
เฉลิมย้ำรบ.เอาจริงปราบยาขู่ฟันจนท.เอี่ยว
"เฉลิม" ย้ำรัฐบาลเอาจริงเดินทางหน้าปราบยา-สกัดทางขนส่ง ขอความร่วมมือโรงเรียนและชุมชนเพื่อทำให้เป็นพื้นที่สีขาว ขู่ฟันเจ้าหน้าที่เอี่ยว
วันที่ 30 มิ.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจด้านความมั่นคง จัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" แทน ระบุว่า มาตรการในการปราบปราม ยาเสพติด เน้นหนัก 6 มาตรการ คือ ปิดตะเข็บชายแดน สกัดกั้นสารตั้งต้น ป้องปราบ ป้องกัน รณรงค์ และใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมจะขอความร่วมมือจากจีน เพื่อให้ยาเสพติดตามแนวชายแดนเบาบางลง และตั้งด่านสกัดกั้น กลุ่มเสี่ยงและจุดเสี่ยง พร้อมนำรถยนต์ล่าตระเวนตามเส้นทางการหลบหลีกตรวจค้น อีกทั้ง ในปีหน้าจะเดินหน้าขอความร่วมมือกับประเทศที่เป็นต้นทางผลิตยาเสพติด พร้อมออกมาตรการหากใครสมัครใจมาบำบัดจะไม่ดำเนินคดี ส่วน เรือนจำจะมีทำการคัดแยกผู้ต้องขังออกเป็นกลุ่ม และวางมาตรการการเยี่ยม และตรวจค้นโทรศัพท์มือถืออย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะดำเนินการสั่งย้ายทันที
นอกจากนี้ ในการปราบปรามยาเสพติด ทางรัฐบาล จะเดินหน้าขอความร่วมมือกับชุมชนและโรงเรียน เพื่อทำให้เป็นพื้นที่สีขาว โดยจะบูรณาการร่วมกับ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้รู้จักปฏิเสธยาเสพติดอย่างแท้จริง
"กิตติรัตน์" มั่นใจวิฤติศก.ยุโรปไม่กระทบไทย
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลังและรองนายกฯ กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ถึงปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปว่า เชื่อว่าจะไม่กระทบกับประเทศไทยเนื่องจากได้มีการเตรียมตัวมาตลอดซึ่งขณะนี้การส่งออกไปยุโรปน้อยลง ยอดเหลือร้อยละ 9 ตลอดจนสภาพคล่องทางการเงินที่ค่าบาทมีความแข็งตัว ตลอดจนภาคการเกษตรกรม อุตสาหกรรม มีการกระจายตัวที่ดีและขยายการค้ากับประเทศอื่น
การป้องกันวิกฤติยุโรป เครื่องมือต่าง ๆ เราพร้อมมากทั้งความเข้มแข็งมหภาคของประเทศ สกุลเงินบาทและต่างประเทศ การค้าขายมีการสมดุลหรืออาจจะเรียกว่าเกินดุลในระดับหนึ่ง และในขณะนี้ราคาพลังงานโลกอ่อนตัวลงและมีเสถียรภาพที่ดี หนี้สาธารณะก็ต่ำมาก ซึ่งหนี้สาธารณะส่วนหนึ่งไม่เป็นภาระของแผ่นดิน หลายเดือนที่ผ่านมาก็ทำงานและติดตามมาตลอดและพร้อมพร้อมเผชิญปัญหาต่าง ๆ ได้ มั่นใจว่าการส่งออกปีนี้ยังขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 15% ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ถึง 7% เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศ และภาคการผลิตยังคงขยายตัวได้ดี
ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ปะธานผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า การดูแลผู้ประกอบการหลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายกำหนดค่าแรงเพิ่มขึ้นนั้นผู้ประกอบการต้องปรับตัวเช่นเทคโนโลยีและคุณภาพสินค้า รูปแฟชั่นหากปรับไม่ได้ แต่หากไม่มีเงินทุนมากในการลงทุน เพราะค่าแรงสูงมากขึ้นก็อาจย้านฐานการลงทุนไปเพื่อนบ้านใช้เพื่อนบ้านเป็นแรงงาน



