
ปิดถนนประท้วงอีก'เงินเยียวยา'
ชาวบางบัวทอง-บางใหญ่ปิดถนนประท้วงเงินเยียวยาน้ำท่วมอีก บางบัวทองวอนขอเวลาตรวจเอกสารแต่ยังไม่กำหนดวันจ่าย "วิชาญ"แจงเงินเยียวยาน้ำท่วมกทม.ยึดตามระเบียบราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00น.ของวันที่ 3 ก.ค.2555 ได้มีประชาชนพื้นที่ อ.บางบัวทอง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ประมาณ 100 คน ได้ปิดถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรีขาออกช่วงคู่ขนาน บริเวณหน้าบางใหญ่ซิตี้ ประท้วงเรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วม ส่งผลให้มีรถติดเป็นจำนวนมาก สัญจรไปมาลำบาก
บางบัวทองขอเวลาตรวจเอกสาร
ขณะที่ความคืบหน้าในการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาอุทกภัยในส่วนของเทศบาลเมืองบางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ประชาชนต้องประเผชิญกับน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือนเมื่อปลายปี 2554ว่า ล่าสุดทางเทศบาลได้ออกประกาศเทศบาลเมืองบางบัวทอง และมีการเผยแพร่ทางแฟนเพจ Facebook ของเทศบาลโดยที่ใช้ชื่อว่า http://www.facebook.com/buathongcity โดยประกาศระบุว่า เรื่อง การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ตามที่เทศบาลเมืองบางบัวทองได้ประกาศรายชื่อผู้ประสบภัยที่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยจากอุทกภัย ปี 2554 และได้ดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้ประสบภัย ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2555 และรับคำร้องขอทบทวนจำนวนเงินช่วยเหลือที่ได้รับ และคำร้องยื่นขอรับเงินช่วยเหลือในกรณีที่ยังไม่ได้ยื่น ระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน 2555 นั้น เทศบาลเมืองบางบัวทองมีความจำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารในการจ่ายเงิน และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าเทศบาลจะจ่ายเงินให้กับผู้ประสบภัยตามที่ประกาศรายชื่อไว้ จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2555 หลังจากกำหนดนี้แล้วหากยังมีผู้ยังไม่ได้มารับเงิน เทศบาลจะดำเนินการจ่ายไปพร้อมกับการจ่ายเงินให้กับผู้ประสบภัยที่ได้รับการพิจารณาทบทวนเงินช่วยเหลือ ซึ่งจะประกาศกำหนดวันจ่ายเงินให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังพบว่าหน้า Facebook ของเทศบาลมีการประกาศรายชื่อเพิ่มเติมจำนวน 2 ชุด ซึ่งมีการอัพเดทมาตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. 2555 โดยประชาชนที่มีรายชื่อเพิ่มเติม สามารถมารับเงินได้ที่ กองคลัง เทศบาลเมืองบางบัวทอง วันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ที่น่าสังเกตคือในชุดที่ 2 ที่มีจำนวน 308 รายชื่อที่มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยนั้น พบว่า ไม่มีการะบุชุมชนของผู้ที่จะได้รับเงิน โดยเขียนแบบเหมารวมว่า “รวมชุมชน” กำกับอยู่ด้านหลังรายชื่อ และพบว่าทั้ง 308 รายชื่อ ได้เงินเยียวเยาเท่ากันหมดคือ หลังคาเรือนละ 7,000 บาท และยังพบด้วยว่ากระทั่งบ้านไม่มีเลขที่ก็ได้รับเงินเยียวยาด้วยเช่นกัน
"วิชาญ"แจงเงินเยียวยาน้ำท่วมกทม.ยึดตามระเบียบราชการ
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงที่รัฐสภา เพื่อตอบโต้กรณีที่นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกทม. ระบุว่าการจ่ายเงินเยียวยาช่วยน้ำท่วมของรัฐบาลนั้น 2 มาตรฐาน เพราะพื้นที่ กทม. ได้ไม่เท่าคนต่างจังหวัด โดยยืนยันว่ารัฐบาลได้ใช้หลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของกระทรวงการคลัง พ.ศ.2546 อย่างไรก็ตามในพื้นที่ประสบภัยในกทม. ทางคณะกรรมการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาล เคยเชิญนายสมภพ ระงับทุกข์ รองปลัดกทม. มาหารือถึงการปรับค่าชดเชย โดยนายสมภพ ยืนยันว่าวงเงินที่กทม. ได้รับถือว่าเพียงพอแล้ว
“กรณีการจ่ายเงินเยียวยาไม่เท่ากัน โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. ถือเป็นการดำเนินการของกทม. เอง อย่างไรก็ตามหากจะมีการตำหนิรัฐบาล ควรไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดี ทั้งนี้ผมขอเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ กทม. ส่งตัวแทนไปแก้ปัญหาประชาชนในพื้นที่เขตคันนายาว เพราะทราบว่ามีการจ่ายเงิยเยียวยาน้ำท่วมไม่เป็นธรรม” นายวิชาญ กล่าว
"ยิ่งลักษณ์"กำชับรมต.ติดตามงานให้ทันกำหนดป้องกันน้ำท่วม
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เน้นการเร่งรัดการกำกับดูแลปัญหาเกี่ยวเรื่องน้ำ โดยแจ้งให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ ติดตามดูแลงานอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ เพื่อให้การจัดการน้ำเป็นไปอย่างเรียบร้อย
ฉุนมาตรการรับมือต้นน้า-ปลายน้ำล่าช้าเกินกำหนด
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การประชุม ครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แสดงความเป็นห่วงถึงระบบการเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมเป็นพิเศษ เนื่องจากขณะนี้ในหลายจังหวัดมีปริมาณฝนเป็นจำนวนมาก และเมื่อพิจารณาดูภาพรวมการเตรียมการรับมือในรายจังหวัดยังเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ที่วางแผนไว้ว่าจะแล้วเสร็จในช่วงมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคมตามลำดับ อีกทั้งได้ลงพื้นที่ดูงานไปแล้วก่อนหน้านี้ กลับไม่ได้เป็นไปตามเป้า
รัฐบาลเปิดให้เอกชน"ไทย- เทศ"เข้าประมูลบริหารจัดการน้ำ3แสนล้าน
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาล ประกาศให้บริษัทที่ปรึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เข้ามารับเอกสารรายละเอียดในการเสนอกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ในการออกแบบโครงการบริหารจัดการน้ำของไทยเพื่อเข้าร่วมการประมูลโครงการ ใช้งบประมาณ 300,000 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด 350,000 ล้านบาท โดยให้เข้ารับหนังสือร่างข้อกำหนดคุณสมบัติการจัดซื้อจัดจ้าง หรือทีโออาร์ ที่ สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งผู้ที่เข้ามารับรายละเอียดต้องเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทพร้อมแสดงหลักฐานที่ชัดเจน ขณะที่กลุ่มบริษัทต้องมีมูลค่าการดำเนินมาแล้วในรัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทต่อบริษัท รวมทั้ง จะมีการจัดบรรยายร่างทีโออาร์ให้กับผู้ที่สนใจมารับฟังได้ ที่ กระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 9 ก.ค.นี้
โครงการนักโทษลอกท่อระบายน้ำทันรับมือสถานการณ์น้ำหลาก
พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการ ขุดล้างท่อระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ตามแผนที่กรมราชทัณฑ์ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ดำเนินการลอกท่อเป็นระยะทาง 3,624,095 เมตร ขณะนี้ดำเนินการไปได้แล้ว 3,223,834 เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 88.96 เหลือระยะทางที่ยังไม่ดำเนินการอีก 400,261 เมตร หรือร้อยละ 11.04 โดยเมื่อเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน พบว่า มีพื้นที่ในหลายหมู่บ้านที่ประชาชนเดือดร้อนและไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยขุดล้างท่อระบายน้ำ แผนดำเนินการทั้งหมด จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ซึ่งทันรองรับต่อสถานการณ์น้ำหลากอย่างแน่นอน
ครม. ไฟเขียวยกเลิกร่างพรบ.การชลประทานราษฎร์ 2482
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศันสนีย์แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พุทธศักราช 2482 พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป และเห็นชอบให้ยุติการดำเนินการร่างพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ไม่มีสภาพบังคับใช้แล้วในปัจจุบัน เพราะได้มีการใช้การดำเนินการของกรมชลประทานแทน นอกจากนี้ยังไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอีกด้วย
...............
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



