ข่าว

เกาหลีเหนือประสบภัยแล้งอย่างหนัก

เกาหลีเหนือประสบภัยแล้งอย่างหนัก

30 มิ.ย. 2555

ภัยแล้งในเกาหลีเหนือยังคงทวีความรุนแรงขึ้นทำให้ปชช.เจอกับภาวะอดอยากอย่างหนัก ขณะที่พื้นที่ทางตอนเหนือของสหราชอาณาจักรเจอพายุฝนฟ้าคะนอง

                       30 มิ.ย.55 เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาในกรุงเปียงยางและโซล ระบุว่า กลางปีนี้ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายม ปริมาณฝนที่ตกลงมาทางตะวันตกของประเทศถือว่าน้อยผิดปกติ ทั้งในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ทำให้เกิดภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 105 ปี

                       หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ จังหวัดฮวางแฮเหนือ ในเกาหลีเหนือ ทำให้พื้นที่กว่าร้อยละ 30 ไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ เพราะมีน้ำไม่พอ โดยรวมแล้วมีพื้นที่กว่า 1.7 ล้านไร่ในเขตนี้และเขตอื่นๆ ซึ่งปลูกข้าวโพดและพืชผลการเกษตรหลายชนิดได้รับความเสียหายอย่างหนัก

                       นายกรัฐมนตรีโช ยอง ริม ของเกาหลีเหนือ เตรียมเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแห้งแล้ง และเตรียมสั่งมาตรการแก้ปัญหาอย่างเร่งด้วน และยังระดมทหารขนส่งน้ำไปยังไร่นาและช่วยซ่อมแซมระบบชลประทานด้วย

                       สื่อของเกาหลีเหนือรายงานว่าา ผลผลิตการเกษตรจะตกต่ำลงอย่างมากในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณอาหารเลี้ยงประชาชนทั้งประเทศกว่า 24 ล้านคน และในปัจจุบันองค์การสหประชาชาติได้แสดงความเป็นห่วงเกาหลีเหนือโดยบอกว่า กว่า 2 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศอาจไม่ได้รับอาหารเพียงพอ จึงเรียกร้องให้นานาชาติส่งเงินเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอีกราว 2 ร้อยล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 6 พันล้านบาท นอกจากเกาหลีเหนือแล้ว ยังมีรายงานด้วยว่า กรุงโซล นครหลวงของเกาหลีใต้ มีปริมาณฝนตกน้อยที่สุดในรอบศตวรรษด้วย

 

พายุฝนพัดถล่มสหราชอาณาจักร

                       พื้นที่ทางตอนเหนือของสหราชอาณาจักรกำลังเจอกับพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ทั้งอังกฤษ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ทำให้ถนนหลายสายถูกตัดขาดและเกิดความเสียหาย
เป็นวงกว้าง

                       พายุฝนฟ้าคะนองและพายุลูกเห็บ กำลังพัดถล่มพื้นที่ทางตอนเหนือของสหราชอาณาจักร ทำให้การคมนาคมทั้งในอังกฤษ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือต้องหยุดชะงักเป็นวงกว้าง

                       การเดินทางด้วยรถไฟระหว่างสก็อตแลนด์และอังกฤษต้องถูกยกเลิกหลังจากรางถูกน้ำท่วม หรือไม่ก็ถูกต้นไม้ล้มทับ ถนนหลายสายยังถูกปิด และชาวบ้านอีกหลายร้อยหลังคาเรือนต้อง
อพยพย้ายที่อยู่ ส่วนทางการต้องสั่งตัดไฟฟ้าเป็นวงกว้างกว่า 15,000 ครัวเรือนเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจร

                       บางพื้นที่วัดระดับน้ำฝนได้สูงถึง 22 มิลลิเมตร ภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ถือว่าสูงกว่าระดับน้ำฝนที่ตกตลอดทั้งเดือนมิถุนายนถึง 3 เท่า และถือเป็นเดือนมิถุนายนที่มีปริมาณ
น้ำฝนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้าเดือนมิถุนายนเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่หลายพื้นที่ต้องประสบปัญหาน้ำท่วม

                       อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักรรายงานว่า สภาพอากาศที่เลยร้ายที่สุดกำลังจะผ่านไปแล้ว