
'ตลก.'นัดถกก่อนไต่สวนค้านแก้ร่างรธน.
'พิมล'เผย นัดถกตุลาการ ดูบันทึก 2 ฝ่าย พร้อมระบุ หากข้อมูลพอในวันไต่สวน นัดวันวินิจฉัยได้เลย ด้าน'กลุ่มกองทัพปลดแอก' นัดปักหลักชุมนุมให้กำลังใจตุลาการฯ 3 วัน ยันไม่กังวลเกิดเหตุความรุนแรง ขณะที่'วรวัจน์'เชื่อมั่นข้อมูลชี้แจงศาล ลั่นรบ.ไม่คิดล้มล้างการปกค
4 ก.ค.55 นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า วันนี้คณะตุลาการ จะประชุมตรวจสอบเอกสาร พยาน ฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ที่ยื่นบันทึกคำให้การมา ซึ่งขั้นตอน คือ ศาลจะมาดูว่าบันทึกที่ยื่นมา มีประเด็นใดบ้าง และนำเอกสารดังกล่าว นำสืบในวันที่ไต่สวน โดยวันไต่สวน วันที่ 5 - 6 ก.ค.นี้ จะให้ผู้ร้องแถลงว่า มีประเด็นใดบ้าง และให้ดูบันทึกข้อเท็จจริงคำให้การว่าต้องมีมากกว่านี้หรือไม่ หากไม่มีบุคคลนั้นๆ จะไม่ต้องแถลงก็ได้ แต่หากต้องการให้เพิ่มเติม หรือศาลมีข้อสงสัย ก็จะถามผู้ร้องว่า มีความเห็นอย่างไร
นายพิมล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้ขอเสนอพยานมาอีก ทำให้มีพยานผู้ร้องมากกว่า 16 คน และผู้ถูกร้องมากกว่า 4 คน โดยเวลาไต่สวนที่กำหนดไว้ ฝ่ายละ 1 วัน จะพอหรือไม่ ศาลจะดูความจำเป็น และสามารถนัดไต่สวนอีกได้ อีกทั้ง ศาลยังไม่วินิจฉัย ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อใด เพราะขึ้นอยู่กับการไต่สวนทั้ง 2 วัน ถ้าเพียงพอแล้ว อาจจะแจ้งทั้ง 2 ฝ่าย นัดฟังคำวินิจฉัยเลยได้ แล้วตุลาการจะไปทำคำวินิจฉัยส่วนตัวต่อไป
"ถ้าศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว ก็อาจจะแจ้งผู้ร้อง และผู้ถูกร้องฟังคำวินิจฉัยเลยก็ได้" นายพิมล กล่าว
นายพิมล กล่าวต่ออีกว่า กระบวนการไต่สวนจะทำตามปกติ แม้สังคมจะจับตามอง แต่ต้องดูห้วงเวลาที่เหมาะสมด้วย ขณะเดียวกันเชื่อว่า ในการไต่สวน 2 วัน ไม่น่ามีเหตุการณ์รุนแรง
ศาลรธน.ถกกำหนดตัวพยานแล้ว-กลุ่มกองทัพปลดแอก นัดปักหลักชุมนุมให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ทางคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณากำหนดตัวพยานบุคคลของผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ที่จะต้องเข้าชี้แจงด้วยวาจาต่อองค์คณะตุลาการฯ ในวันที่ 5-6 ก.ค.นี้ ในคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่
ทั้งนี้ สำหรับบรรยากาศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีมวลชนจากกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ในนามกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประมาณ 300 คน มาปักหลักชุมนุมที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ฝั่งทิศเหนือ ติดถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อให้กำลังใจคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
นายทองดี นามแสงโคตร ผู้ประสานงานกลุ่มกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการรวมตัวครั้งนี้ เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และให้กำลังใจการทำหน้าที่ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบภายใต้พระปรมาภิไธย เนื่องจากในวันที่ 5-6 ก.ค.นี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดไต่สวนผู้ร้องและผู้ถูกร้องในกรณีคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น กลุ่มกองทัพปลดแอกฯเกรงว่า จะมีพลังมวลชนที่ไม่ปรารถนาดีมาขัดขวางทำให้ตุลาการไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ดังนั้นทางกลุ่มจึงอยากให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำงานด้วยความอิสระ เที่ยงธรรม เพราะศาลเป็นที่พึ่งของทุกฝ่าย หากศาลไม่เป็นที่พึ่งของคนในชาติแล้ว บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร
“ ยืนยันว่า หากผลคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไร ทางกลุ่มก็พร้อมน้อมรับและเคารพในคำตัดสิน อีกทั้งการมาปักหลักชุมนุมก็ไม่ได้มาเพื่อปกป้องหรือเข้าข้างฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง หากมีมวลชนกลุ่มอื่นที่จะมาชุมนุมในวันที่ 5-6 ก.ค.นี้ด้วยนั้น ก็ไม่กังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ปะทะขึ้น เพราะมาด้วยความสุจริตเพื่อต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบ โดยเบื้องต้นทางกลุ่มจะปักหลักชุมชุมเป็นเวลา 3 วัน จนถึงวันที่ 6 ก.ค. ส่วนการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ จะมีการประเมินหารือกันอีกครั้ง หลังศาลไต่สวนแล้วเสร็จ”นายทองดี กล่าว
ขณะที่ ด้านการรักษาความปลอดภัย พ.ต.อ.พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งคาดว่าคงๆไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น เนื่องจากกลุ่มดังกล่าว ไม่ได้มาก่อความวุ่นวายเพียงแต่มาให้กำลังใจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 5-6 ก.ค.ทาง สน.ทุ่งสองห้อง จะมีการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล จำนวน 1 กองร้อย เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีกลุ่มมวลชนอื่นเดินทางมากดดันศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด) ได้ทวิตข้อความว่า ได้นัดกลุ่มคนเสื้อแดงมาแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง ด้วยการยื่นใบแดงให้กับคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งแจกซีดีเตือนความจำเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นการรับร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
“วรวัจน์” เชื่อมั่นข้อมูลชี้แจงศาล ลั่นรบ.ไม่คิดล้มล้างการปกครอง
เมื่อเวลา 10.45 น. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เตรียมจะเบิกความต่อศาลรธน. ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ ว่า ในวันที่ 6 ก.ค. นี้ ตนและ นายอัชพร จารุจินดา เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกาจะไปชี้แจงต่อศาล รธน.ในเรื่องกระบวนการทั้งมดที่ทางครม.ได้ยื่นร่างแก้ไขรธน.เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแท้จริงเป็นกระบวนการปกติที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ครม.สามารถยื่นร่างได้ ก็คงจะเป็นการชี้แจงกระบวนการตามปกติ และเป็นการยื่นยันในเจตนารมณ์ที่แท้จริงของรัฐบาลว่า รัฐบาลดำเนินการตามที่ได้แถลงนโยบายไว้ ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงหรืออย่างที่เป็นข่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลอะไรหรือไม่ นายวรวัจน์ กล่าวว่า ความจริงคือความจริง เราคิดว่าเราสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น เพราะว่ากระบวนการทั้งหมดเราไม่ได้มีเจตนาที่จะไปถึงการล้มล้างการปกครองเลย วันนี้เรามีอำนาจเป็นรัฐบาลเรามีอำนาจในการปกครองอยู่แล้วเราเพียงต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความต้องการของพี่น้องประชาชนเท่านั้นเอง
สำหรับบทลงโทษที่อาจจะถึงขั้นยุบพรรคนั้น นายวรวัจน์ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าในกระบวนการทั้งหมดความจริงจะเป็นตัวตอบเองว่าที่ดำเนินการไปทั้งหมดนั้นไม่มีอะไร และเมื่อชี้แจงเห็นศาลรับทราบแล้วก็คงจะเข้าใจ โดยเราประเมินเพียงแค่นั้นขั้นที่จะต้องไปชี้แจงต่อศาลรธน.ก่อน
ส่วนเรื่องที่เตรียมจะนำไปชี้แจงในศาลนั้น นายวรวัจน์ กล่าวว่า เป็นการชี้แจงความจริงที่เกิดขึ้นแล้วก็ไปเล่าให้ศาลฟังว่า ตามที่มีผู้ร้องกล่าวหาว่าเราจะทำการล้มล้างระบอบการปกครองที่จริงแล้วไม่มีเลย และก็จะไปชี้แจงถึงวิธีการคิดวิธีการดำเนินการเท่านั้นเอง คงไม่ได้เป็นแง่ของข้อกฎหมายมากเพราะว่าตนคิดว่าวันนี้เอาความจริงมาพูดคุยกันจะดีกว่าแทนที่เราจะใช้อารมณ์หรือว่าใช้เรื่องอื่นให้เกิดความเข้าใจผิดกัน
เมื่อถามว่า หากศาลวินิจฉัยออกมาว่า การกระทำของฝ่ายรัฐบาลขัดต่อ รธน.ก้าวต่อไปรัฐบาลจะทำอยท่างไร นายวรวัจน์ กล่าวว่า ตนยังมั่นใจว่าศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงและเมื่อรับฟังข้อเท็จจริงที่ได้ชี้แจงแล้วจะเข้าใจ โดยยังไม่ได้คิดถึงประเด็นนั้นแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ดูเหมือนว่าศาลจะมีธงในเรื่องนี้อยู่แล้ว นายวรวัจน์ กล่าวว่า รอให้ถึงวันที่เราได้ชี้แจงก่อนดีกว่า เพราะวันนี้ศาลได้รับคำร้องกับผู้ร้องเท่านั้นเอง แล้วศาลก็ให้เราไปชี้แจง คิดว่าความจริงนี้ประชาชนทั้งประเทศจะทราบเอง ความจริงแล้วเจตนาของรัฐบาลนั้นไม่ได้มีอะไรเลย เพียงแต่ว่าอยากจะให้มีการยกร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่โดยใช้ สสร. ซึ่งแท้จริงแล้วการยกร่างกฎหมายนั้นทางรัฐสภาก็สามารถดำเนินการได้ แต่ด้วยความบริสุทธิ์ใจหากรัฐสภาดำเนินการแก้ไขร่างรธน.เองก็จะมีคนบอกว่า เราดำเนินการเพื่อตัวเองหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน ฉะนั้นเองถ้าให้ประชาชนเป็นคนเลือกตัวแทนขึ้นมาซึ่งไม่ว่าจะทาง ครม.ก็ดี ทางรัฐสภาก็ดีเป็นกระบวนการคัดเลือกตัวแทน แต่เรามองว่ากระบวนการแท้จริงเจ้าของอำนาจอธิปไตย คือประชาชนเราจะมอบอำนาจเหล่านั้นให้พี่น้องประชาชนคัดเลือกตัวแทนเข้ามา สุดท้ายประชาชนเองก็จะเป็นผู้ตัดสินใจเห็นชอบหรือไม่กับรธน.อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่า ได้มีการทำความเข้าใจกแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไว้อย่างไร นายวรวัจน์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ตนไม่ได้เป็นผู้ประสาน ตนอยากให้ปล่อยไปตามกระบวนการปกติเรามั่นใจว่าเราชี้แจงได้ ความบริสุทธิ์ใจความจริงใจเป็นสิ่งที่จะปกป้องคุ้มครองให้ทุกอย่างดำเนินการต่อไปได้ เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ถ้าสถาณการณ์จะบานปลายจากเหตุการณ์นี้ นายวรวัจน์ กล่าวว่า ตนยังไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายขนาดนั้นได้ วันนี้เองสังคมไทยเราไม่อยากให้เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นอีกตนคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในส่วนที่เราพูดคุยกัน และหาทางออกร่วมกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ กระบวนการทางการเมืองเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เห็นแล้วว่าความบอบช้ำที่เกิดขึ้นจากข้อขัดแย้งที่เราเอาแต่ใจตัวเองและต่างคนต่างคิดต่างคนต่างทำนั้น ทำให้ประเทศชาติเสียหายแค่ไหน
เมื่อถามว่า ที่บอกว่าจะยอมรับคำตัดสินของศาลนั้น เพราะมีสัญญาณมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายวรวัจน์ กล่าวว่า ตนมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของรัฐบาลในการแก้ไขร่างรธน. และแท้จริงแล้วร่างของรัฐบาลนั้นเมื่อเข้าไปสู่สภา สภาเป็นผู้ตรวจสอบว่าร่างนั้นได้ล้มล้างระบบการปกครองหรือไม่เมื่อรัฐสภาได้เห็นชอบไปแล้วก็หมดภาระของทางรัฐบาล และก็ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ที่ได้บัญญัติไว้ใน รธน.
เมื่อถามถึงกรณีคลิปเสียงคล้าย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้าแก้ไขร่าง รธน.นั้น นายวรวัจน์ กล่าวว่า เป็นความเห็นของแต่ล่ะท่าน ตนไม่อยากจะก้าวล่วง ส่วนเรื่องที่มีเสียงมาจากทางไกลให้มีการชะลอในเรื่องของการแก้ไขรธน.และร่าง พรบ.ปรองดองนั้น นายวรวัจน์ กล่าวว่า ส่วนนี้ทางคณะรัฐมนตรีต้องพูดคุยกันและนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด
ทีมกฎหมายปชป. ดักระวังแดงเทียมกดดันศาลรัฐธรรมนูญ
นายราเมศ รัตนะเชวง ในฐานะคณะทำงานกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจาณาร่างแก้รัฐธรรมนูญ ว่าเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 68 หรือไม่ ในวันที่ 5-6 ก.ค.นี้ว่า อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเชื่อว่าทุกคนเป็นตุลาการมาตลอดทั้งชีวิต และปัญหาของบ้านเมืองเกิดขึ้นเป็นข้อพิพาทย่อมยุติได้ด้วยอำนาจตุลาการ แต่กับมีบางกลุ่มพยายามที่จะออกมาเคลื่อนไหวกดดันและทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นอยากถามว่ารัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในการประบริหารประเทศ จะยอมให้ระบบตุลาการล่มสลายในสมัยของที่ท่านเป็นรัฐบาลหรือ ทั้งนี้ตนอยากขอให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบ และต้องยอมรับการตรวจสอบถ่วงดุลของทั้ง 3 อำนาจ
นายราเมศ กล่าวอีกว่า ส่วนที่แกนนำคนเสื้อแดง โดยเฉพาะนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาประกาศว่าจะไม่มีการนำมวลชนเสื้อแดงไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 5 - 6 ก.ค. นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นสิ่งที่ถูก เพียงแต่ไม่มั่นใจว่าหากในวันดังกล่าวมีกลุ่มคนเสื้อแดงมากดดันที่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านจะบอกว่าเป็นแดงเทียมอีกหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของพยานจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องไปให้ปากคำต่อศาลรัฐธรรมนูญในกรณีดังกล่าวนั้นมีทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายถาวร เสน เนียม. ส.ส.สงขลา และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา โดยทั้งหมดจะเข้าชี้แจงด้วยตัวเองในฐานะผู้ร้อง เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ เสนอโดยรัฐบาล เข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 68 หรือไม่ ขณะที่พยานอีก 2 รายซึ่งอยู่ในสำนวนร้องของพรรคประชาธิปัตย์คือนายวัชรา หงส์ประภัศร อดีตส.ส.ร. ปี 50 และนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นั้นไม่ได้เดินทางไปด้วย เนื่องจากได้ทำคำชี้แจงในบันทึกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่หากศาลต้องการข้อมูลเพิ่มก็สามารถเชิญมาให้ข้อมูลภายหลังได้



