ข่าว

ห-ว-ย

ห-ว-ย

04 ก.ค. 2555

ห-ว-ย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

               หวยเริ่มเป็นที่รู้จักของคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยในปี พ.ศ.2375 เมืองไทยเกิดสภาวะขาดแคลนข้าว ต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศเข้ามาบริโภค ทำให้ข้าวมีราคาแพง และมีการจ่ายค่าจ้างด้วยข้าวสารแทนเงินสด เจ้าภาษีนายอากรต่างๆ ก็ไม่สามารถจ่ายเงินภาษีอากรแก่ทางการได้ ต้องนำสินค้ามาชดใช้แทน เป็นเหตุให้เงินขาดท้องพระคลัง ในตอนแรกรัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชดำริว่าที่เงินหายไป เป็นเพราะมีผู้ทุ่มเงินไปซื้อฝิ่นมาตุนไว้ จึงมีรับสั่งให้เผาฝิ่นเสียให้สิ้น แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น พระศรีไชยบาน (จีนหง) จึงกราบบังคมทูลว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะราษฎรพากันนำเงินไปฝังดินไม่ยอมใช้จ่าย ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในเมืองจีน ก็จะมีการออกฮวยหวยเพื่อดึงเงินจากราษฎร จึงโปรดเกล้าๆ ให้จีนหงเป็นนายอากรหวย ตั้งโรงฮวยหวยขึ้นตรงข้ามวัดสุทัศนฯ บริเวณที่เป็นสวนรมณีนาถในปัจจุบัน
 
               ในชั้นแรกใช้วิธีตามแบบจีน โดยมีป้ายเขียนภาพตัวละครในนิทานจีน 34 ตัว พร้อมด้วยคำโคลง เจ้ามือจะเลือกหวยตัวใดตัวหนึ่งคลุมด้วยผ้าแดงแล้วชักป้ายขึ้นกลางศาลาที่ออกหวย ต่อมาจึงได้ใช้ตัวอักษรไทย 36 ตัวกำกับในป้ายด้วย โดยตัดตัวอักษรบางตัว เช่น ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ศ ษ ออกไป ในเวลานั้นออกหวยวันละ 2 ครั้ง และผู้ที่แทงถูกจะได้รับเงินรางวัล 30 เท่า ทางราชการได้เงินจากการประมูลหวยปีละประมาณ 2 หมื่นบาท
 
               ในสมัยรัชกาลที่ 6 นายอากรหวยที่มีชื่อเสียงคือพระอนุวัตน์ราชนิยม หรือ ยี่กอฮง ซึ่งเคยมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าของสมาคมลับต่อต้านราชวงศ์ชิง-กอบกู้ราชวงศ์หมิง ยี่กอฮงเปิดโรงหวยที่สามยอด เยาวราช และพลับพลาไชย และปลูกตึกอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดใหม่ยายแฟง หรือวัดคณิกาผลในปัจจุบัน เมื่อทางการเลิกหวยใน พ.ศ.2459 ยี่กอฮงได้หันไปดำเนินธุรกิจหลายประเภท แต่ภายหลังประสบปัญหาด้านการเงินจนถูกฟ้องล้มละลาย ตึกที่พักถูกยึด แต่รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระกรุณาให้ยี่กอฮงพำนักอยู่ต่อไปจนตลอดชีวิต เมื่อยี่กอฮงเสียชีวิตใน พ.ศ.2479 หลวงอดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้นได้รื้อตึกเก่าของยี่กอฮงทั้งหมดแล้วสร้างโรงพักพลับพลาไชยบนที่ดินเดิม แต่บนชั้นสี่ของตึกใหม่ ยังมีศาลยี่กอฮงซึ่งเป็นที่นับถือของตำรวจในโรงพักและประชาชนทั่วไป ครับ ก็ที่ติดอันดับท็อปเท็น ของสถานที่ที่คนนิยมไปขอหวยมากที่สุดนั่นแหละครับ
 
               สำหรับลอตเตอรี่นั้น เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาเงินช่วยเหลือพ่อค้าชาวต่างประเทศที่นำสินค้ามาร่วมแสดงในการจัดพิพิธภัณฑ์ ที่พระบรมมหาราชวัง ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2417 ต่อมาใน พ.ศ.2460 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้สภารักชาติอังกฤษ ออกลอตเตอรี่ เพื่อรวบรวมเงินจากพ่อค้าประชาชนในประเทศไทยไปใช้ในราชการสงคราม แทนการกู้เงินจากรัฐบาลไทยโดยตรง และใน พ.ศ.2466 ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกลอตเตอรี่เสือป่าเพื่อบำรุงกองเสือป่าอาสาสมัคร
 
               ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ.2476 รัฐบาลได้ดำเนินการออกลอตเตอรี่สยาม จำนวน 1 ล้านฉบับ ฉบับละ 1 บาท ปีละ 4 งวด เพื่อหารายได้ชดเชยเงินที่ขาดหายไปจากการลดเงินรัชชูปการที่เรียกเก็บจากชายไทยที่ไม่ต้องเป็นทหาร ใน พ.ศ.2482 จึงมีการสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อดำเนินกิจการลอตเตอรี่ของไทยอย่างจริงจัง
 
               ครับ จาก พ.ศ.2375 ถึงปีนี้ ก็เป็นเวลา 180 ปี ที่คนไทยได้คุ้นเคยกับหวย แม้ว่าเราจะเลิกหวย และมีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่กันมานมนานแล้ว แต่คนโดยทั่วไปก็ยังติดปากคำว่าหวย และดูเหมือนว่าคนไทยกับหวยจะไม่มีวันพรากจากกันได้ แม้ว่าจะมีคนพยายามแปลคำว่าหวย ว่า "ห" คือหายนะ "ว" คือวอดวาย และ "ย" คือย่ำแย่ ก็ตาม
 
               แต่หากเจาะลึกลงไปว่า เหตุใดคนไทยถึงเล่นหวย ผมคิดว่าน่าจะแปลคำว่าหวยอีกอย่างหนึ่งว่า ห คือความหิวโหย "ว" คือวาดวิมานในอากาศ และ "ย" คือความยากจน ถ้าอยากให้คนไทยเพลามือจากการเล่นหวย ก็ต้องหาทางช่วยให้พวกเขาพ้นจากความอดอยากยากจน และมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงก่อนครับ