
"ด.ต."ง้อเมียเก่าไม่สำเร็จยิงดับ 2 ฆ่าตัวตาม
"ด.ต."ตามง้ออดีตเมียเก่าถึงบ้านไม่สำเร็จ ชัก 9 มม.จ่อยิงอดีตพ่อตา-อดีตเมีย-ดับสยอง ส่วนน้องสาหัส ก่อนระเบิดขมับยิงตัวตายหนีความผิดคาบ้านพักตำรวจ
เมื่อเวลา 23.00 น.ร.ต.ท.จิตติชัย รัตนวรประดิษฐ์ ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 110/3 หมู่ที่ 1 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพย์พงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ตรัง แพทย์ รพ.ตรัง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวมีบริเวณและรั้วบ้าน พบร่างของผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่หน้าบ้าน ทราบชื่อนายเอิบ แก้วกลาง อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน มีบาดแผลถูกจ่อยิงด้วยอาวุธปืนบาเร็ตต้า ขนาด 9 มม.เข้าบริเวณคิ้วซ้าย จำนวน 1 นัด และชายโครงซ้ายทะลุขวา จำนวน 1 นัด รวม 2 นัด นอกจากนั้นยังพบปลอกกระสุนปืน จำนวน 9 ปลอก หัวกระสุนปืน 2 หัวและกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ยิงอีก 3 นัด ตกกระจัดกระจายเกลื่อนหน้าบ้านและลานหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเป็นหลักฐาน ส่วนภายในบ้านยังพบกองเลือดจำนวนมาก และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ได้ถูกนำตัวส่ง รพ.ตรัง ก่อนหน้านี้และ 1 ใน 2 เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทราบชื่อ นางอำภา ปัญจนา อายุ 40 ปี ส่วนนายวิมล แก้วกลาง อายุ 37 ปี น้องชาย บาดเจ็บสาหัส
อบสวน นางสุดา เบลเลเซน อายุ 43 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมด้วยสามีชาวนอรเวย์ นางอำภา และญาติพี่น้อง รวม 14 คน เดินทางมาเยี่ยมมารดาซึ่งมีอาการป่วยมาหลายวันแล้ว เมื่อมีโอกาสได้พบปะกัน ก็ได้ทำอาหารรับประทานกัน ส่วนแฟนหนุ่ม น้องเขย และหลานชาย ได้นั่งดื่มสุรากันที่โต๊ะม้านั่งหินอ่อนหน้าบ้าน ระหว่างนั้น ได้มี ด.ต.ประพิศ แก่นเมือง อายุ 52 ปี ผบ.หมู่งาน ป. สภ.บ้านหนองตรุด อดีตสามีเก่าของนางอำภาน้องสาว ซึ่งได้เลิกรากันมา 1 ปีแล้ว แต่ไม่ได้มีลูกด้วยกัน ได้ขับรถยนต์มาจอดหน้าบ้าน จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปในครัวเพื่อไปหานางอำภา ซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารกับญาติๆ ทันทีที่พบหน้านางอำภา ด.ต.ประพิศก็พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจในทำนองว่า นัดออกไปรับประทานข้าวแล้วไม่ยอมไปตามนัด ต่อมาไม่นานทั้งคู่มีปากเสียงกัน ทุกคนจึงบอกให้น้องสาวออกไปตกลงปัญหากันข้างนอก
ทั้งคู่ไม่สามารถเคลียร์กันได้ นายเอิบเห็นว่าเรื่องบานปลาย จึงได้สั่งให้ ด.ต.ประพิศออกจากบ้านไปก่อน แต่ ด.ต.ประพิศไม่ยอมออกไป พร้อมกับได้ผลักนายเอิบจนเซถลา ทันใดนั้นไม่มีใครคาดคิด ด.ต.ประพิศ ก็ได้ชักปืนออกมาจ่อยิงพ่อ จนล้มฟุบขาดใจตายต่อหน้าต่อตาลูก ๆ และญาติพี่น้องที่มาห้ามปราม ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน และยังไม่ทันที่ทุกคนจะหายตกใจ ด.ต.ประพิศก็ได้ใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าว กราดยิงใส่ทุกคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง จนเป็นเหตุให้กระสุนไปถูกนางอำภาเสียชีวิตในที่สุด จากนั้น ด.ต.ประพิศก็ได้วิ่งไปขึ้นรถยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า ด.ต.ประพิศ ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวตายภายในห้องบ้านพักตำรวจ เลขที่ 155/14 หมู่ที่ 5 ต.หนองตรุด อ.เมืองตรัง และได้นำศพส่ง รพ.ตรังแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบบนเตียงนอนมีกองเลือดปนมันสมองจำนวนมาก ส่วนที่บนพื้นพบอาวุธปืนบาเร็ตต้า ขนาด 9 มม.ซึ่งเป็นอาวุธปืนส่วนตัวตกหล่นอยู่ จากการตรวจสอบพบกระสุนปืนในรังเพลิงอีก 4 นัด หัวเตียงพบแม็กกาซีนเปล่า 1 อัน และบนโต๊ะทำงานยังพบขวดสุราที่ถูกดื่มไปแล้วครึ่งขวด ส่วนที่หน้าบ้านพบรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ สีบอร์น ตอนครึ่ง ทะเบียน บธ 7908 ตรัง ของ ด.ต.ประพิศจอดอยู่
เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานว่า ปมสังหารครั้งนี้มาจากความขัดแย้งเรื่องชู้สาว ที่ เกิดมาจากด.ต.ประพิศ พยายามงอนง้อขอคืนดีกับอดีตภรรยาเก่าหลายครั้งแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมคืนดีด้วย เพราะหลังจากเลิกรากันฝ่ายหญิงก็ได้มีครอบครัวใหม่แล้ว แต่ก็ยังตามตื้อไม่เลิก ก่อนก่อเหตุด.ต.ประพิศได้นั่งดื่มสุราย้อมใจ ก่อนจะตัดสินใจขับรถยนต์ออกจากบ้านไปหาอดีตภรรยาเพื่อตามง้อขอคืนดีอีกครั้ง และเมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจไยดี จึงเกิดความแค้นและใช้อาวุธปืนจ่อยิงอดีตพ่อตาและอดีตภรรยาเก่าจนเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด ก่อนจะตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตัวตายเพื่อหนีความผิดดังกล่าว



