภนั้น ตนเองไม่ทราบเนื่องจากปฏิบัติงานอยู่ในส่วนกลางไม่ได้ออกไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งควบคุมดูแลตั้งแต่ บริเวณ.ราชปรารภ ,ศรีอยุธยา ,พญาไท ,ราชวิถี และเพชรบุรี 

                 ภายหลังไต่สวนพยานจนแล้วเสร็จ ศาลนัดไต่สวนพยานต่อไปในวันที่ 6 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.