
เบี้ยบนกระดาน
เบี้ยบนกระดาน : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ในสมัยโบราณ เมื่อมหาอำนาจตะวันตกต้องการรุกรานหรือบีบบังคับประเทศอื่นให้ทำตามความต้องการของตน ก็จะใช้กำลังเข้าข่มขู่เช่นส่งเรือไปปิดเมืองท่าหรือปิดอ่าว จนประเทศนั้นๆ ต้องยินยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ซึ่งเรียกกันว่า การทูตเรือปืน (Gunboat Diplomacy) เช่นที่ฝรั่งเศสทำกับไทยในเหตุการณ์ร.ศ.112 (พ.ศ. 2436) หรือสหรัฐกระทำกับญี่ปุ่นในเวลาใกล้เคียงกัน
แต่ในยุคปัจจุบัน นอกจากใช้กำลังในบางโอกาสแล้ว ชาติตะวันตกยังหันมาดำเนินการกดดันผ่านกลไกทางการค้า เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง ทั้งโดยองค์กรที่มีบทบาทในเรื่องนั้นโดยตรง เช่นองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆว่ากันว่าไม่เว้นแม้กระทั่งองค์กรอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก กับองค์กรหรือสถาบันอิสระที่ได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากนานาชาติ เช่น องค์กรที่จัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจ การเงินการคลัง ความสามารถในการชำระหนี้ ความน่าลงทุน เสถียรภาพทางการเมือง ความเสี่ยงต่างๆ รวมถึง ความน่าท่องเที่ยว ความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยว และบางทีก็เลยไปถึง การละเมิดสิทธิมนุษยชน การใช้แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์ ฯลฯ
ตัวเลขจากการจัดอันดับเหล่านี้ มีผลทั้งด้านบวกและด้านลบแก่ประเทศต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นประเทศเล็กประเทศน้อยที่ต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ การส่งสินค้าออก และการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก คงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากประเทศใดประเทศหนึ่งถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือในด้านต่างๆ ลง และเพิ่มความไม่ปลอดภัย หรือไม่น่าเดินทางไปท่องเที่ยวขึ้น รวมทั้งถูกบรรจุชื่อไว้ในประเทศที่ถูกจับตามอง เหมือนกับนักเรียนที่ถูกภาคทัณฑ์ ซึ่งหากประพฤติดีก็อาจได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ และก็คงไม่ต้องบอกอีกเช่นกันนะครับว่าการประพฤติดีนั้นก็คือการทำตามมาตรการที่ประเทศตะวันตกกำหนด ทั้งที่ในบางเรื่อง มาตรการหรือวัฒนธรรมในแต่ละประเทศย่อมมีความแตกต่างกันตามพื้นฐานทางศาสนาสังคมและประเพณี
เราคงปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่า ประเทศเล็กประเทศน้อยต่างๆ ในโลกใบนี้ ล้วนเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานหมากรุกของมหาอำนาจไม่กี่ประเทศ ซึ่งล้วนมีความช่ำชองในการเดินหมากอย่างโชกโชน และการขยับเบี้ยตัวใดตัวหนึ่ง ย่อมหมายถึงการมองเกมอย่างทะลุปรุโปร่งตลอดทั้งกระดาน ซึ่งหากถึงคราวที่จะต้องยอมเสียเบี้ยบางตัวเพื่อแลกกับการเขยิบเข้าไปใกล้หมากที่สำคัญกว่า มีหรือที่เซียนหมากรุกคนไหนจะรีรอ
ถ้าดูให้ดีจะเห็นว่าหมากรุกตอนนี้ ย้ายมาเดินเกมกันแถวๆ บ้านเราแล้วล่ะครับ ใครจะเชียร์หมากฝรั่ง หรือใครจะชอบหมากจีนก็ว่ากันไป แต่เชื่อได้อย่างหนึ่งว่า ต่อไปนี้ประเทศไทยจะต้องเจอกับแรงกดแรงดันในหลากหลายรูปแบบ ถึงจะไม่มีเรือปืนมาจ่อคอหอยอย่างแต่ก่อน แต่การปรับลดระดับความน่าเชื่อถือต่างๆ ก็เป็นมาตรการที่ได้ผลอย่างชะงัด และควรต้องถามตัวเองแต่เนิ่นๆ ว่า เราจะต้องทำตัวอย่างไรจึงจะผ่านพ้นสถานการณ์เหล่านี้ไปได้โดยไม่ใช่เบี้ยตัวที่ถูกกิน!
แต่ถ้ายังนึกอะไรกันไม่ออก ก็ขอให้ไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับวิกฤติกรุงสยามในรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง และเบื้องหลังการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตของไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ในสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ปราโมช ดูเถอะครับเผื่อจะได้อ่านเกมออกบ้าง
ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอรายงานความคืบหน้าล่าสุดของหนังสือรวมเรื่องสั้นที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัลเซเว่นบุ๊คส์ อวอร์ด ประจำปี 2555 ให้ลุ้นกันเล่นครับ ซึ่งได้แก่ 1.กฎข้อสองของนฤพนธ์ สุดสวาท (สนพ.พุงกาง) 2.ชีวิตปกติ ของจารี จันทราภา(สนพ.สามัญชน) 3.นักเป่าแก้วของเดช อัคร (สนพ.สาส์นมิตร) 4.บันไดกระจก ของวัฒน์ ยวงแก้ว (สนพ.มติชน) 5.ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำตลอดชีวิต ของจักรพันธ์ กังวาฬ(ลายแฝดสำนักพิมพ์) และ 6.เวลาของชาติ ของกิตติวัฒน์ ตันทะนันท์ (แพรวสำนักพิมพ์) หลายคนเป็นนักเขียนหน้าใหม่แต่ก็เป็นมือรางวัลจากเวทีการประกวดวรรณกรรมต่างๆ มาแล้ว ส่วนเล่มไหนจะชนะเลิศได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 1 แสนบาท จะทราบกันในวันที่ 17 กรกฎาคม พร้อมกับผลการประกวดรางวัลเซเว่นบุ๊คส์ อวอร์ด ประเภทต่างๆ อีก 6 ประเภท ครับ



