
กรรมของผู้นำเผด็จการ
กรรมของผู้นำเผด็จการ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบเมืองมั่น Facebook: ruarob.muangman
ใกล้ลับล่วงไปอย่างรวดเร็วเกินคาดของอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่เหลือเกินในอียิปต์และเคยได้รับความชื่นชมจากชาติตะวันตกเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะหนึ่งในเสาหลักของมุสลิมสายกลางที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับอิสราเอล และพยายามทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางไม่ยุ่งไปกว่าที่เป็นนั้น เป็นสิ่งที่ชี้ถึงสัจธรรมของความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจที่สิ้นสูญ การถูกหักหลังจากทุกฝ่าย การตรอมใจจากผลกระทบทั้งหลาย และลงเอยด้วยความตายที่ทิ้งแต่ชื่อเสียไว้ตลอดกาล
การตกจากอำนาจอย่างรวดเร็วของมูบารักในปี 2554 หลังเกิดอาหรับสปริงไม่เท่าไหร่ มีสาเหตุหลายประการ แต่ประการที่สำคัญที่สุดคือมูบารักเองประเมินแล้วว่ารัฐบาลวอชิงตัน มิตรที่สำคัญที่สุดและเป็นทุกอย่างที่ผู้ที่จะครองอำนาจแบบประชาธิปไตยปลอมๆ อย่างเขาจำต้องพึ่งพานั้นไม่เอาด้วยแล้ว การไม่เอาด้วยของสหรัฐ มาจากการประเมินสถานการณ์ว่ามูบารักไม่มีอำนาจควบคุมประเทศจริง หากอยู่ต่อไปท่ามกลางความคั่งแค้นของมวลชนก็จะทำให้อียิปต์ล้มเหลว เสียเชิงทางยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ จึงใช้ข้ออ้างด้านมนุษยธรรมบีบให้มูบารักลาออก โดยสนับสนุนให้กลุ่ม "อำมาตย์ ของอียิปต์ เล่นกลรักษาอำนาจต่อไปซึ่งก็ได้ผลในระยะสั้น เพราะอียิปต์สงบไปได้พักนึง (แต่ในระยะต่อไปก็ไม่แน่เหมือนกันเนื่องจากประชาชนชักรู้ตัว มีการประท้วงกันบ้างแล้ว) ฝ่ายที่เสียใจมีเพียงมูบารัก ที่สุขภาพจิตทรุดโทรมส่งผลต่อเนื่องถึงสุขภาพกาย โคม่าใกล้จากไปภายในเวลาแค่ปีเดียว
กรณีของมูบารักน่าจะคล้ายคลึงกับเฟอร์ดินานด์มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ที่ต้องเผ่นออกนอกประเทศแบบกินข้าวยังไม่หมดจาน ด้วยสภาพที่เคยยิ่งใหญ่ต้องสูญเสียทุกอย่างทั้งที่หามาโดยสุจริตและไม่สุจริตหมดสิ้น ที่ยังพอมีอยู่บ้างในรัฐต่างแดนก็ไปเอามาไม่ได้ อาการตรอมใจก็เกิดขึ้นจนตายภายในสามปีเท่านั้น งานนั้นมาร์กอสก็ถูกหักหลังจากพรรคพวกที่คุมกำลังที่เปลี่ยนใจไม่เอาด้วยกับเขาในนาทีคับขัน การถูกหักหลังนั้นเจ็บแสบมากสำหรับผู้นำเผด็จการเพราะไม่มีใครกู้ชื่อให้ พวกทรยศจะซัดทอดเรื่องไม่งามต่างๆ ให้ผู้เผด็จการรับไปแต่เพียงผู้เดียว โดยที่พวกเหล่านั้นลอยนวลต่อไป ซึ่งประชาชนผู้ชนะมักจะไม่เอาเรื่องเพราะมุ่งแต่จะนำประเทศกลับมาสู่ความสงบให้เร็วที่สุด ไม่ประสงค์จะให้เรื่องบานปลายต่อไป
ดังนั้นผู้นำเผด็จการต้องเดินยุทธศาสตร์อย่างเหมาะสมในแต่ละห้วงเวลาเล่นกร้าวตลอดแบบผู้นำซูดานหรือซีเรีย ก็จะหาทางลงไม่ได้และอาจมีจุดจบแบบกัดดาฟีหรือซัดดัม ต้องผ่อนปรนให้ประชาชนบ้าง ขณะที่ต้องมองซ้ายขวาท่าทีว่าพี่ใหญ่เขาจะหนักใจพฤติกรรมด้านสิทธิมนุษยชนขนาดไหน ต้องสร้างพันธมิตรที่พร้อมให้ที่ลี้ภัยแบบที่อีดี้ อามิน เคยได้ และท้ายสุดคือเมื่อโลกถล่มลงมาหนีไม่ทันหรือโดนจับตัวได้ก็ต้องทำใจ รัดโก้ มลาดิช แห่งบอสเนียเซิร์บและเหล่าผู้นำเขมรแดงก็คงกำลังซาบซึ้งสัจธรรมนี้



