
'ก่อแก้ว'ไฟเขียว'มวลชนแดง'ต้านปชป.
'ก่อแก้ว' ไฟเขียว 'มวลชนคนเสื้อแดง' เดินหน้าประท้วง ปชป. โต้ 'สมคิด' ปัดยกร่างแก้รธน.ใหม่ทั้งฉบับ ลั่นไม่แตะหมวดกษัตริย์
2 ก.ค.55 นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่าตนจะไม่ห้ามมวลชนคนเสื้อแดงที่เข้าไปต่อต้านกิจกรรมทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ตราบใดที่มวลชนดังกล่าวไม่ทำผิดกฎหมาย หรือไปรุมประชาทัณฑ์นายอภิสิทธิ์
ทั้งนี้โดยส่วนตัวมองการประท้วงนายอภิสิทธิ์ ในเวทีปราศรัยที่ จ.ปทุมธานี เป็นผลกรรมที่นายอภิสิทธิ์เคยได้ทำไว้ช่วงที่เป็นนายกฯ ที่ได้นำกำลังทหารออกมาทำร้ายประชาชน และสั่งฆ่าประชาชน และส่วนตัวไม่เชื่อว่าการออกมาของมวลชนคนเสื้อแดงนั้น จะเป็นชนวนที่นำไปสู่ความรุนแรง
'ก่อแก้ว'โต้'สมคิด'ปัดยกร่างแก้รธน.ใหม่ทั้งฉบับ
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง แถลงที่รัฐสภาว่า โดยยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ยกร่างขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ อย่างที่ นายสมคิด เลิศไพทูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตเลขานุการกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ออกมาระบุ เนื่องจากในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291/11 กำหนดไว้ชัดเจนว่าจะไม่มีการแตะหมวด 2 ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นเมื่อมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จะมีเพียงแค่การปรับโครงสร้างในรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาเท่านั้น และเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ก็จะยกบทบัญญัติของหมวด 2 เข้ามาไว้เหมือนเดิม
“ โครงสร้างของรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นบิดเบี้ยว ยกร่างมาเพื่อขจัด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เท่านั้น และทำให้สาระของรัฐธรรมนูญมีปัญหา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ไขในเชิงโครงสร้าง สิ่งที่นายสมคิด ออกมาพูดเพราะไม่อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ” นายก่อแก้ว กล่าว
นายก่อแก้ว กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนบุคคลในคำร้องที่ขอให้พิจารณาว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ แล้วเสร็จ ก็จะมีผลการพิจารณาเป็นไปในทางลบ กับรัฐสภา, พรรคเพื่อไทย, รัฐบาล และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างแน่นอน
ด้านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงประเด็นผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า “ผมเชื่อว่าศาลจะคิดไม่ต่างจากผม ผมถอยมาก้าวหนึ่งแล้ว ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากให้ตัวเรากลายเป็นปัญหา”
'วิชาญ'จี้ศาลรธน.ถ่ายทอดการไต่สวนแก้รธน.ขัดม.68
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องที่รัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญถ่ายทอดการไต่สวนบุคคล ในกรณีการพิจารณาคำร้องของบุคคล ที่ขอให้ศาลพิจารณาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ในวันที่ 5 และ 6 ก.ค.นี้ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน นอกจากนั้นขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ดูในรายละเอียดของฝ่ายผู้ถูกร้องที่จะชี้แจง ซึ่งตนไม่อยากให้มีการตัดบุคคลที่จะมาเป็นพยาน
นายวิชาญ ยังกล่าวตอบโต้การปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง ล้มองค์การอิสระ ว่า การพูดดังกดล่าวเป็นการเสี้ยม ยั่วยุให้ประชาชนเห็นภาพว่าการแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้ จะมีการยุบองค์กรอิสระ และสร้างประชาธิปไตยใหม่
'เฉลิม' เชื่อศาลรธน.จะยกคำร้องเเก้รัฐธรรมนูญ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเชิญพยานของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้ร้องไปชี้แจงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการสสร. 2550 โดยนายสมคิดอ้างว่าเจตนารมณ์มาตรา 291 นั้นไม่ได้มุ่งให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับว่า ไม่เป็นไร ประเดี๋ยวไปดูเจตนารมณ์ก็ได้ ทำไมไม่ไปห้ามการเปิดคลิปที่วงเวียนใหญ่บ้าง ตนพูดกลางๆว่า ทั้งหมดอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญคนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ควรแสดงความเห็น เพราะสังคมรู้ว่าเป็นใครมาก่อน พรรคเพื่อไทยนั้นน่าเห็นใจ เพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นอาจารย์ และอย่าลืมว่าศาลรัฐธรรมนูญเรียนจบกฎหมายทั้งนั้น ไต่สวนและพิจารณาได้ แต่ตนยังมองสถานการณ์ในแง่ดีว่าหลังการไต่สวนจะยกคำร้อง ศาลรัฐธรรมนูญคงรับฟังความเห็นนักกฎหมายส่วนใหญ่เพราะผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นักรัฐศาสตร์ อาจารย์ อดีตส.ว.หรืออดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แสดงความเห็นในแนวทางเดียวกันว่าไม่เข้าเกณฑ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ชัดเจน เมื่ออัยการสูงสุดในฐานะทนายความแผ่นดินยืนยันสองครั้งแล้วและตนเชื่อว่าเมื่อไต่สวนแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะยกคำร้อง บ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไปได้
รองนายกฯ กล่าวว่า ถามว่าหากเกิดมีคำตัดสินยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมือง อย่าลืมว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ยุบพรรคได้แต่ยุบรัฐบาลไม่ได้ หากคิดว่าจะทำให้นายกฯพ้นหน้าที่ มันไม่เกี่ยวกัน เพราะรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญระบุชัดว่าต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายในหกสิบวันอย่าไปคิดว่าจะเกิดโกลาหลเหมือนสมัยพรรคไทยรักไทยหรือพรรคพลังประชาชนหากใครคิดแบบนี้ คิดผิด รัฐบาลนี้ยังอยู่
เมื่อถามว่านายวสันต์ สร้อยวิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญแสดงความเห็นล่วงหน้าที่ระบุว่าบ้านเมืองจะเกิดความไม่สงบอีก รองนายกฯ กล่าวว่า คิดว่าคงไม่เป็นอย่างนั้น ท่านอาจพูดไปอย่างนั้น งานนี้มันใหญ่นะเพราะนักกฎหมายร้อยละเก้าสิบไม่เห็นด้วย ขอเรียนว่าสมัยที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เคยไปร้องเรียนกับศาลรัฐธรรมนูญแล้วปรากฏว่าศาลไม่รับคำร้อง และหากรับคำร้องเรียนโดยตรงได้นั้นจะระบุไว้ในเว็บไซต์ของศาลรัฐธรรมนูญทำไม อย่าไปทำเลย ขี้เหร่ เมื่อถามว่าการที่อ้างบุคคลฝ่ายเดียวกันเป็นพยานในเรื่องนี้ทั้งๆที่ยังไม่มีการตัดสินนั้นถูกต้องหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า อย่างนี้ยิ่งไม่ได้ ทราบจากนสพ.ว่านายอานันท์ไม่ทราบเรื่องนี้และไม่ได้รับหมายเรียกหรือศาลได้ติดต่อใดๆ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เตรียมหาพรรคสำรองไว้แล้วหรือไม่หากพรรคเพื่อไทยโดนยุบพรรค รองนายกฯ กล่าวว่า เหลืออีกตั้งหกสิบวัน อย่าไปยุบเลย ไม่มีผลอะไร สมัยนั้นมันมีผลเพราะนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีตำแหน่งในพรรคเพื่อไทย หากใครไม่รู้ก็จงรับทราบรับรู้ประเด็นนี้เสีย เมื่อถามว่าประชาชนเลือกตั้งและเลือกพรรคมาเป็นรัฐบาล แต่องค์กรอิสระกลับจะยุบพรรคง่ายๆ คิดว่าประชาชนจะยินยอมเป็นครั้งที่สามหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า มีความเห็นตรงกัน งานนี้ใครคิดทำนั้นเหนื่อยและส.ส.ประเภทที่จะออกจากพรรคเหมือนเมื่อก่อนนั้นไม่มี ส.ส.ที่อยู่กับพรรคเพื่อไทยคือแนบแน่น
เมื่อถามต่อว่า มีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะไปอยู่ขั้วตรงข้ามและพรรคประชาธิปัตย์ระบุชัดว่าจะล้มรัฐบาลนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า คงไม่ไปอยู่นะ และหากจะไปก็คงมีไม่ถึงครึ่งและจะตั้งรัฐบาลอย่างไร พรรคเพื่อไทยมีส.ส. 265 คน แต่คราวก่อนมี 232 คน พรรคประชาธิปัตย์ต้องอาศัยจังหวะสองแบบนี้ เพราะจังหวะแรกแพ้ทุกครั้ง เลือกตั้งกี่ครั้งเคยชนะบ้างหรือไม่ พรรคนั้นเคยชนะเลือกตั้งครั้งเดียว คือ ปี 2535 ครั้งที่สองจากนั้นแพ้ตลอดแล้วแอบลักหลับ
“ เคยลักหลับพี่จิ๋ว(พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ)ไปรอบหนึ่งแล้ว และลักหลับตอนยุบพรรคพลังประชาชนอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครหลับแล้วเพราะตื่นตลอด”รองนายกฯระบุ
เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินตรงข้ามกับสิ่งที่รองนายกฯประเมินจะเป็นเช่นใด รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าไปมองอะไรเป็นที่หนักอกหนักใจ เพราะศาลต้องใช้ดุลพินิจ เมื่อถามว่าหน่วยข่าวรายงานการเคลื่อนไหวต่างๆแบบควบคู่มาให้ทราบบ้างหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่าคงไม่มีอะไรมาก แต่หลังจากตัดสินแล้วฝืนสายตาประชาชนอย่างมากนั้นตรงนั้นมองไม่ออกเหมือนกันเพราะสถานการณ์จะเกิดขึ้นไวแต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร
เมื่อถามต่อว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยมองกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นขบวนการล้มรัฐบาล รองนายกฯ กล่าวว่า ตนยังไม่มองไกลแบบนั้น เพราะมันล้มรัฐบาลไม่ได้ สมมติว่ามีการยุบพรรคเพื่อไทย แต่รัฐบาลนี้ยังอยู่ ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย ส่วนพรรคสำรองนั้นตนไม่ทราบว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมไว้หรือไม่ แต่ตนเป็นประเภทไปไหนไปด้วยจะอยู่พรรคนี้ ตั้งชื่อใหม่ให้หมดเรื่องไปเลยว่า พรรคทักษิณ ไหนๆแล้วมันรู้แล้วรู้รอดไป ส่วนกกต.ระบุว่ายังไม่มีใครมาจดทะเบียนตั้งพรรคใหม่นั้น ขอเรียนว่าเรื่องนี้ยังไม่น่าหนักใจ ตนคิดแบบนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นบทสัมภาษณ์ของตนอาจมีเมตตา
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมไปชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญด้วย รองนายกฯ กล่าวว่า มีเป้าหมายแบบนั้นจะไปห้ามไม่ได้ เมื่อถามว่าการเมืองเล่นกันแบบนี้ ประเทศและประชาชนจะเสียประโยชน์ รองนายกฯ กล่าวว่า กรณีนาซ่านั้น พรรคประชาธิปัตย์เคลื่อนไหวแบบนั้นแบบนี้ โดยเฉพาะปลาบู่ มันเสียของแทนที่บ้านเมืองจะได้ประโยชน์บ้าง หากพรรคนั้นทำแบบนี้แพ้ทั้งชาติ เลือกตั้งไม่มีวันชนะเลย เมื่อถามว่าจะปลดล็อกเรื่องนี้อย่างไรเพื่อให้เข้าทำนองคลองธรรม รองนายกฯกล่าวว่าตนไม่ได้รับผิดชอบพรรคแต่คิดว่าผู้ใหญ่ในพรรคคงคิดแล้วว่ามีมาตรการแบบใดให้ไปได้
“ คนที่หวังว่าพรรคเพื่อไทยจะโดนยุบ อย่าลืมว่ารัฐบาลนี้ยังอยู่ นายกฯ และตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค งานนี้ไม่มีสัมภเวสี ไม่มีใครไป ส่วนงานนี้จะมีใบสั่งหรือไม่ ขอถามว่าตำรวจจราจรจะกล้าออกใบสั่งให้รองนายกฯที่ดูแลสตช.หรือ”รองนายกฯกล่าวแบบทีเล่นทีจริง
'เฉลิม'เผย'รมช.ตปท.อังกฤษ'ห่วงสถานการณ์การเมืองไทย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับนายเจเรมี บราวน์ รมช.ต่างประเทศ สหราชอาณาจักร โดยใช้เวลาหารือ 45 นาทีต่อมาเวลา 11.15 น. รองนายกฯเปิดเผยว่ามาคุยกันเรื่องยาเสพติดและสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศรวมทั้งสถานการณ์การเมืองทั้งหมด ตนชี้แจงสถานการณ์ตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร 2549 เป็นต้นมาทั้งหมดแบบเต็มแม็ก ทั้งนี้นายเจเรมียังห่วงสถานการณ์การเมืองของไทย เพราะสหราชอาณาจักรมาลงทุนในไทยเยอะและยังระบุว่า การเมืองควรเคารพกติกา ตนอธิบายไปว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะเลือกตั้ง และชนะครั้งเดียวเมื่อปี 2535 แต่เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วไปแจกสปก.4-01 ตนคัดค้านจนมีการเลือกตั้งอีกหลายครั้งและนายเจเรมีรู้ว่าพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง และประชาชนศรัทธาแต่ตนแปลกใจว่าทำไมนายเจเรมีแอบมาพบตนในวันนี้ด้วย



