ข่าว

'มาร์ค'ฟ้องญี่ปุ่น'รบ.ไม่ก้าวข้ามแม้ว'

'มาร์ค'ฟ้องญี่ปุ่น'รบ.ไม่ก้าวข้ามแม้ว'

01 ก.ค. 2555

"มาร์ค" บินญี่ปุ่น เป็นองค์ปาฐก "อนาคตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค" ชี้ต้องปฏิรูปหลายด้าน รับการเมืองไทยฉุดภาพลักษณ์ประเทศ เศรษฐกิจไทย ระบุรัฐบาลยังไม่ก้าวข้ามผลประโยชน์ "ทักษิณ" แนะเตรียมความพร้อมบ้านเมืองก่อนเสียโอกาสครั้งสำคัญ

             1ก.ค.2555 เฟซบุ๊คสายตรงจากสนามข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นว่า ได้รับเชิญไปบรรยายเกี่ยวกับ "อนาคตของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค" โดยประเด็นที่จะชี้ให้เห็นคือ สิ่งที่ภูมิภาคนี้จะต้องปฏิรูปในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้ารเมือง รวมถึงมิติด้านความมั่นคงวึ่งเป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อการพัฒนาของทุกประเทศในภูมิภาคนี้ โดยเห็นว่าควรจะเน้นให้ยึดอาเซียนเป็นแกนกลาง เช่น เวทีประชุมผู้นำเอเชียตะวันออก ซึ่งปัจจุบันทั้งสหรัฐและรัสเซียเข้ามาร่วมแล้ว ซึ่งจะเป็นเวทีที่ทำให้การแก้ปัญหาในภูมิภาคและการเมืองในภูมิภาคเดินหน้าได้อย่างราบรื่น

              นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า มหาอำนาจหลายประเทศให้ความสนใจต่อภูมิภาคนี้มากขึ้นเป็นความท้าทายของทุกประเทศเพราะทั่วโลกมองว่าภูมิภาคนี้จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ต้องย่ำคือ เมื่อเศรษฐกิจพัฒนาตัวระบบโครงสร้างทางการเมือง สถาบันทางการเมือง และระบบการบริหารจัดการต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปด้วย

              ส่วนของประเทศไทยนั้นต้องยอมรับว่าโครงสร้างทางการเมืองและปัญหาทางการเมืองในรอบประมาณ 7 ปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบค่อนข่างรุนแรงในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ เป็นการย้ำว่าถ้ากระบวนการทางการเมืองไม่แก้ปัญหาตัวเองก็เป็นการฉุดการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งตนย้ำเสมอว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตมากกว่าที่จะสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มขึ้น

              "บรรยากาศการเมืองในขณะนี้ไม่ดี เพราะรัฐบาลยังสลัดไม่พ้นจากปัญหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก้าวไม่พ้นตรงนี้ยังดึงเรื่องผลประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณเข้ามา ก็ทำให้สังคมมีความขัดแย้ง ถ้ารัฐบาลปล่อยเรื่องนี้แล้วเดินหน้าแก้ปัญหาเตรียมการสำหรับวิกฤตที่จะเกิดในยุโรปหรือการรองรับการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียนก็จะทำให้โอกาสของเศรษฐกิจไทยดีขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


              ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังกล่าวถึงกรณีทีประเทศไทยถูกลดอันดับประเทศน่าลงทุนลงจากหลายนโยบายขอวรัฐบาลที่ไปเพิ่มต้นทุนการผลิตว่า รัฐบาลต้องมีมาตรการมารองรับ เช่น นโยบายค่าแรงเมื่อประกาศแล้วต้องทำแต่ต้องมีมาตรการดูแลผู้ประกอบการนการปรับตัว และต้องทบทวนนโยบายพลังงานเพราะที่ผ่านมาการซ้ำเติมต้นทุนด้านพลังงานก็มีผลเช่นกัน เพราะในขณะนี้มีการแข่งขันที่จะดึงการลงทุนเข้าประเทศต่าง ๆ สูงมาก แต่รัฐบาลมักจะพูดในเชิงตั้งรับอย่่างเดียว เช่น ตอนน้ำท่วมก็กังวลแค่เรื่องว่าจะมีการย้ายฐานการผลิตหรือไม่ แต่ความจริงคำถามที่ต้องตอบคือเราจะดึงการลงทุนใหม่เข้ามาได้มากน้อยแค่ไหน เพราะอุตสาหกรรมหลักอย่างเช่น ยานยนต์ ขณะนี้คู่แข่งของไทยทั้งอินเดียและอินโดนีเซียก็เร่งตัวมาก จึงไม่อยากให้ประเทศไทยเสียโอกาส อยากใหเรัฐบาลกลีบมาตึังหลักในเรื่องเหล่านี้

              นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลงมีแผนที่จะออก พรบ.เงินกู้ถึง 2 ล้านล้านบาท ว่า เท่าที่อ่านข่าวน่าจะเป็นเรื่องการส่งออกที่มีปัญหาเรื่องของสภาพคล่อง โดยอยากให้รัฐบาลแจงตัวเลขให้ชัดว่าผลกระทบเป็นอย่างไร เพราะสภาพเบื้องต้นน่าจะเป็นปัญหากำลังซื้อในตลาดยุโรปที่กระทบกระเทือนถึงที่อื่น แต่ถ้ามีเรื่องสภาพคล่องเข้ามาก็ต้องไปดูว่ารูปแบบที่เหมาะสมในการดูอลจะเป็นอย่างไร

              ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดของนายกิตติรัตน์ที่มุ่งแต่เรื่องของการใช้เงินเพื่อลงทุน เพราะการกู้เงิน 3.5 แสนล้านที่ผ่านมาก็ยังนอุม้ตได้น้อยมาก ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการเอางานเป็นตัวตั้ง และบอกกับประชาชนว่าจะลงทุนอะไรให้ผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างไร จึงค่อยมากำหนดรูปแบบการบริหารจัดดารที่เหมาะสมว่าควรเป็นอย่างไร เพราะตนมั่นใจว่ามีเงินงบประมาณหลายโครงการที่ปรับลดได้เพื่อมารองรับในส่วนนี้ อีกทั้งหลายโครงการก็อยู้ในฐานะที่จะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนได้

              "รมว.คลังไม่ควรคิดว่าจะต้องกู้ให้เต็มเพดานหนี้สาธารณะ 60% เพราะไม่มีเหตุผลที่จะทำแบบนั้น และจะไม่เป็นการรอบคอบด้วยเพราะมีความเสี่ยงโดยเห็นได้จากเศรษฐกิจโลก จึงอยากให้รัฐบาลเอางานเป็นตัวตั้ง ถ้ารัฐบาลตั้งเป้าว่าเอาเงินเป็นตัวตั้ง อยากใช้เงินเป็นการบริหารที่ผิด ล่าสุดฝรั่งเศสมีตัวเลขหนี้สาธารณะสูงถึง 89% รัฐบาลไทยก็ควรเรียนรู้เรื่องเหล่านี้และยืนยีนว่าอยากให้ทบทวนนโยบายประชานิยม อยากให้การใช้เงินมีประสิทธิภาพคุ้มค่าจริง ๆ เพราะความเสี่ยงในวันข้างหน้ายังมีอยู่แน่นอน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว