
'คุณชาย'เปิดใจ'สัญญาบีทีเอส30ปี'
'สุขุมพันธุ์' เปิดใจ 'สัญญาบีทีเอส 30 ปี' ซัดใครขวางผิดรธน.แน่ ลั่นเปิดทางผู้ว่าฯอนาคตคุมค่าตั๋ว โกยรายได้แสนล้านเข้ากทม. ยันพร้อมลุยเลือกตั้งสมัยหน้า
เมื่อเวลา 10.07 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กทม.ได้จัดงานจัดเสวนา“เปิดความจริงสัญญาเดินรถไฟฟ้ากทม. 30 ปี”โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวเปิดใจ หัวข้อทำไมต้องตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อคนกรุงเทพฯว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงมาตลอดหลังจากเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คือ ปัญหาความไม่แน่นอน 2 เรื่องหลัก ซึ่งปัญหาดังกล่าวถ้าตนไม่แก้ไข ถือว่าไม่ได้ทำหน้าที่ ผู้ว่าฯ กทม. ปัญหานั้นอาจไม่รุนแรงวันนี้ แต่คาดว่าวันหน้าจะมีความรุนแรง และจะมีการกระทบกระเทือนกับชีวิตประชาชน 1.ปัญหาอุทกภัย ที่ผ่านมางบประมาณรัฐบาลเพิ่มขึ้น แต่ของกทม.กลับไม่เพิ่มขี้น กทม.จะหวังพึ่งรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ จึงต้องดิ้นรนให้กทม.มีรายได้มากขึ้น ก็ชัดเจนแม้แต่นโยบายของรัฐบาลกลางกทม.ก็ถูกตัดงบประมาณ อาทิ เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ ปีที่แล้วถูกตัด 2 พันล้าน ปีนี้ถูกตัดอีก 400 ล้าน ส่วนเงินอุดหนุดการศึกษาปีนี้ถูกตัดอีกเช่นกัน สิ่งใดที่เป็นนโยบายรัฐบาลกลับถูกตัดหมด แต่อย่างไรตนก็จะให้เด็กกทม.เรียนฟรี และให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลให้ได้
2.ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับบีทีเอสโดยตรง คือ การก่อสร้างและบริหารส่วนต่อขยายไปสะพานใหม่ และสมุทราปราการ ซึ่งเป็นมติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดที่แล้ว ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)และกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ก่อสร้าง แต่ก็ยังมีเครื่องหมายคำถามเรื่องการบริหาร และโครงสร้างค่าโดยสารจะเป็นอย่างไร แต่ผู้บริหารของรฟม.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ผู้ว่าฯกทม. ต้องดูแลผลประโยขน์ประชาชน ต้องหาวิธีดูแลค่าโครงสร้างให้ผู้ว่าฯกทม.ในอนาคตคุมได้ ตนเชื่อว่าวันข้างหน้าผู้ว่าฯกทม.ที่มาจากเลือกตั้ง จะต้องดูแลค่าโดยสารบีทีเอส เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างสะดวกต่อไปได้ นอกจากนี้ มีข่าวเป็นมาหลายครั้งว่ารัฐบาลจะเอาบีทีเอสไปบริหารเอง เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลชุดก่อนก็ไม่เคยเลิกที่จะสนใจบีทีเอส จึงไม่เกี่ยวว่าเป็นรัฐบาลพรรคพื่อไทย แต่เป็นเพราะรัฐบาลอยากได้ของดี ตนไม่ทราบเหตุผลทำไมรัฐบาลอยากได้บีทีเอส ทั้งที่ในอดีตไม่มีใครอยากแตะ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่แน่นอนคือิความไม่แน่นอน คนที่เป็นผู้ว่าฯกทม.ต้องหาหลักประกันที่ดีที่สุด กทม.ได้ศึกษามานาน ไม่ใช่การทิ้งทวน 8 เดือนสุดท้าย ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือิวิธีว่าจ้าง ไม่ใช่การต่อสัมปทาน เป็นสัญญาว่าจ้างทำให้ กทม.ลดการใช้งบประมาณได้ 6 พันล้านบาท โดยจะเพิ่มขึ้นเป็นแสนล้านซึ่งต้องขึ้นกับโครงสร้างผู้โดยสารอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า จึงไม่ใช่เรื่องของตน แต่คนที่มาจากการเลือกตั้งก็ไม่มีทางทิ้งประชาชน ยืนยันว่า ผลสรุปการศึกษาดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักวิชิการ ไม่เช่นนั้นทางบริษัทกรุงเทพธนาคม (จำกัด) หรือเคที จะไม่กล้าทำสัญญา และตนสั่งเคทีไม่ได้ กรณีโรงฆ่าสัตว์เคทีก็ยังไม่ยอมทำ จึงไม่ใช่เรื่องผู้ว่าฯกทม.สั่งแล้วเคทีทำตาม แต่เป็นการดูแลผลประโยชน์ทุกฝ่าย ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาระยะยาวผลที่ได้จะเกิดขึ้นในวันหน้าหลังจากตนเลิกการเมือง หรือเข้าโลงศพไปแล้ว จึงต้องมีการวางแผนระยะยาวให้คนกรุงเทพฯเดินทางได้สะดวกด้วยระบบบีทีเอส
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่ออีกว่า เรื่องนี้ไม่ผิดกฎหมาย กทม.ได้ดูเรื่องนี้หลายครั้ง ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 281 ที่ระบุว่า รัฐจะต้องให้ความเป็นอิสระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ มาตรา 283 ระบุว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีอำนาจหน้าที่โดยทั่วไปในการดูแลและจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น และย่อมมีความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบาย การบริหาร การจัดบริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลังและมีอำนาจหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะ โดยต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับการพัฒนาของจังหวัดและประเทศเป็นส่วนรวมด้วย อีกทั้งเป็นไปตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2543 มาตรา 16 ระบุว่าท้องถิ่นมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะ มาตรา 17 ระบุว่า ภายใต้มาตรา 16 ให้ท้องถิ่นมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ดังนั้นคนที่ขัดขวางคือคนที่ขัดรัฐธรรมนูญทางกฎหมาย
"ผมดีใจและขอบคุณที่คณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลื่อนการพิราณาไปอีก 1 เดือน ผมอยากให้ว่าตามกฎหมาย ว่าไปตามเนื้อผ้า อย่าเพิ่งรีบคิดว่าใครผิดใครถูก ถ้าพลาดไปแล้วผลเสียจะเกิดขึ้นกับคนกรุงเทพฯ และบีทีเอสด้วย ผมไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น โต ๆ กันแล้ว ผมจะสู้ต่อไป และจะลงอีก ถ้าประชาชน เลือกผมก็จะกลับมาทำเรื่องนี้อีก"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว



