ข่าว

ร่วมสืบสานงานศิลป์ไทยอย่าลืมไปดู "โขน"

ร่วมสืบสานงานศิลป์ไทยอย่าลืมไปดู "โขน"

20 พ.ค. 2552

เพราะ "โขน" เป็นการแสดงชั้นสูงของไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมในรูปแบบที่ถูกต้อง

  โดยทรงมีพระราชดำรัสว่าศิลปวัฒนธรรมเป็นรากฐานบ่งชี้ความเป็นชาติ ซึ่งช่างไทยได้สร้างสรรค์ขึ้นด้วยภูมิปัญญาอันสูงส่งและได้สั่งสมสืบทอดมายาวนานนับหลายร้อยปี ดังนั้น ในยามมีพระราชอาคันตุกะมาเยือน หรือเมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ  มักจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำการแสดงตามแบบประเพณีไทย จัดเป็นการแสดงพระราชทานแก่พระราชอาคันตุกะอยู่เนืองๆ

 ต่อมาในระยะหลังทรงเห็นถึงความซบเซาของนาฏกรรมตามแบบประเพณี และความเสื่อมถอยของการจัดสร้างเครื่องแต่งกาย รวมทั้งศิลปะการแต่งหน้าสำหรับการแสดงนาฏกรรมแบบประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2550  เพื่อใช้สำหรับการแสดงพระราชทาน และเป็นการสืบสานฝีมือเชิงช่าง ทั้งช่างทำหัวโขน ช่างปักสะดึงกรึงไหม และช่างเงินช่างทอง รวมทั้งศิลปะการแต่งหน้า ฯลฯ

 ดังนั้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และคณะกรรมการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร จึงได้คัดเลือกบท "โขน" เรื่องรามเกียรติ์ ตอน พรหมาศ มาจัดแสดงพร้อมด้วยวงปี่พาทย์ และวงโยธวาทิต โดยได้นำเสนอรูปแบบอันหลากหลาย
 
 ทั้งนี้ เกี่ยวกับเรื่อง เครื่องแต่งกายหรือพัสตราภรณ์ ที่ใช้ในการแสดงครั้งนี้ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย หัวหน้ากลุ่มจันทร์โสมา บ้านท่าสว่าง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ผู้ออกแบบและควบคุมการจัดสร้างกล่าวว่า ได้ใช้วิธีการปักสะดึงกรึงไหมตามแบบโบราณ และมีความพิเศษตรงกระบวนลายที่มีความประณีตงดงามตามแบบศิลปะไทย รวมทั้งการใช้สีสันตามระบบการใช้สีในงานศิลปกรรมไทยโบราณ

 "ส่วน การจัดสร้างถนิมพิมพาภรณ์ หรือเครื่องประดับ นั้น ในส่วนของตัวละครเอก เช่น พระราม พระลักษมณ์ พระอินทร์ ทศกัณฐ์ และอินทรชิต ได้จัดสร้างโดยใช้เงินสลักดุน กะไหล่ทอง ประดับพลอย โดยช่างทองหลวง ในขณะที่ตัวละครอื่นใช้วิธีการหล่อทองแดงชุบทอง ประดับพลอยสังเคราะห์" อ.วีรธรรม กล่าว

 ขณะที่ การจัดสร้างหัวโขนและศิราภรณ์  ซึ่งพยายามรักษาแนวทางตามแบบอย่างโบราณ  ขรรค์ชัย หอมจันทร์ หนึ่งในผู้ควบคุมการผลิตได้บอกเล่าถึงขั้นตอนปฏิบัติว่า หลังจากที่ปั้นหุ่นและปิดกระดาษเป็นโครงหัวโขนเรียบร้อยแล้ว จึงนำมาวาดโครงหน้าเพื่อเตรียมการปั้นหน้าโขนเพิ่มเติม ใช้ขี้เลื่อยผสมกาว ผงชัน ปั้นหน้าโขนตามเค้าโครงที่ได้วาดไว้ ขัดแต่งผิวด้วยดินสอพองผสมกาว กระแหนะลาย ปิดทอง จึงนำมาระบายสีเขียนหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้าย

 นอกเหนือจากการเตรียมด้านเครื่องแต่งกายแล้ว เพื่อเป็นการสืบสานงานช่างศิลปกรรมไทยอย่างแท้จริง การแสดงโขนยังมีรายละเอียดด้านอื่นๆ อีกหลากหลายและหนึ่งในนั้นคือ การจัดสร้างสิ่งของประกอบการแสดง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษอย่าง อาจารย์สุดสาคร ชายเสม  เป็นผู้รับผิดชอบออกแบบและควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น ตั่ง เตียง โรงพิธี  เครื่องสูง และช้างเอราวัณ ฯลฯ

 เพื่อเป็นการสืบสานศิลปะการแสดงโขนให้คงอยู่ต่อไป ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมชมการแสดงในระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2552  ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย