
'ปู'วอนศาลรธน.ตัดสินปมแก้รธน.50เป็นธรรม
'ยิ่งลักษณ์'วอนศาล รธน.วินิจฉัยปมแก้ รธน. 50 ด้วยความเป็นธรรม โอดปัญหาความขัดแย้งทำให้ ปท.ไม่เดินหน้า ด้านโฆษกศาลรธน. เผย 'อานันท์' ยังไม่ถูกถอนชื่อการเป็นพยาน 'สส.วิชาญ' จี้ 'ศาลรธน.' ถ่ายทอดการไต่สวนบุคคล กรณีแก้รธน. ขัดม.68
เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดไต่สวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ในวันที่ 5 - 6 ก.ค.นี้ ว่า แล้วแต่ดุลยพินิจของศาลรธน. แต่ว่าสิ่งที่เราเรียนแล้วว่าเจตนารมฌ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่มีการชี้แจงต่อรัฐสภาไปแล้ว และทั้งหมดนั้นได้ผ่านขั้นตอนไปสู่รัฐสภาก็ขอให้รอผลดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแผนสำรองไว้หรือไม่ถ้าหากมีปัญหาขึ้นในกรณีดังกล่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ยังค่ะ ต้องรอคำวินิจฉัยออกมาก่อน เราก็ไม่อยากที่จะก้าวล่วง” สำหรับกระแสที่มีความเป็นห่วงว่ารัฐบาลจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หวังว่าผู้ตัดสินจะให้ความเป็นธรรรม และพิจารณาจากข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าสถาณการณ์การเมืองจะกลับมาร้อนอีก เนื่องจากเริ่มมีการเคลื่อนไหวของมวลชนในท้องถนน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้อยากขอวิงวอนทุกภาคส่วนว่าข้อคิดเห็นทุกอย่างที่มีความแตกต่างก็สามารถทำได้ภายใต้ขอบเขตสิทธิเสรีภาพและข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตามอยากให้มีการแสดงความคิดเห็นที่สงบให้ประเทศเกิดความเชื่อมั่น
“ วันนี้ประเทศไทยเองไม่ใช่ว่าจะแก้ไขปัญหาในประเทศอย่างเดียว ต้องรองรับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกด้วย ถ้าเราร่วมกันในการแสดงออกที่จะสร้างความเชื่อมั่น ก็จะทำให้ประเทศเราเดินต่อไปได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่า ทางพรรคเพื่อไทยจะดูแลกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนยังไงไม่ให้เกิดความวุ่นวายอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอเรียนทุกภาคส่วนว่าการเราเคารพในการสิทธิการแสดงความคิดเห็นของทุกท่านซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่เราจะได้รับฟัง แต่ก็ขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายแล้วก็ขอให้การชุมนุมต่างๆเป็นไปอย่างสงบ
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะมีการร้องขอให้ทุกฝ่ายในสภาทั้งหมดหยุดการขึ้นเวทีปราศรัยปลุกระดม ในทุกเรื่องเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่เรียนถ้าเป็นภายใต้ของสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกระทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย ก็ต้องขอความร่วมมือกันมากกว่า เพราะว่าจริงๆแล้วเชื่อว่าประชาชนอยากเห็นการชี้แจงในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และสิ่งไหนที่จะเป็นทางออกให้กับประเทศจะเป็นประโยชน์มากกว่าการที่จะมาโต้ปัญหากันในเรื่องของความขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่หนักใจของนายกรัฐมนตรีในตอนนี้คืออะไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในเรื่องความเข้าใจมากกว่าเพราะว่าเราต้องช่วยกัน และต้องได้รับความร่วมมือจากทุกๆส่วนในการคุยกัน และก็ชี้แจงกันในเรื่องของประโยชน์ต่างๆและก็ปัญหาของประเทศ ถ้าเราคุยกันแต่ในเรื่องของความขัดแย้งสุดท้ายแล้วประเทศก็จะไม่มีทางออกต้องให้ทุกอย่างก้าวฝ่านไปให้ได้ วันนี้ต้องเรียกว่าทุกภาคส่วนต้องอดทนและช่วยกันประคับประคองบรรยากาศต่างๆ ให้เป็นบรรยากาศอย่างสงบให้ประเทศเดินหน้า เพราะที่ผ่านมาประชาชนเดือดร้อนมาเยอะ เราก็อยากที่จะทำอย่างไรให้ประเทศมีความสงบสุข และเริ่มพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำกลุมแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศรับคำร้องคดีสลายการชุมนุม 91 ศพ แล้วนั้น นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนจะเดินเลี่ยงผู้สื่อข่าวขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไป
โฆษกศาลรธน. เผย "อานันท์" ยังไม่ถูกถอนชื่อการเป็นพยาน
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ยื่นคำชี้แจงข้อเท็จจริง ในกรณีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ โดยฝ่ายผู้ถูกร้องขอเบิกพยานรวม 4 ปาก ประกอบด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่วนฝ่ายผู้ร้องขอเบิกพยานรวมทั้งหมด 16 ปาก ส่วนใหญ่เป็นอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกวุฒิสภา เช่น พลเอกสมเจตน์ บุญถนอม นายสมชาย แสวงการ นายคมสันต์ โพธิ์คง นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 นายอานันท์ ปัญยารชุน อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงข้อเท็จจริง
"วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้คู่ความยื่นเอกสารข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เบื้องต้นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือตอบกลับมาแล้ว ส่วนพยานคนอื่นๆคาดว่าจะทยอยยื่นเอกสารเพิ่มเติมในวันนี้ โดยยืนยันยังไม่มีการแจ้งถอนตัวของนายอานันท์อย่างที่เป็นข่าว ซึ่งการยื่นพยานหลักฐานหากไม่ทันในวันนี้ คาดว่าที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ตุลาการคงจะพิจารณาว่าจะขยายเวลาให้ยื่นเพิ่มเติมหรือพิจารณาพยานหลักฐานที่มีได้เลย" นายพิมล กล่าว
ส่วนการนัดไต่สวนในวันที่ 5 และ 6 กรกฎาคมนี้ นายพิมล กล่าวว่า ยังไม่ใช่การนัดแถลงฟังคำวินิจฉัย แต่เป็นการนัดไต่สวนคู่ความคือฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องเท่านั้น ซึ่งกระบวนการต้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อเท็จจริงก่อน จึงยังไม่มีคำวินิจฉัยในช่วงนี้ ทั้งนี้ยืนยันว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีธง หรือเขียนคำวินิจฉัยไว้ล่วงหน้าอย่างที่ถูกกล่าวหาแน่นอน
"สส.วิชาญ" จี้ "ศาลรธน." ถ่ายทอดการไต่สวนบุคคล กรณีแก้รธน. ขัดม.68
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องที่รัฐสภา ของให้ศาลรัฐธรรมนูญถ่ายทอดการไต่สวนบุคคล ในกรณีการพิจารณาคำร้องของบุคคล ที่ขอให้ศาลพิจารณาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ ในวันที่ 5 และ 6 ก.ค.นี้ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน นอกจากนั้นขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ดูในรายละเอียดของฝ่ายผู้ถูกร้องที่จะชี้แจง ซึ่งตนไม่อยากให้มีการตัดบุคคลที่จะมาเป็นพยาน
นายวิชาญ ยังกล่าวตอบโต้การปราศรัยของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง ล้มองค์การอิสระ ว่า การพูดดังกดล่าวเป็นการเสี้ยม ยั่วยุให้ประชาชนเห็นภาพว่าการแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้ จะมีการยุบองค์กรอิสระ และสร้างประชาธิปไตยใหม่



