ข่าว

กำหนดสอบใหม่'นายสิบตร.'ทั่วปท.

กำหนดสอบใหม่'นายสิบตร.'ทั่วปท.

05 ก.ค. 2555

กำหนดสอบใหม่ "นายสิบตำรวจ" ทั่วประเทศ 3 และ 5 ส.ค.นี้ ด้าน สตช. ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายผู้ต้องหาทุจริตสอบกว่า 100 ล. ขณะที่ขบวนการโกงสอบนายสิบตร.ที่สงขลา มอบตัวเพิ่มอีก 2

                     5 ก.ค.55 พล.ต.ต.จักรกฤษศณ์ สิงห์ศิลารักษ์ ผบก.กส. (ผู้บังคับการกองการสอบ กองบัญชาการศึกษา) เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการจัดการสอบนายสิบตำรวจทั่วประเทศครั้งใหม่ ได้กำหนดวันเวลาสอบใหม่แล้ว โดยสายอำนวยการ จะจัดให้มีการสอบคัดเลือกในวันที่ 3 สิงหาคม 2555 นี้ และสายปราบปราม จัดสอบในวันที่ 5 สิงหาคม 2555 พร้อมกันทั่วประเทศซึ่งกำหนดการจัดครั้งนี้จะนำเข้าที่ประชุมใหญ่ของคณะกรรมการที่มี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน อีกครั้งหนึ่งในสัปดาห์หน้า คาดว่าที่ประชุมจะมีความเห็นตามนี้

                     ส่วนการป้องกันทุจริตในการสอบครั้งนี้ จะจัดใหม่ การสอบรวม และใช้ห้องสอบน้อยที่สุด เพื่อป้องกันการทุจริต หลังจากที่ครั้งก่อนมีห้องสอบมากเกินไปถึง 6,000 ห้อง จึงเป็นช่องว่างให้ขบวนการทุจริตแทรกซึมมาได้

 

สตช.ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายผู้ต้องหาทุจริตสอบตร.100ล.

 

                     พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีทุจริตสอบเข้าตำรวจว่า วันนี้พล.ต.อ.ปานศริ ประภาวัติ รองผบ.ตร.ได้เรียกกองบัญาการตำรวจภูธรภาค 2 ภ.3 ภ.6 ภ.9และบช.น. ที่มีการทุจริตสอบในพื้นที่มาชี้แจงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนและให้ข้อแนะนำการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ถึงขณะนี้พบผู้กระทำผิดทั้งหมด 66 ราย มีการจับกุมและมอบตัว 53 รายและ 13 รายอยู่ระหว่างการหลบหนี สำหรับการสอบสวนพยานต่างๆตอนนี้มีความคืบหน้าแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ เหลือผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกต่างๆที่ตรวจยึดได้จากผู้เข้าสอบผู้ส่งสัญญาณและผู้รับสัญญาณ

                     พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จากการสรุปผลการสอบสวนของกองบัญชาการต่างๆมีประเด็นที่พล.ต.อ.ปานศิริสั่งการเพิ่มเติมคือให้สอบให้ครบองค์ประกอบในข้อหาฉ้อโกงประชาชนซึ่งขณะนี้ตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายองค์ประกอบฉ้อโกงประชาชนเกือบทุกภาค มีการประกาศ โฆษณาชวนเชื่อ บอกต่อทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่ิอว่าสามารถให้สอบได้ จากการตรวจสอบแล้วพบว่าขณะนี้ยังไม่มีการบกพร่องของข้อสอบ ไม่มีข้อสอบรั่ว ไม่มีข้อบกพร่องในการออกข้อสอบแต่ไปตรวจพบเรื่องของการสอบแทน การใช้บัตรประชาชนปลอม การหลอกว่าใช้เครื่องมือสื่อสารในการบอกคำตอบของข้อสอบที่นำออกไปได้ แต่จากการสุ่มตรวจบางรายพบว่าคำตอบไม่ถูกต้องตามที่ได้รับสัญญาณ

