
'ปืน'ป่วนเมือง'สวมสิทธิ์'ซื้อ-ขายเก็งกำไร
'ปืน'ป่วนเมือง'สวมสิทธิ์'ซื้อ-ขายเก็งกำไร : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ระยะนี้เกิดคดีอาชญากรรมซึ่งคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุถี่ยิบ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า เมืองไทยมีผู้ครอบครองอาวุธปืนมากเกินไปหรือไม่จนกระทั่งร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่งเรียกประชุมนายตำรวจระดับ ผกก. ทั่วประเทศ เพื่อกำชับให้ตำรวจทั้งประเทศเพิ่มความเข้มข้นในการกวดขับจับกุมอาวุธปืน เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น
ร.ต.อ.เฉลิม อ้างว่า ปืนที่มีมากอยู่ในขณะนี้ เพราะนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนที่อนุญาตให้มีผู้ครอบครองได้มากเกินความจำเป็น ทั้งที่ตามหลักการแล้วตำรวจและทหารมีอยู่มากแล้ว ประชาชนไม่จำเป็นต้องมีอาวุธปืนมากนัก
"มีการนำเข้าอาวุธปืนหลายรูปแบบ รวมทั้งแบบสวัสดิการ พอเอาเข้ามาเปลี่ยน ร้านปืนก็เพิ่มขึ้น ปืนเยอะก็แจ้งหายรวมทั้งขายแพงอีกทั้งเป็นปืนทันที่สมัยอีก เมื่อก่อนจะเป็นปืนไทยประดิษฐ์ ที่ทำในบ้านเราเท่านั้น แต่นี่เป็นปืนจากต่างประเทศ ร้านค้าปืนจะได้โควตา โดยปืนสั้นปีละ 30 กระบอกปืนยาว 50 กระบอกเปิดไป 93 แห่งก็เพิ่มจำนวนมาก" ร.ต.อ.เฉลิม ขยายความ
ข้อมูลของร.ต.อ.เฉลิม สอดคล้องกับผู้ประกอบการร้านขายปืนแห่งหนึ่งย่านวังบูรพา ซึ่งถูกจัดว่าเป็นผู้กว้างขวางรายหนึ่งในวงการค้าปืนเมืองไทยยอมรับว่า ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา มีผู้ยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อประกอบกิจการ ซื้อขายอาวุธปืน เครื่องกระสุน และอะไหล่ปืนทุกชนิดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ประมาณ 50 กว่าราย และเกือบทั้งหมดจะมีที่ตั้งอยู่ในย่านถนนจักรเพชร ถนนบ้านหม้อ ถนนทรัพย์สิน ถนนเจริญกรุง ถนนบูรพา และห้างสรรรพสินค้า ดิ โอลด์สยามพลาซ่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 2 เท่าตัว ก่อนหน้านี้ร้านขายปืนย่านนี้มีเพียง 30 กว่าร้านเท่านั้น
ผู้กว้างขวางในวงการค้าปืนผู้นี้บอกว่าร้านปืนที่เพิ่มจำนวนขึ้น เป็นผลพวงมาจากโครงการสินเชื่อสวัสดิการเพื่อการจัดหาอาวุธปืนสำหรับข้าราชการและพนักงานของรัฐ ซึ่งดำเนินการโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อีกทั้งยังมีการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานซื้อปืนได้ ไล่ตั้งแต่ข้าราชการสังกัดกรมการปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน สมาชิก อส. ผู้บริหาร-สมาชิกและพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีข้าราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรม ไล่ตั้งแต่ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม ผู้พิพากษา สำนักงานอัยการ และสำนักงานอัยการสูงสุด บุคลากรองค์กรอิสระ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมราชทัณฑ์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง และผู้พิพากษา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
หรือแม้แต่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเช่นการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค องค์การตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บริษัท การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก หรือแม้แต่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก็ยังสามารถมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง แถมยังปลดล็อกให้ผู้ซื้อสามารถโอนเปลี่ยนมือได้หลังครอบครองครบ 5 ปี โดยสามารถซื้อได้หลายรุ่นด้วย
"ราคาปืนในท้องตลาดราคาจะสูงตกประมาณ 8 หมื่นถึง 1 แสนบาทแต่ถ้าใช้สิทธิตามโครงการสวัสดิการจะลดเหลือ 4-5 หมื่น หรือราว 1-2 เท่าตัวขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ เท่าที่ทราบมีผู้สนใจสั่งซื้อปืนตามโครงการนี้รวมกันกว่า 2.8 แสนกระบอก โดยมีจำนวนไม่น้อยซื้อมาเพื่อขายต่อ เพราะสามารถโอนเปลี่ยนมือได้หลังจากครบ5 ปี ซึ่งกำไรเห็นๆ" ผู้กว้างขวางในวงการค้าปืนกล่าว
ผู้กว้างขวางรายนี้บอกด้วยว่า มีข้าราชการหลายรายที่อยู่ในข่ายได้สิทธิ์ซื้อปืนตามโครงการสวัสดิการดังกล่าว ถูกขโมยชื่อไปสวมสิทธิ์ซื้อปืนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ แถมบางคนเป็นตำรวจด้วย เท่าที่ทราบวิธีการดังกล่าวเป็นฝีมือของขบวนการสวมสิทธิ์ซื้อปืนแล้วนำไปขายต่อให้บุคคลทั่วไปที่อยากมีปืนไว้ในครอบครอง ส่วนร้านค้าปืนนั้นตามระเบียบแล้วจะมีโควต้านำเข้าปืนสั้นไม่เกินปีละ 30 กระบอก ปืนยาวอีก 50 กระบอก แต่เมื่อปืนเป็นที่ต้องการของตลาดมาก ร้านค้าหลายแห่งจึงใช้วิธีกว้านซื้อโควตาจากร้านอื่น อีกทั้งยังมีเครือญาตินักการเมืองเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับการค้าปืนด้วย จึงทำให้สามารถนำเข้าปืนได้มาก
ขณะที่ผู้กว้างขวางในวงการค้าปืนอีกรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า นอกจากปืนที่ซื้อขายอย่างถูกต้องแล้ว ยังมีปืนในตลาดมืดที่พ่อค้าอาวุธลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการขนส่งทางเรือ ขบวนการเหล่านี้มีคนมีสีเข้าไปร่วมด้วย ปืนในตลาดมืดราคาจะถูกมาก แม้จะใหม่แกะกล่อง ราคาแค่เพียง 2-3 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังมีปืนที่เล็ดลอดออกมาจากร้านค้าเพราะถูกพนักงานร้านขโมยออกมาขาย ราคาจะลดต่ำลงไปอีก ปืนประเภทนี้หาซื้อได้ตามสนามม้า สนามมวย บ่อนพนัน หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ต
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น...จึงไม่น่าแปลกที่อาวุธปืนจะเกลื่อนเมืองเฉกเช่นทุกวันนี้!
.......
(หมายเหตุ : 'ปืน'ป่วนเมือง'สวมสิทธิ์'ซื้อ-ขายเก็งกำไร : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



