ข่าว

โจรยิงอาก้าถล่มรถขนเงินธนาคารดัง

โจรยิงอาก้าถล่มรถขนเงินธนาคารดัง

02 ก.ค. 2555

ยิงถล่มรถขนเงินธนาคารกรุงไทยกลางป่า อ.เชียงดาว พนักงานรอดหวุดหวิด รอง ผบก.รุดสอบ

                 เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 ก.ค.ตำรวจ สภ.นาหวาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุคนร้าย ไม่ทราบจำนวนซุ่มยิงรถตู้ขนเงินของธนาคารกรุงไทย เหตุเกิดบนถนนเชียงดาว-เวียงแหง บริเวณบ้านขุนคอง  หมู่ 6 ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยคนร้ายได้ดักซุ่มใช้อาวุธสงครามระดมยิงจากข้างทางขณะ รถขับผ่านบริเวณดังกล่าวจำนวนหลายนัด กระสุนปืนถูกเข้าด้านหน้าตัวรถ หม้อน้ำและโคมไฟหน้าแตกเสียหาย แต่พนักงานขับรถได้ตั้งสติเร่งเครื่องหลบหนีออกจากบริเวณที่เกิดเหตุไปได้ประมาณ 500 เมตร  กระทั่งพบกับรถสายตรวจของ สภ.นาหวาย โดยบังเอิญจึงจอดรถขอความช่วยเหลือ เวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.อ.วินัย สุขศิริ ผกก.สภ.เวียงแหง ขับรถผ่านมาจึงเข้าอำนวยการในการไล่ล่าติดตามคนร้าย 

               ทั้งนี้ หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย ได้เข้าตรวจสอบรถขนเงินพบเป็นรถยนต์ตู้ หมายเลขทะเบียน ตส 254 กรุงเทพมหานคร หมายเลขประจำรถ K216 พบร่องรอยถูกยิงด้านหน้ารถจำนวน 4 นัด ส่วนในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่เพียง 1 ปลอก ส่วนคนร้ายคาดว่าจะล่าถอยหลบหนีเข้าไปในป่า ขณะที่ พ.ต.อ.สมบัติ สุภาภา รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ สั่งการตำรวจ สภ.นาหวาย สนธิกำลังร่วมกับ ตชด. และ อส. กว่า 50 นาย  เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง 
              พ.ต.อ.สมบัติ เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวขนเงินสด 50 ล้านบาท จากธนาคารกรุงไทย สาขาข่วงสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าไปยัง อ.เวียงแหง เพื่อนำเงินไปใส่ในตู้เอทีเอ็มและส่งให้กับธนาคารใช้หมุนเวียนสำหรับ 1 สัปดาห์  โดยมีนายเกษม ไชยศรี เป็นพนักงานขับรถ นายชานนท์ สุวรรณ และนายอภิรัตน์ ทิสารัตน์ เจ้าหน้าที่ของบริษัทกรุงไทยธุรกิจบริการประจำรถมาด้วยกันรวม 3 คน เมื่อขับผ่านจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางเปลี่ยว คนร้ายที่ซุ่มอยู่จึงลงมือระดมยิงแต่โชคดีที่นายเกษมยังมีสติขับหลบหนีออกมาได้

              สำหรับเป้าหมายของคนร้ายมีความเป็นไปได้หลายอย่าง ทั้งการปล้นเงินซึ่งคนร้ายอาจหวังให้รถเสียหลักแต่ไม่สำเร็จ หรืออาจเป็นความขัดแย้งส่วนตัวของใครคนหนึ่งที่มากับรถ หรืออาจเป็นฝีมือของชนกลุ่มน้อยในบริเวณดังกล่าวที่เกิดความคึกคะนองก็เป็นได้ซึ่งประเด็นทั้งหมดยังไม่ฟันธง ต้องรอการสอบ สวนพนักงานประจำรถและผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง

              รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวต่อว่า บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นจุดอีบสัญญาณทั้งโทรศัพท์มือถือและ วิทยุสื่อสารซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2552 เคยเกิดเหตุคนร้ายสวมหมวกไหมพรมพร้อมอาวุธปืนสงคราม 6 คน ดักปล้นทรัพย์รถโดยสารในจุดเดียวกันมาก่อน ในครั้งนี้หากคนร้ายมุ่งปล้นเงินแสดงว่ามีการวางแผนมาเป็นอย่างดี 

 

.....................................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)