                     พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจภ.5 ตชด. ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ให้มีคำสั่งออกจากราชการไว้ก่อน และหากพบว่ามีตำรวจคนไหนเข้าไปเกี่ยวข้องอีกให้ใช้มาตรการเดียวกันคือดำเนินการทางวินัยให้ออกจากราชการไว้ก่อนและดำเนินคดีอาญาด้วย ในส่วของปปง.ตอนนี้กำลังดำเนินการยึดทรัพย์ตัวการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนางเติอนใจ พงษ์พันธ์ นายดาชัย อุชุโกศลการ และนายวิบูลย์ศักดิ์ แสนจักร มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าผู้ต้องหามีการจ่ายเงินให้นายวิบูลย์ศักดิ์ เป็นเช็คเงินสด ฉบับละ 1 ล้านบาทจำนวน 4 ฉบับโดยมีการส่งมอบเช็คทั้ง 4 ฉบับให้นายวิบูลย์ศักดิ์ที่บริเวณเลียบทางด่วนรามอินทรา ซึ่งเป็นการหลบเลี่ยงการตรวจสอบเนื่องจากตามกฎหมายหากทำธุรกรรมเกิน 2 ล้านบาทต้องถูกตรวจสอบ เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน สำหรับตัวนายวิบูย์ศักดิ์นั้นฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวยังไม่ปรากฏว่าเสียชีวิตแต่อย่างใด

                     พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการสอบสวนมีมติเห็นชอบตรงกันว่าจะเสนอพนักงานอัยการฟ้องเพ่งผู้ต้องหาทั้งหมดฐานละเมิดค่าเสียหายมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทที่ใช้ในการจัดสอบและต้องจัดสอบใหม่ให้ทุกภาคนำหลักฐานทั้งหมดมารวมที่ส่วนกลางและเสนออัยการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายต่อไป และข้อมูลการสอบสวนทั้งหมดจะส่งให้พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.ไปใช้ในการป้องกันการทุจริตในการสอบใหม่ สำหรับการสอบใหม่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการเพียงแต่เป็นข้อเสนอของผบช.ศ.ที่เสนอต่อพล.ต.อ.พงศพัศ ว่าสามารถสอบฝ่ายอำนวยการได้วันที่ 3 ส.ค.และฝ่ายปราบปรามได้วันที่ 5 ส.ค. แต่ยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ

 

ขบวนการโกงสอบนายสิบตร.ที่สงขลามอบตัวเพิ่มอีก 2

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.30 น.  ที่ สภ.เมืองสงขลา นายกฤษฎ์ หรือ บอส กิตติกรชัยชาญ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 728 ม.10 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.สงขลา ที่ 276/55 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 55 และนายภานุภัทร์ หรือ แบงค์ เรืองโรจน์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/4 ม.4 ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.สงขลา ที่ 295/55 ลงวันที่ 2 ก.ค. 55 ได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา และ พ.ต.อ.สุมิตร ศรีนวล ผกก.สภ.เมืองสงขลา

          หลังจากที่ถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม ร่วมกันปลอมบัตรประจำตัวประชาชน และใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม โดยเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริมจนผู้ถูกใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม กระทำความผิดสำเร็จ

          ทั้งนี้จากการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ให้การซัดทอดว่า ทั้งสองคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงสอบนายสิบตำรวจที่ จ.สงขลา โดยทำหน้าที่ปลอมแปลงเอกสาร และจัดหาผู้สมัครตัวปลอมมาสอบแทนผู้สมัครตัวจริง แต่ในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองคนยังคงให้การปฏิเสธและประกันตัวออกไปสู้คดี

          ด้าน พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา เปิดเผยว่า คดีโกงสอบนายสิบตำรวจที่ จ.สงขลา ขณะนี้มีการจับกุมผู้ต้องหารวมทั้งที่เข้ามอบตัวกับตำรวจเอง จำนวน 16 คน เหลือเพียงผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ และยังไม่เข้ามอบตัวอีกเพียงคนเดียว คือ นายลภัส โฆษสิทธิเกษม ขณะที่ นายพีรเชษฐ์ หรือเก็ต ปิ่นแก้ว หนึ่งตัวการใหญ่ยังอยู่ระหว่างการออกหมายจับ ซึ่งพยานหลักฐานจะต้องรัดกุมเพียงพอ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าสืบสวนขยายผล เพื่อเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีผู้บงการที่ใหญ่กว่านี้ ส่วนการเตรียมความพร้อมการสอบนายสิบตำรวจรอบใหม่นั้น ในส่วนของสนามสอบ จ.สงขลา ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหาสถานที่สอบ เพื่อให้รัดกุมที่สุด