ข่าว

'บาโล'ลั่นกะซวก'กระทิง' คว้าแชมป์ยูโร

'บาโล'ลั่นกะซวก'กระทิง' คว้าแชมป์ยูโร

30 มิ.ย. 2555

"ซูเปอร์มาริโอ" สุดคึก ประกาศขอกะซวกตาข่าย สเปน นำ อิตาลี เถลิงบัลลังก์แชมป์ยูโร 2012 พร้อมซิวตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ ขณะที่กุนซือ สเปน ฟันธงฉะอิตาลี วันที่ 1 ก.ค.นี้ ทั้ง 2 ทีมมีโอกาส 50-50

          หลังจากที่ มาริโอ มาโลเตลลี หัวหอกจอมเกรียนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นฮีโร่คนใหม่ของวงการลูกหนังแดนมะกะโรนี เมื่องัดฟอร์มสุดยอดรับเหมาทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ "อัซซูรี" อิตาลี เฉือนชนะทีมเต็งอย่าง "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี 2-1 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศศีกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2012 โดยจะไปพบกับ "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่า ในคืนวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม ที่สนามโอลิมปิก กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน นั้น

 

          หลังเกมดังกล่าว บาโลเตลลี กล่าวว่า การเล่นในรอบรองชนะเลิศกับเยอรมนี ถือเป็นคืนที่วิเศษสุดในชีวิต และหวังว่าจะทำผลงานได้ดีกว่านี้ในเกมรอบชิงชนะเลิศ

          "ผมหวังว่าเราจะเป็นผู้ชนะโดยไม่สนใจว่าเราจะเล่นได้ดีหรือไม่ ตอนนี้เราไม่มีอะไรต้องเครียดหรือกดดัน และผมยืนยันได้เลยว่า เราไม่กลัวสเปนแน่ๆ เพราะต้องไม่ลืมว่า เราเป็นทีมเดียวที่ทำประตูทีมกระทิงดุได้ในรายการนี้ และถึงตอนนี้เราก็ได้พัฒนาฟอร์มการเล่นจนอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา ดังนั้นผมจึงกล้าพูดว่า เราต้องการชัยชนะในเกมสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์นี้ที่กำลังจะมาถึง"

          ก่อนที่ศึกยูโร 2012 จะเริ่มขึ้น บาโตลเลลี ถูกสื่อมวลชนจับตามากถึงความประพฤติที่ค่อนข้างห่าม รวมไปถึงการที่ออกมาประกาศว่าจะตอบโต้พวกเหยียดสีผิวในสนามฟุตบอลด้วยการเดินออกจากสนามทันที แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังไม่เกิดขึ้น

          ขณะเดียวกันก็ยังมีข่าวว่า กองหน้าจากทีมเรือใบสีฟ้ารายนี้มีปากเสียงกับ เซซาเร ปรันเดลลี ผู้จัดการทีมอัซซูรี หลังจบเกมรอบแรกนัดสุดท้ายที่เอาชนะไอร์แลนด์ 2-0 แต่สุดท้ายทุกอย่างก็พลิกกลับไปในทางที่ดี เมื่อเขามีส่วนสำคัญในการนำอิตาลีผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีได้สำเร็จ ขณะที่ 2 ประตูที่ทำได้จากเกมดังกล่าว ยังทำให้บาโลเตลลี ที่ยิงไปแล้วรวม 3 ลูก ขึ้นไปรั้งตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ร่วมกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ของโปรตุเกส, มาริโอ มานด์ซูคิช ของโครเอเชีย และ มาริโอ โกเมซ ของเยอรมนี ที่ทีมชาติของตัวเองต่างตกรอบไปหมดแล้ว 

          "ผมหวังว่าจะทำประตูได้เพิ่มอีก และต้องการเป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์นี้" บาโลเตลลี กล่าว พร้อมระบุว่า 2 ประตูที่ทำได้ในเกมเอาชนะทีมอินทรีเหล็ก ขอมอบให้แม่ที่เดินทางจากอิตาลีมาชมเกมนี้ถึงขอบสนาม

          "หลังจบเกม ผมเข้าไปหาแม่ที่เดินทางมาเชียร์ ผมรอวันนี้มานาน เพราะแม่ก็อายุมาก เดินทางไกลๆ ไม่สะดวก ดังนั้นผมจึงต้องการให้แม่มีความสุข จึงขอมอบทั้ง 2 ประตูที่ทำได้ให้แม่ นอกจากนี้ในรอบชิงชนะเลิศที่เคียฟ พ่อของผมก็จะเดินทางมาเชียร์ด้วย" หัวหอกวัย 21 ปี กล่าวทิ้งท้าย

 

กุนซือกระทิงฟันธงโอกาสแชมป์50-50
 

 

          ความเคลื่อนไหวของเกมรอบชิงชนะเลิศศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2012 ซึ่ง "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่า จะพบกับ "อัซซูรี" อิตาลี อดีตแชมป์เมื่อปี 1964 ซึ่งจะมีขึ้นที่สนามโอลิมปิก กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน ในคืนวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคมนี้ เวลา 01.45 น. ที่ถือเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของคู่นี้ หลังเคยเจอกันมาในเกมนัดแรกของสาย ซี ที่ผลจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1

          อย่างไรก็ตาม อิตาลี อาจตกรอบไปก่อนหน้านี้ หากเกมรอบแรกนัดสุดท้ายของสายนี้ ที่สเปนพบกับโครเอเชีย จบลงด้วยการเสมอกันด้วยสกอร์ 2-2 ซึ่งจะทำให้ทีมอัซซูรีต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านทันที เนื่องจากมีผลเตะ "เฮดทูเฮด" สู้ทั้ง 2 ทีมไม่ได้ ทว่าเกมดังกล่าวสเปนเอาชนะได้ 1-0 ทำให้ทีมอัซซูรีที่ลงเตะในเวลาเดียวกันพิชิตไอร์แลนด์ 2-0 ได้ผ่านเข้ารอบ ก่อนกรุยทางถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

          จากเรื่องดังกล่าว บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือทีมชาติสเปน ออกมากล่าวว่า ทีมกระทิงดุไม่เคยและไม่คิดที่จะเตะแบบล็อกสกอร์เพื่อให้อิตาลีตกรอบ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าเสียใจที่ได้เห็นทีมที่แกร่งอย่างอิตาลีผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แทนที่จะส่งพวกเขากลับบ้านตั้งแต่รอบแรก

          "เราทำในสิ่งที่ต้องทำ ในเกมนัดชิงกับอิตาลีเราจะเล่นด้วยสไตล์ของเรา และผมเชื่อว่าทั้ง 2 ทีมต่างมีโอกาส 50-50 ที่จะเป็นผู้ชนะ"

          เดล บอสเก ซึ่งนำทีมกระทิงดุคว้าแชมป์ยูโรเมื่อ 4 ปีก่อน และแชมป์โลกเมื่อ 2 ปี่ที่ผ่านมา ซึ่งหากเขาสามารถนำทัพสเปนคว้าแชมป์รายการนี้ได้อีกก็จะทำสถิติเป็นชาติแรกของยุโรปที่คว้าแชมป์รายการใหญ่ 3 รายการติดต่อกันทันที กล่าวถึงเกมรอบชิงชนะเลิศที่กำลังจะมีขึ้นว่า ขณะนี้อิตาลีกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี หาทีมที่ลงตัวได้แล้ว โดยเฉพาะแนวรับทั้ง 4 คน ที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่ง และเชื่อว่าทีมอัซซูรีน่าจะใช้ขุนพลชุดเดิมที่เด็ดปีก "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี 2-1 ในรอบตัดเชือกลงสนามทั้งหมด

          นอกจากนี้กุนซือทีมกระทิงดุยังออกมายอมรับว่า ในศึกยูโรครั้งนี้ขุนพลสเปนโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่าที่หลายคนตั้งความหวังไว้ ทว่าด้วยฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา สเปนก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสมควรที่จะก้าวมาถึงรอบชิงชนะเลิศได้เช่นกัน

          "เราอาจไม่ได้เล่นด้วยฟอร์มที่สุดยอด แต่เราก็ครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งตลอดในทุกเกม อย่างเกมกับโปรตุเกส แม้เราจะถูกกองหน้าคู่แข่งอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ นานี กดดันตลอด แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย"

          ขณะที่ เซซาเร ปรันเดลลี กุนซือทีมชาติอิตาลี ออกมายอมรับว่า อิตาลีเป็นรองสเปนในเกมที่กำลังจะมาถึง ซึ่งก็หวังว่าลูกทีมอัซซูรีของเขาจะงัดฟอร์มเก่งออกมาสร้างเซอร์ไพรส์ได้สำเร็จ

          "สเปนเป็นตัวเต็งทั้งในเรื่องของประสบการณ์และทีมเวิร์ก แต่ ณ วินาทีนี้ เราก็เดินทางมาถึงรอบชิง และก็มีโอกาส โดยสิ่งที่เราได้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วก็คือ เวลาที่นักเตะทุกคนสวมเสื้อทีมชาติลงสนาม ทุกคนทุ่มเทให้เกมอย่างเต็มที่ ทำให้ผมเชื่อว่าทุกคนก็ต้องให้เกียรติเราในจุดนี้ ในทุกเวลาที่พูดถึงทีมของเรา"

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------