ข่าว

'ก่อแก้ว'โวยศาลรธน.ยึดอำนาจปชช.

'ก่อแก้ว'โวยศาลรธน.ยึดอำนาจปชช.

03 ก.ค. 2555

"ก่อแก้ว" โวยศาลรธน.กำลังจะยึดอำนาจไปจากประชาชน "จตุพร" ห้ามเสื้อแดงไปศาลรธน. 5-6ก.ค. รายการคมชัดลึกถก"นิติบัญญัติ-ตุลาการ...อำนาจขาดสมดุล?"

               3ก.ค.2555 นายก่อแก้ว พิกุลทอง  แกนนำนปช. ได้ขึ้นปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่หน้าห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว โดยกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีไว้ให้ยึดอำนาจ โดยคนที่ยึดอำนาจก็เป็นพวกอำมาตย์ จาก ปปช. 9 คน ศาลรัฐธรรมนูญ 9 คนยึดอำนาจจากประชาชนได้มีที่ไหน

               นายก่อแก้วยังกล่าวอีกว่า ตนไม่ได้รังเกียจพรรคประชาธิปัตย์ แต่ปัญหาเกิดจากรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นปัญหาต่อระบอบประชาธิปไตย หากแย่มากก็ทิ้งไป  ไม่ต้องนอนกอดเอาไว้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะอยู่ในระบอบอะไรก็แล้วแต่ต้องมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเท่านั้น 

               นายก่อแก้วยังกล่าวอีกว่า การแก้รัฐธรรมนูญหากไม่ดีก็ล้มไปเอง แต่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังล้มล้างการปกครองด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ที่จินตนาการขึ้นมาจะเป็นกบฏหรืออย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะยึดอำนาจไปจากประชาชนอีกครั้งเพียงแค่ต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล  อำนาจต้องเป็นของประชาชน ประชาชนต้องการอะไรต้องได้ ไม่มีใครมาใหญ่เหนือกว่าประชาชนคนไทย ประเทศไทย ต้องเป็นประชาธิปไตยให้ได้

               ขณะที่นายอดิอศร เพียงเกษ ปราศรัยว่าตนไม่เชื่อว่ารัฐประหารจะหมดไปจากประเทศไทย    ที่บ้านเมืองวุ่นวายเป็นเพราะการรัฐประหาร ดังนั้นต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ ไม่แก้ไขไม่ได้เพราะเป็นมดลูกจากเผด็จการ


"จตุพร"ห้ามเสื้อแดงไปศาลรธน.5-6ก.ค.


                นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. กล่าวว่า วันที่ 5 และ  6 ก.ค. ไม่จำเป็นต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเราเป็นคนที่มีเกียรติมีจริยธรรม ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องไป และอยากให้หลังจากนี้ให้พี่น้องรอฟังแถลงข่าวจากช่องเอเชียอัพเดท ขณะนี้ศาลมีสิทธิตัดสินว่าประเทศจะเป็นนรกหรือสวรรค์ เพราะศาลไม่มีสิทธิตั้งแต่ต้น  นอกจากนี้ การจัดพยานก็ใช้วิธีมัดมือชกหลายคนซึ่งเป็นสันดานของทายาท คมช.  ถามว่านายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีจะไปเป็นพยานได้อย่างไร หากเป็นพยานก็เท่ากับเดินเข้าป่าช้า เพราะนายอานันท์เป็นประธานกรรมาธิการยกร่าง รธน. 2540

                นายจตุพรกล่าวต่อว่า หากมีคำตัดสินว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญผิดก็จะหมายถึง ส.ส. ส.ว. รมต. และประชาชน ถูกข้อหากบฏมีโทษตัดสินประหารชีวิต ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผิดได้อย่างไรเมื่อยังคงหมวดพระมหากษัตริย์ไว้ก็หมายถึงว่าไม่ได้แก้ไขทั้งฉบับ

                นายจตุพรกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีแดงจังหวัดปทุมธานี ล้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ต่อไปนี้ขอให้อย่าไปสนใจเพราะประชาธิปัตย์ ปล่อยให้ปราศรัยไป กรณีจังหวัดปทุมธานีแล้วไปแล้ว แต่ต่อไปทุกจังหวัดก็ปล่อยให้ปราศรัยจะได้เห็นว่าไม่มีคนเพราะเขาจะอ้างไม่ได้ว่าปราศรัยไม่ได้ และขอให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ ไปปราศรัยได้ทุกที่ต่างคนต่างอยู่ เพราะหากไปต่อต้านเขาจะเอาเรื่องนี้ไปปลุก

                ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่าศาลจะมีคำตัดสินอย่างไรรัฐบาลและสภาก็จะเดินหน้าต่อไปเพราะการกระทำของศาล ถือว่าเป็นการทำตามอำเภอใจไม่มีอำนาจและไม่มีสิทธิชี้ถูกผิดมาตั้งแต่ต้น เวลานี้พรรคประชาธิปัตย์เล่นเกมเต็มที่เช่นการเพิ่มพยานอีก 5 คน และยังมีการประชุมทีมกฎหมายทุกวัน เพราะคิดว่าจะน็อคเรากลางศาลให้ได้ ขณะนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ไปไม่ถูกเหมือนกันเพราะทั้งหนังสือพิมพ์ นักวิชาการ ชาวบ้าน ส.ส.ก็ด่า หากตัดสินไม่ชอบประเทศไทยก็อยู่ยาก ไปต่างประเทศก็ไม่กล้า เพราะจะกลายเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญอัปยศ
 
                นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่านายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมาเป็นพยานได้อย่างไรเพราะภรรยาเป็นรักษาการผู้อำนาวยการสำนักประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนไปศาลก็อยากให้นายสมคิดอธิบายเรื่องนี้ และศาลกับพยานมีความเกี่ยวพันมีส่วนได้ส่วนเสียกับครอบครัวจะดำเนินการเรื่องนี้ควรหรือไม่ เพราะกรณีนี้ถือเป็นคดีระดับชขาติ หากตนเป็นนายสมคิดจะถอนตัว ส่วนนายศรีราชา เจริญพาณิช ขณะนี้ก็หายหน้าไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาทำกันแบบนี้ เมื่อตนเปิดข้อมูล เรื่องการสอบนายกษิต ภิรมย์  และขณะนี้ก็มีข้อมูลเพิ่มคือ นายศรีราชา ก็ได้ตั้งภรรยา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและยังมีโต๊ะทำงานอยู่ในห้องเดียวกัน การกระทำแบบนี้จะตรวจสอบหรือไม่

                หลังจากนายณัฐวุฒิปราศรัยเสร็จสิ้น  เวทีปราศรัยก็ได้ปิดลงและผู้ชุมนุมต่างก็แยกย้ายเดินทางกลับ

ถก"นิติบัญญัติ-ตุลาการ...อำนาจขาดสมดุล?"


              รายการคมชัดลึกทางเนชั่นทีวีได้จัดตอน "นิติบัญญัติ-ตุลาการ...อำนาจขาดสมดุล?"   นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด กล่าวว่า ตั้งแต่ศาลรับคำร้องโดยไม่ผ่าน อสส.ทำให้กระแสสังคมกระเพื่อมมาก แต่ที่สุดคงอยู่วันที่ตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินจะทำให้บรรยากาศกระเพื่อมมาก สถานการณ์ไม่ปกติ ตนเห็นด้วยกับการมีศาลรัฐธรรมนูญ แต่ติดขัดว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญมากจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มีผลพวงจากการรัฐประหาร และใกล้ชิดกับคณะรัฐประหาร

              นายวรินทร์ เทียมจรัส อดีตส.ว.สรรหา กล่าวว่า กาารเข้าตู่ตำแหน่งชองตุลาการรัฐธรรมนูญจะมีการสรรหามา 9 คน และจะไปประชุมเลือกประธานมา 1 คน และนำเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ  ส่วนวันที่ 5-6 ก.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยนั้น ตนคาดว่าจะใช้เวลา 15 วันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเขียนคำวินิจฉัย เพราะระบบไต่สวนจะให้อำนาจศาล และโดยปกติหากองค์คณะครบก็ทำคำวินิจิฉัยได้ ทั้งนี้ หากกระบวนการยุติธรรมเดินไป เหตุการณ์ก็คงไม่รุนแรง เพราะคนส่วนใหญ่ยังยอมรับในกระบวนการยุติธรรม

              นายบวร ยสินธร ประธานเครือข่ายอาสาปกป้องสถาบัน กล่าวว่า ก่อนไปพูดว่าศาลรัฐธรรมนูญรับไม่รับเป็นปัญหาหรือไม่ อยากให้ย้อนไปมาตรา 68 ที่ตนไปย้อนกับอัยการสูงสุดจนถึงวันที่ 14 พ.ค.ก็ติดตามตลอดถึงความคืบหน้า แต่อัยการสูงสุดยังไม่ทำอะไรเลยจนผ่านไป 69 วัน กระทั่งวันที่  5 มิ.ย.ที่สภาจะลงวาระสุดท้ายจึงมาแถลง ถามว่ากระบนการยุติธรรมแบบนี้เป็นการริดรอนสิทธิและเสรีภาพหรือไม่ กระทั่งวันที่ 24 พ.ค.ตนก็ไปยื่นคำขาดต่ออัยการสูงสุดแต่ก็ยังไม่ทำอะไร ต่อมาวันที่  29 พ.ค.จึงส่งศาลรัฐธรรมนูญ  เพราะคิดว่าอัยการสูงสุดคงไม่ทำหน้าที่แล้ว ถามว่านานพอหรือยังในการใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญ  ซึ่งหากศาลวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ยอมรับ อย่างไรก็ตาม ม.68 เป็นการพิทักษ์สิทธิรัฐธรรมนูญ เมื่อใช้สิทธิพิทักษ์จึงไปร้องศาล