
'ปู'งดภารกิจเก็บตัวเงียบบ้านพัก
"ยิ่งลักษณ์" งดภารกิจเก็บตัวเงียบภายในบ้านพัก "มาร์ค" เตรียมส่งบันทึกถึงศาลรธน.2ก.ค. เพื่อไทยหวังศาลรธน.มีความเป็นธรรม
1ก.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้านพักกับครอบครัว ในซอยโยธินพัฒนา 3 เนื่องจากไม่มีภารกิจไปปฏิบัติงาน ซึ่งบรรยากาศบริเวณหน้าบ้านพัก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ ไปเฝ้ารอทำข่าวความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรี อย่างใกล้ชิด โดยประเด็นสำคัญคือ กระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะบริหารประเทศได้ไม่ถึงสิ้นปีนี้ แต่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ และบริเวณบ้านพักมีตำรวจคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
"มาร์ค"เตรียมส่งบันทึกถึงศาลรธน.2ก.ค.
นายอภิทธิ์ วชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบันทึกคำให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีการไต่สวนคำร้องว่าการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 อาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครองที่จะมีขึ้นในวันที่5-6 ก.ค.นี้ว่า ตนถูกอ้างเป็นพยาน และจะทำบันทึกและไปให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่5กค. แต่ยังไม่ทราบว่าเมื่อศาลใช้เวลาไต่สวนสองวันจะมีคำวินิจฉัยเลยหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีการเชิญนายอนันต์ ปัณยารชุน มา เป็นพยายานของผู้ยื่นคำร้อง เท่าที่ทราบนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หนึ่งในผู้ยื่นคำร้องได้ออกมาปฏิเสธแล้ว ส่วนตนเตรียมประเด็นและทำบันทึกส่งให้ศาลวันที่ 2 ก.ค. โดยจะชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีขบวนการเคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นขบวนการใหญ่ โยงถึงการเคลื่อนไหวของมวลชน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย และการนำเสนอเนื้อหาสาระของร่างฉบับนี้ก็เพื่อให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งมีหลักการหลายอย่างที่รัฐบาลปฏิเสธคำแปรญัตติของตนเช่นการคงไว้ ซึ่งความอิสระขององค์กรตุลาการ อำนาจการตรวจสอบ และจากการตรวจสอบเหตุผลในร่างของพรรคเพื่อไทยี่่เสนอมา รวมถึงการปราศรัยบนเวทีหลายครั้งพบว่ามีผลกระทบต่อรูปแบบของการปกครอง เพราะมีขบวนการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และระบบปลายทางไม่เหมือนระบบปัจจุบันแน่นอน โดยมีการระบุไว้หลายอย่าง เช่นความเป็นอิสระของตุลการจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
“ผมชี้ให้เห็นว่าการออกแบบสสร.ครั้งนี้ทำให้คนมีอำนาจสามารถกุมเสียงข้างมากไว้ได้ และร่างรัฐธรรมนูญก็จะอยู่ในมือหรืออำนาจของรัฐบาลตลอดเวลา เช่นเมื่อร่างเสร็จแล้วกระทบกระเทือนต่อรูปแบบการปกครองของรับหรือไม่ให้อำนาจประธานสภาเป็นผู้ชี้ขาดเบื้องต้นเมื่อประธานชี้ว่ามีปัญหาก็ยังให้อำนาจเสียงข้างมากของรัฐสภาชี้ขาดอีก เท่ากับว่าเขาสามารถควบคุมทิศทางการกำหนดรูปแบบการปกครองตามรัฐธรรมนูญฉบับที่จะจัดทำขึ้นใหม่ได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือการผูกขาดอำนาจที่เ็นเป้าหมายชัดเจน แต่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองมากน้อยแค่ไหนเท่ากับอยู่ในมือของเสียงข้างมาก ส่วนระหว่างการไต่สวนจะมีการเคลื่อนไหวของของมวลชนก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องดูแลให้ศาลรััฐธรรมนูญทำงานได่้อย่างตรงไปตรงมา ผมหวังว่าศาลจะพิจารณาโดยไม่หวั่นไหวต่อการเคลื่อนไหวเหล่านี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรีที่คนขับรถของนายวสันต์ สร้อยพิสุทธ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาระบุว่าถูกข่มขู่ถึงสองครั้งว่า เรื่องเหล่านี้เป็นมาโดยตลอดว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลยเพิกเฉย ปล่อยให้มวลชนของตนเอง ข่มขู่ คุกคาม ก่อกวนบุคคลต่างๆ ซึ่งรัฐบาลไม่ควรมีจุดยืนแบบนี้แต่ต้องปรามผู้สนับสนุนตัวเอง หากยังมีการกระทำลักษณะนี้ต้องเคร่งครัดกับการบังคับใช้กฏหมาย
เพื่อไทยหวังศาลรธน.มีความเป็นธรรม
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคมีความมั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีความเป็นธรรมในการพิจารณากรณี ที่มีการฟ้องร้องกล่าวหารัฐบาล และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ โดยจะส่งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรค พร้อมชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 5-6 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าพรรคได้กระทำตามขั้นตอนถูกต้อง และไม่มีแนวคิดล้มล้างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 อย่างแน่นอน และขอเรียกร้องให้ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี พิจารณาให้รอบคอบ และถอนตัวจากการเป็นพยานผู้ถูกร้องด้วย
โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ตั้งเวทีปราศรัยที่ จ.ปทุมธานี และเกิดความไม่สงบ โดยเกิดจากคนเสื้อแดงนั้นว่า ควรมีการพิจารณาข้อมูลให้รอบคอบก่อนกล่าวหา ส่วนเรื่องการให้นายภูมิธรรม เวชชยชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค แทนนายปลอดประสพ สุรัสวดี นั้นเป็นการพิจารณาจากความเหมาะสมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ไม่ได้มีความขัดแย้งในพรรค
"จาตุรนต์"ระบุจะเป็นบรรทัดฐานประชาธิปไตยไทย
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย เปิดงานเสวนาวิชาการ หากจะวินิจฉัยกรณีมาตรา 68 ด้วยหลักนิติธรรม ที่โรงแรมสยามซิตี้ โดยกล่าวว่า การร่วมเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งวันที่ 5-6 กรกฎาคมนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางกลุ่ม ที่กำลังดำเนินการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา 68 ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ทั้งนี้ไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาอย่างไร จะเป็นบรรทัดฐานต่อตุลาการ และฝ่ายนิติบัญญัติ และอาจมีผลถึงขั้นแย่งชิงอำนาจ หรือมีผลทำให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่เป็นสากล อีกทั้ง ยังจะมีผลทำให้สถานการณ์ในประเทศคลี่คลาย หรือเข้มข้นขึ้น ไม่เฉพาะด้านการเมืองเท่านั้น แต่หมายถึงภาพรวมของประเทศ อย่างไรก็ตาม หวังว่า เวทีนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นด้านประชาธิปไตย



