ข่าว

พายุฤดูร้อนกระหน่ำสหรัฐฯดับ17

พายุฤดูร้อนกระหน่ำสหรัฐฯดับ17

02 ก.ค. 2555

พายุฤดูร้อนซัดกระหน่ำสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน และอีกกว่า 3 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้

                        2 ก.ค.55 พายุฤดูร้อนเริ่มพัดกระหน่ำในหลายรัฐทางภาคตะวันออกของสหรัฐตั้งแต่วันศุกร์ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ทำให้เสาไฟฟ้าและต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับรถยนต์และกีดขวางถนนหลายสาย ผู้ว่าการรัฐแมรีแลนด์ บอกว่าพายุสร้างความรุนแรงเทียบเท่าพายุเฮอร์ริเคน แต่ไม่อาจแจ้งเตือนได้ทัน แตกต่างจากพายุเฮอร์ริเคน ที่เราสามารถเตือนล่วงหน้าได้ 3 วัน

                        เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตจากพายุในหลายรัฐ เช่น เวอร์จิเนีย นอร์แคโรไลน่า และนิวเจอร์ซี รวมอย่างน้อย 17 คนแล้ว ส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะต้นไม้โค่นทับใส่บ้านและรถยนต์ และรัฐเวอร์จิเนียมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 6 คน

                        ขณะเดียวกันลมกระโชกแรงเพราะอิทธิพลพายุทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวนมาก เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ประชาชนกว่า 3 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้  และต้องทนกับสภาพอากาศร้อนระอุจากคลื่นร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วพื้นที่โดยที่เครื่องปรับอากาศใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ระบบการสื่อสารถูกตัดขาดด้วย ทำให้หลายเวบไซต์ล่ม เช่น เน็ตฟลิกซ์ อินสตาแกรม และพินเทอเรสต์ บริษัทไฟฟ้าเตือนว่าอาจต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานถึงหนึ่งสัปดาห์กว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงเตือนให้เฝ้าระวังเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย เพราะมีรายงานว่า เด็กชายสองพี่น้องวัย 3 ขวบและ5 ขวบเสียชีวิตขณะเล่นกลางแจ้งท่ามกลางอุณหภูมิ 40.6 องศาเซลเซียสในรัฐเทนเนสซี

                        ทางการในรัฐแมรีแลนด์, เวสต์เวอร์จิเนีย, เวอร์จิเนีย และไอโฮไอ รวมถึงกรุงวอชิงตันดีซี ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว และผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย บอกว่า ไฟดับในรัฐครั้งนี้ถือเป็น
ไฟดับที่ไม่ได้เกิดจากพายุเฮอร์ริเคนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ

                        ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหลายรัฐ แห่เข้าแถวรอซื้อน้ำมันตามปั๊มเพื่อนำไปใช้ปั่นไฟ นอกจากนี้บางคนเลือกหลบร้อนไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์ หรือเล่นน้ำพุตามสวนสาธารณะ และบางเมืองเปิดให้ประชาชนเข้าใช้สระว่ายน้ำได้ฟรี

                        ศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติเตือนด้วยว่า พายุฤดูร้อนจะยังคงพัดปกคลุมอีกระลอกช่วงกลางดึกเมื่อคืนวานจนถึงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาในสหรัฐ ทำให้อาจเกิดลมกระโชก แรงและลูกเห็บตกได้

 

นาซ่าเผยภาพถ่ายดาวเทียมความร้อนบนผิวโลก

                        ขณะที่ไฟป่าลุกท่วมพื้นที่ทางภาคกลางของสหรัฐ เผาผลาญบ้านเรือนหลายร้อยหลังคาเรือนและประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพแผนที่ที่ถ่ายจากดาวเทียมขององค์การบริหารอวกาศและการบินของสหรัฐ หรือ นาซ่า ที่ถ่ายได้ในช่วงไม่กี่วันก่อนได้แสดงให้เห็นสาเหตุของการเกิดไฟป่าครั้งนี้

                        ค่าอุณหภูมิบนพื้นผิวโลก หรือ LST ได้สูงขึ้นอย่างผิดปกติในรัฐโคโลราโด , เนบราสก้า , ยูท่าห์และไวโอมิ่ง เป็นระยะเวลาแค่ 8 วันในเดือนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ที่เคยเกิดไฟป่ารุนแรงยากที่จะรับมือได้ ซึ่งจากภาพแผนที่นาซ่าที่เป็นสีแดง ได้บรรยายว่า เป็นสภาพอากาศร้อนที่ผิดปกติ

                        LST แตกต่ทางอย่างชัดเจนจากอุณหภูมิของอากาศ ที่สำนักอุตินิยมวิทยาวัดได้ ซึ่ง LST ได้ชี้ให้เห็นถึงความร้อนบนผิวโลก ที่ทำให้พืชผักเหี่ยวแห้ง และความชุ่มชื่นสูญสลายไป ง่ายต่อการติดไฟและลุกลามอย่างรวดเร็ว

                        ยังคงเกิดความร้อนผิดปกติที่รู้สึกได้ต่อเนื่องอีก 4 วัน หลังเกิดความร้อนจัดในช่วงวันที่ 17-24 มิถุนายน ซึ่งรัฐโคโลราโด ต้องผชิญไฟป่าถึง 8 จุด เช่นเดียวกับไวโอมิ่งและยูท่าห์ ที่แผนที่ดาวเทียมของนาซ่า แสดงให้เห็นเป็นสีแดงซึ่งหมายถึงสภาพที่ร้อนจัด ยังไม่รวมไฟป่าที่กำลังเผาผลาญที่มอนตาน่า , นิวเม็กซิโก และอริโซน่า

                        เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอุณหภูมิได้พุ่งสูงเป็นตัวเลข 3 หลัก ใน 25 รัฐ ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกัน 47 ล้านคน ที่แอตแลนต้า เมืองเอกของรัฐจอร์เจีย ได้ทุบสถิติอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 106 องศา สูงกว่าอุณหภูมิสูงสุดที่เคยมีการบันทึกไว้เมื่อปี 1980 ถึง 1 องศา

                        ทางเหนือของกรุงวอชิงตัน ดีซี อุณหภูมิอยู่ที่ 104 องศาล กลายเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของเดือนมิถุนายน และชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องต่อสู้กับความร้อนในสภาพที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ โดยเฉพาะรัฐในแถบมิดเวสต์ และเอด-แอตแลนติก เนื่องจากเกิดพายุรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 13 คน