
ศาลเริ่มไต่สวน7พยานปมร่างแก้รธน.
ศาลรธน.นัดไต่สวน 7 พยานผู้ร้องปมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนัดแรก 'วิรัตน์'โวหลักฐานเพียบ มั่นใจ ชี้แจงต่อศาลได้ หอบคลิป-เสียง ส่อหมิ่นสถาบัน พร้อมตั้งรัฐไทยใหม่ โต้ 'โภคิน' รอดูว่าจินตนาการหรือของจริง 'สมเจตน์'ครวญโชคร้ายต้องมาต่อสู้กับคนในชาติเดียวกัน ด้าน'ถาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 09.30 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์นั่งพิจารณาไต่สวนพยานผู้ร้องกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ โดยบรรยากาศทั่วไปของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีการเริ่มพิจารณาไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องจำนวน 7 คน นัดแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ เบื้องต้นสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองผสม จากหน่วยปราบจราจล จำนวน 1 กองร้อย รวมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่สน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 50 นาย เข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ และดูแลสถานการณ์ทั่วไป ทั้งนี้ พยานผู้ร้องที่เข้าไต่สวน จำนวน 7 คน ประกอบด้วย พลเอกสมเจตน์ บุญถนอม นายวันธงชัย ชำนาญกิจ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ นายวรินทร์ เทียมจรัส นายบวร ยสินธร นายสุรพล นิติไกรพจน์ และนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นอกจากนี้ยังมีฝ่ายผู้ร้องที่เดินทางมาร่วมรับฟังการไต่สวนและให้กำลังใจ อาทิ นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายผู้ร้อง ขณะที่ผู้ถูกร้อง มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล นายพิชิต ชื่นบาน นายวีรภัทร ศรีโชค
ส่วนความเคลื่อนไหวด้านหน้าอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ฝั่งทิศเหนือ กลุ่มกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงปักหลักชุมนุมที่บริเวณลานสนามหญ้าหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นกำลังให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาไต่สวนด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะมีกลุ่มที่ไม่หวังดีเข้ามาขัดขวางการพิจารณาการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม สำหรับในการไต่สวนพยานนั้นคณะตุลาการก็ได้อนุญาตให้ผู้ที่สนใจ เข้าร่วมรับฟังได้ ซึ่งห้องสามารถรองรับคนได้ประมาณ 50 คนเท่านั้น นอกจากนี้ตุลาการฯยังได้อนุญาตให้มีการเผยแพร่สัญญาณภาพไปยังสถานีโทรทัศน์ที่ได้มีการขออนุญาตไว้ หากประชาชนต้องการติดตามความเคลื่อนไหวการพิจารณาการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ
"วิรัตน์"เผยหลักฐานเพียบ มั่นใจ ชี้แจงต่อศาลได้
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้องที่ 3 กล่าวก่อนเข้าชี้แจงด้วยวาจาต่อองค์คณะตุลาการ ในกรณีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 นำไปสู่การล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 หรือไม่ว่า ในวันนี้ตนมีความมั่นใจในข้อมูลที่นำมาชี้แจงต่อศาล ซึ่งได้เตรียมข้อมูลหลายร้อยหน้า ประกอบด้วย ซีดี วีซีดี ซึ่งมีทั้งเสียงและภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช. นายใจ อึ๋งภากรณ์ นายจักรภพ เพ็ญแข ทั้งนี้ เราดูจาการกระทำ ถ้าหากคำพูดที่เขาพูดมาก็แสดงถึงความคิดและการกระทำของเขาในอนาคต ส่วนกรณีที่ นายโภคิน พลกุล ออกมาระบุว่า เป็นเรื่องจินตนาการทางความคิดนั้น คงต้องดูกันต่อไปว่าจินตนาการหรือของจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีภาพและเสียงของนายจตุพร และนายจักรภพ ที่เคยออกมาระบุด้วยข้อความที่หมิ่นสถาบัน ได้นำมาเชื่อมโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิรัตน์ กล่าวว่า ตนมีหลักฐานตั้งแต่การหมิ่นตลอดจนการล้มล้างสถาบัน และการได้มาซึ่งอำนาจในการจัดตั้งรัฐไทยใหม่ รวมถึงมีพฤติกรรมการโกหกใส่ความว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าประชาชน โดยใช้วาจาที่ไม่สุภาพ
“สมเจตน์”ครวญโชคร้ายต้องมาต่อสู้กับคนในชาติเดียวกัน
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ในฐานะผู้ร้องที่ 1 กล่าวก่อนเข้าชี้แจงด้วยวาจาต่อองค์คณะตุลาการ ในกรณีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 นำไปสู่การล้มล้างการปกครองตาม มาตรา 68 หรือไม่ว่า การชี้แจงด้วยวาจาต่อศาลครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสำคัญในชีวิต ตั้งแต่ได้รับราชการมา ตนเอาชีวิตและผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นประกัน ตนโชคดีที่มีชีวิตรอดมาได้ แต่โชคร้ายที่ต้องมาต่อสู้กับคนชาติเดียวกัน ตนเจ็บปวดไม่คิดว่าคนไทยคนหนึ่งจะทำร้ายประเทศชาติได้ขนาดนี้ คนไทยคนนี้คือคนที่เลวที่สุดในประเทศ และไม่ควรรับเขาเป็นคนไทย เพราะเขาปลุกระดมด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ โดยใช้ประชานิยมเป็นนโยบายเพื่อปลุกระดมคนในชาติเดียวกัน ขอยืนยันว่าการกระทำในครั้งนี้ไม่มีเบื้องหลัง แต่เป็นความมั่นควรของประเทศชาติที่อยู่เบื้องหลังในขณะนี้ และได้ทำตามความสำนึกที่เป็นทหารและความเป็นคนไทย
"ถาวร"ยันแก้ม. 291 ขัดรธน.ชัวร์ อ้างรธน.ไม่ได้ไฟเขียวให้แก้รธน.ทั้งฉบับ
นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การดำเนินการแก้ไข มาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 อย่างแน่นอน เนื่องจาก มาตรา 291 ไม่อนุญาตให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อีกทั้ง การกระทำดังกล่าวยังขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่พระมหากษัตริย์ไม่ได้ใช้อำนาจวินิจฉัย แต่กลับส่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรใช้ดุลยพินิจในการเลือก สสร.ก่อนการลงประชามติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวอย่างไร และตนก็อยากเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลให้ควบคุมมวลชนอย่าออกมาเคลื่อนไหวกดดันศาล แม้ว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างใดก็ตาม
"สมชาย-ชูศักดิ์”ตบเท้าร่วมฟังการไต่ส่วนศาลรธน.
นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวก่อนการเข้าร่วมรับฟังศาลรัฐธรรมนูญต่อคำร้องในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ ว่า ที่ผ่านมาได้มีการประชุมเรื่องรวบรวมข้อมูล และเอกสารที่จะชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญรับทราบกับพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ในฐานะผู้ร้องมาอย่างต่อเนื่องทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ และเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสามารถทำได้เป็นรายมาตรา และต้องมีการสอบถามความเห็นของประชาชนด้วย แต่ไม่ใช่เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอย่างที่ปรากฏ ทั้งนี้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2550 เป็นการต่อยอดมาจากรัฐธรรมนูญ 2540 ที่มีความมั่นคงถาวรในตัวเอง และที่ผ่านมาก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกลุ่มที่เคลื่อนไหวนอกสภามีความเชื่อมโยงกันอย่าง ไร หากมีการปล่อยให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่มีอะไรแตกต่างกับการรัฐประหารที่ ส่วนกรณีปรากฏคลิปเสียงคล้ายประธานรัฐสภานั้น ตนไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่ แต่เห็นว่าการวินิจฉัยของประธานรัฐสภาอาจมีความเอนเอียงได้เนื่องจากเป็นคนของพรรคการเมือง
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้แทนผู้ถูกร้อง กล่าวก่อนการเข้าร่วมรับฟังศาลรัฐธรรมนูญต่อคำร้องในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ ว่า ที่ผ่านมาไม่มีการกระทำตามบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เนื่องจากยังไม่มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือร่างรัฐธรรมนูญ ความสมบูรณ์ตามคำร้องยังไม่มี ส่วนตัวมั่นใจในข้อมูลหลักฐานที่ปรากฎว่าต้องมีการกระทำที่สำเร็จแล้ว ส่วนกรณีคลิปเสียงของประธานรัฐสภานั้นเชื่อว่าไม่มีผลต่อคดี ในส่วนของการวินิจประธานรัฐสภาได้ระบุไปแล้วว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาวินิจฉัย
“เสื้อหลากสี-กองทัพธรรม”ร่วมชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ บริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีกลุ่มกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาชุมนุมปักหลักตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ได้มีกลุ่มเสื้อหลากสี นำโดยนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีพร้อมประชาชนมาร่วมชุมนุมด้วย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มกองทัพธรรม ร่วมด้วยอีกหนึ่งกลุ่ม ซึ่งมีประชาชนประมาณ 500 คน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีแกนนำได้สลับขึ้นปราศรัยบนรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียง โดยมีข้อความข้างรถว่า “ หยุด ข่มขู่ ศาลรัฐธรรมนูญ เรียกร้องทุกฝ่ายยอมรับคำวินิจฉัย ” ซึ่งเนื้อหาการปราศรัย เป็นการสนับสนุนการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับคำวินิจฉัยของศาล และโจมตีพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล



