ข่าว

เลี่ยนชี้เป็นรองกระทิงมั่นใจแชมป์

เลี่ยนชี้เป็นรองกระทิงมั่นใจแชมป์

30 มิ.ย. 2555

ปรันเดลลี กุนซือ "อัซซูรี" ชี้ลูกทีมมั่นใจตัวเองก่อนพิชิต "อินทรีเหล็ก" แต่ยอมรับเป็นรอง "กระทิงดุ" ในนัดชิงชนะเลิศ ขณะที่ เดล บอสเก กุนซือ สเปน ชมแนวรับทำให้ผ่าน โปรตุเกส มา มั่นใจป้องกันแชมป์ได้

          ศึกยูโร 2012 รอบรองชนะเลิศคู่ที่ 2 เมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายน "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี พบกับ "อัซซูรี" อิตาลี ที่สนามกีฬาแห่งชาติกรุงวอร์ซอ โดยเกมนี้ เยอรมนี มีการปรับทัพเอา มาริโอ โกเมซ กลับมาเป็นกองหน้าตัวจริงพร้อมทั้งให้ โทนี โครส ลงมาเล่นริมเส้นทางขวา ขณะที่ อิตาลี ได้ จอร์โจ คิเอลลินี กองหลังตัวหลักฟิตกลับมา 

 

          เกมในช่วงแรกเป็น เยอรมนี ครองบอลทำเกมรุกได้มากกว่า แต่เมื่อถึงนาทีที่ 20 อิตาลี ตั้งหลักได้และได้ประตูนำเมื่อ อันโตนิโอ คาสซาโน พาบอลถึงเส้นหลังทางซ้ายก่อนเปิดให้ มาริโอ บาโลเตลลี โหม่งโล่งๆ ที่หน้าประตูเป็น 1-0 จากนั้นนาทีที่ 36 เกมโต้กลับของ อิตาลี ได้ผล ริคาร์โด มอนโตลิโว วางบอลยาวให้ บาโลเตลลี หลุดเดี่ยวไปยิงเป็น 2-0 และยังรักษาสกอร์ได้จนจบครึ่งแรก

          เข้าครึ่งหลัง เยอรมนี แก้เกมด้วยการให้ มาร์โก รอยส์ กับ มิโรสลาฟ โคลเซ ลงมาแทน ลูคัส โพโดลสกี กับ มาริโอ โกเมซ แต่ อิตาลี ก็ยังเล่นได้อย่างเหนียวแน่น จนช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เยอรมนี ถึงมาได้ประตูตีไข่แตก เฟเดริโก บัลซาเรตติ แบ็กขวาอิตาลีทำแฮนด์บอลเป็นจุดโทษ เมซุท โอซิล สังหารเป็น 1-2 แต่ก็ไล่ไม่ทัน จบเกม อิตาลี ชนะ 2-1เข้าไปพบกับ สเปน ใน รอบชิงชนะเลิศ กลางดึกวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคมนี้ ที่สนามโอลิมปิก เคียฟ ประเทศยูเครน และเป็นการพบกันเองของ 2 ทีมในกลุ่มเดียวกันจากรอบแรก ซึ่งทั้งคู่เสมอกัน 1-1 ในนัดเปิดสนามกลุ่ม ซี

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

          เยอรมนี - มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, มัทส์ ฮุมเมลส์, เฌโรม บัวเต็ง (โธมัส มุลเลอร์ น.72), ซามี เคดิรา, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ลูคัส โพโดลสกี (มาร์โก รอยส์ น.46), เมซุท โอซิล, โทนี โครส, มาริโอ โกเมซ (มิโรสลาฟ โคลเซ น.46)

          อิตาลี - จิอันลุยจิ บุฟฟอน, จอร์โจ คิเอลินี, ลีโอนาร์โด โบนุชชี, อันเดรีย บาร์ซาญี, เฟเดริโก บัลซาเรตติ, ดานิเอเล เด รอสซี, ริคาร์โด มอนโตลิโว (ติอาโก มอตตา น.64), อันเดรีย ปิร์โล, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, อันโตนิโอ คาสซาโน (อเลสซานโดร ดิอามันติ น.57), มาริโอ บาโลเตลลี (อันโตนิโอ ดิ นาตาเล น.70)

 

          หลังจบการแข่งขัน เชซาเร ปรันเดลลี ให้ความเห็นว่าที่ทีมเข้าชิงชนะเลิศก็เพราะมีความเชื่อมั่นในฝีเท้าของตัวเอง แม้ว่าก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นผลงานแย่ และมีปัญหาเรื่องการล้มบอลภายในประเทศตัวเอง แต่เมื่อผู้เล่นในทีมเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองก็ทำให้ผลงานในสนามออกมาได้ดี และเกมรอบรองชนะเลิศก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถเปิดเกมรุกสู้กับเยอรมนี ได้ตลอด 90 นาทีชนิดที่ไม่ต้องไปเน้นการตั้งรับ

          "เราเล่นด้วยความพยายามมาตลอด นั่นคือความแข็งแกร่งของพวกเรา พวกเด็กๆ มั่นใจว่าพวกเขาทำได้มาตลอดในช่วง 2-3 เดือนหลังมานี้ เราแสดงให้เห็นเช่นเดียวกันว่าสามารถบุกสู้กับเยอรมนี ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และพยายามจะครองเกมในสนาม ที่เราทำได้แบบนั้นเพราะว่าเรามีนักเตะที่มีคุณภาพ" ปรันเดลลีเผย

          ขณะที่เรื่องการลุ้นแชมป์ในเกมชิงชนะเลิศกับ สเปน ในวันที่ 1 กรกฎาคมนั้น ปรันเดลลี ยังเชื่อว่า สเปน ยังเป็นทีมที่เป็นต่อ เพราะผู้เล่นในทีมเล่นกันมานาน แม้ว่าก่อนหน้านี้ อิตาลี จะเพิ่งชนะ สเปน มาได้ 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วก็ตาม

          "ทีมเต็งคือสเปน เพราะว่าพวกเขาร่วมงานกันมานานหลายปี และพวกเขาก็เล่นได้เด่นในทุกเกม เราจะต้องเจอกับสุดยอดทีมที่สามารถเล่นในเกมของพวกเขาได้ตลอด และแสดงให้เห็นอย่างนั้นมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา"

          ด้าน โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ของเยอรมนี ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวังที่ไม่ได้เข้าชิงชนะเลิศ แต่ทีมก็ได้ประโยชน์ และได้ประสบการณ์จากทัวร์นาเมนต์นี้มากมาย ซึ่งการจะประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ใหญ่นั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยการพูดเพียงอย่างเดียว แต่ก็ต้องใช้เวลา เกมช่วงครึ่งหลังลูกทีมได้พยายามทุกอย่างแล้ว และเห็นชัดว่าทีมดาวรุ่งชุดนี้เล่นกับทีมชั้นดีได้ทุกทีม ดังนั้นในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลจะกลับมาลุ้นใหม่ และให้ดูตัวอย่าง สเปน ที่ต้องรอคอยมานานกว่าจะได้แชมป์ยูโร 2008 และแชมป์โลก 2010 

          "แม้ว่าทีมจะพัฒนาขึ้นมาในทุกส่วน แต่คุณได้แชมป์เพียงเพราะการพูดไม่ได้ สเปน ต้องรอมานานถึงจะเป็นแชมป์ ในช่วงครึ่งหลังเราทำทุกอย่างที่เราจะเปลี่ยนเกม เราเล่นด้วยใจกันจริงๆ นอกเหนือจากความพ่ายแพ้แล้ว ทัวร์นาเมนต์นี้ดีมาก และมันเป็นกระบวนการของการเรียนรู้ การได้เล่นกับทีมระดับสูงเหล่านี้ มีความห่างกันไม่มาก ทุกวินาทีสามารถตัดสินได้ว่าคุณจะชนะหรือว่าแพ้"

          "ทีมมีความก้าวหน้ามาในช่วง 2 ปีหลัง เราไล่ชาติอื่นๆ ที่อยู่เหนือพวกเราได้ทัน และตอนนี้เราอยู่ในระดับเดียวกับทีมชั้นยอดเหล่านั้น เราอาจจะทำไม่ได้ในวันนี้ แต่จะมีโอกาสอีกในอนาคต เราอยากเข้าชิง และเราก็รู้สึกอย่างนั้นมาตลอด แต่วันนี้ครึ่งแรกเราตามหลัง นั่นเป็นเรื่องที่เราผิดหวัง" เลิฟกล่าว

          ส่วนโอกาสในนัดชิงชนะเลิศนั้นถือว่าโอกาส 50-50 ด้วยกันทั้ง อิตาลี และสเปน เนื่องจาก อิตาลี กำลังเล่นกันได้อย่างมั่นใจ และสเปน เองก็เล่นไม่ได้ดีเหมือนเมื่อครั้งฟุตบอลโลก 2010 ทำให้โอกาสเปิดกว้าง

          "สเปน ไม่ได้แข็งแกร่งในเกมที่ผ่านๆ มาเหมือนกับที่พวกเขาเป็นในปี 2010 ผมคิดว่าโอกาสเปิดกว้างให้ทั้งสองทีม พวกอิตาเลียนจะลงสนามด้วยความมั่นใจจากชัยชนะเหนือ อังกฤษ และตอนนี้ก็พวกเรา"

 

กระทิงมั่นใจป้องแชมป์ ชมแนวรับช่วยผ่านฝอยทอง

 

          ศึกยูโร 2012 รอบรองชนะเลิศคู่แรกคืนวันพุธที่ 27 มิถุนายน ที่สนามดอนบาสส์ อารีนา เมือง โดเนตส์ ประเทศ ยูเครน "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่า ลงสนามพบกัน "ฝอยทอง" โปรตุเกส โดยเกมนี้ สเปน พลิกโผส่ง อัลบาโร เนเกรโด ลงเป็นหัวหอกตัวจริง ขณะที่ โปรตุเกส ปรับเอา ฮูโก อัลเมยดา กองหน้า เข้ามาแทนที่ เฮลเดอร์ ปอสติกา ที่เจ็บ

          เริ่มเกมแค่ 2 นาที โปรตุเกส มีลุ้นก่อน มิเกล เวโลโซ มิดฟิลด์ตัวกลางโปรตุเกส ปั่นลูกเตะมุมด้วยซ้ายเท้าถนัด บอลเลี้ยวเข้าหา อิเคร์ กาซิยาส ผู้รักษาประตูสเปน ต้องปัดทิ้งออกหลัง จากนั้นก็ยังเป็น โปรตุเกส ที่ยังมีลุ้นมากกว่า แต่จังหวะยิงของทั้งสองทีมต่างก็หลุดกรอบไปหมด จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

          เข้าครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 54 สเปน ตัดสินใจปรับเกมถอดเนเกรโดออกและให้ เชส ฟาเบรกาส ลงมาเสริมกลาง ทำให้เกมออกมาสูสีกันมากขึ้น ก่อนที่ช่วงท้ายเกม โปรตุเกส มีโอกาสได้ประตูชัยนาทีสุดท้าย ราอูล เมยเรเลส เล่นบอลโต้กลับเร็วลากบอลจากแดนตัวเอง ก่อนส่งให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ กัปตันทีม หลุดเข้าไปยิงระยะ 16 หลา ทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแต่ก็หลุดกรอบ จบเกมเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาออกไปอีก 30 นาที

          ช่วงต่อเวลาเป็น สเปน ที่เล่นเกมของตัวเองได้ดีกว่านาทีที่ 101 ฆอร์ดี อัลบา แบ็กซ้ายลุยขึ้นหน้าแล้วจ่ายบอลให้ อันเดรส อิเนสตา ปีกซ้าย ได้ยิงระยะ 6 หลา ในกรอบเขตโทษ ทว่า รุย ปาทริซิโอ ผู้รักษาประตูโปรตุเกส ยังไวป้องกันไว้ได้ ตามด้วย นาทีที่ 111 เฆซุส นาบาส ปีกขวาลากลุยแล้วตัดเข้าในยิงมุมแคบ แต่ ปาทริซิโอ ก็ปัดได้ทัน จบ 120 นาที เสมอกัน 0-0 ต้องตัดสินด้วยยิงจุดโทษ โดย 5 คนของ สเปน มี ซาบี อลอนโซ ที่ยิงไปโดนเซฟ ขณะที่ โปรตุเกส เจา มูตินโญ โดนเซฟ และ บรูโน อัลเวส ยิงชนคานทำให้ สเปน ชนะไป 4-2 โดยที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ คนที่ 5 ของ โปรตุเกส ไม่มีโอกาสได้ยิง

          สเปน เข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2012 เป็นทีมแรก รอพบทีมชนะระหว่าง เยอรมนี รองแชมป์เก่า หรือ อิตาลี ต่อไป ส่วนนัดชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคมนี้ ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

          โปรตุเกส : รุย ปาทริซิโอ, ฟาบิโอ โคเอนเทรา, บรูโน อัลเวส, เปเป้, เจา เปเรยรา, เจา มูตินโญ, มิเกล เวโลโซ (คุสโตดิโอ น.106), ราอูล เมยเรเลส (ซิลเวสต์ วาเรลา น.113), คริสเตียโน โรนัลโด้, ฮูโก อัลเมยดา (เนลสัน โอลิเวียรา น.81), นานี

          สเปน : อิเคร์ กาซิยาส, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก, อัลบาโร อาร์เบลัว, ซาบี อลอนโซ, เซร์คิโอ บุสเกตส์, ซาบี เอร์นันเดซ, อันเดรส อิเนสตา, อัลบาโร เนเกรโด (เชส ฟาเบรกาส น.54), ดาวิด ซิลบา (เฆซุส นาบาส น.60)

 

          หลังจบการแข่งขัน บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือของสเปน ออกมาชมนักเตะในแนวรับ ที่ช่วยกันหยุด คริสเตียโน โรนัลโด้ และเกมรุกของโปรตุเกสเอาไว้ได้ แม้ว่าหน้าที่หลักจะเป็นของ อัลบาโร อาร์เบลัว แต่แนวรับคนอื่นๆ ก็ช่วยกันได้ดี ซึ่งถือว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมเข้ารอบมาได้

          "เราไม่ได้อยากตั้งรับ เราอยากเปิดเกมรุกอีกต่างหาก แต่แน่นอนว่าเราปรับปรุงแนวรับของพวกเรา และนั่นก็ต้องขอบคุณคุณภาพผู้เล่นของพวกเรา การหยุด โรนัลโด้ มี อัลบาโรทำหน้าที่หลัก แต่ทุกๆคนก็ช่วยกัน เคราร์ด ปิเก, เซร์คิโอ รามอส, ฆอร์ดี อัลบา พวกเขาทั้งหมดต่างมีเกมที่ยอดเยี่ยม เกมรับช่วยได้มาก และอัลบาโร ก็เล่นได้ดีอย่างที่เขาทำมาตลอดปี"

          ขณะที่เกมโดยรวม เดล บอสเก มองว่าทั้งสองทีมต่างมีโอกาสพอๆ กัน แต่หลังจากที่ส่งตัวสำรองอย่าง เชส ฟาเบรกาส, เฆซุส นาบาส และ เปโดร โรดริเกซ ลงสนามไปทำให้สเปนมีโอกาสลุ้นประตูมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อมาถึงการดวลจุดโทษก็ยอมรับว่ามีโชคมากกว่า

          "ทั้งสองทีมต่างก็มีโอกาสทำประตูกันมากมาย เราต้องปรับปรุงจุดนี้ และผมคิดว่าหลังจาก ฟาเบรกาส, นาบาส และเปโดร ลงสนามไปแล้ว เราสร้างปัญหาให้พวกเขาได้มากขึ้น นักเตะเหล่านี้มีความสำคัญมากขึ้นในทุกนัด ช่วงต่อเวลาเห็นได้ว่าพวกนักเตะมีประสบการณ์ในการเล่น โปรตุเกสก็มีเกมรับที่ดี เราไม่มีโอกาสมากนักแต่ก็ถือว่าสูสีกัน ผมคิดว่าช่วงต่อเวลานั้นต่างออกไป และแล้วเราก็มีโชคนิดหน่อยในการยิงลูกโทษ ผมอยากจะแสดงความยินดีกับโปรตุเกสด้วยกับการที่พวกเขาเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เราเป็นทีมที่โชคดีกว่าในคราวนี้" เดล บอสเก เผย

          ส่วนการได้เข้าไปป้องกันแชมป์ เดล บอสเก มั่นใจว่าทีมจะทำผลงานได้ดีขึ้นอีก หลังจากที่ผ่านเกมหนักกับโปรตุเกส มาได้แล้ว เรื่องความพร้อมไม่ว่าจะชิงกับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี หรือว่า "อัซซูรี" อิตาลี ก็ไม่หนักใจ เนื่องจากขุมกำลังแนวรับกำลังลงตัว และในทีมก็มีตัวสำรองที่พร้อมจะแก้เกมได้ตลอดเวลา

          ขณะที่ เปาโล เบนโต โค้ชทีมชาติโปรตุเกส ไม่เสียใจกับผลการแข่งขัน และผลงานของลูกทีมที่ออกมา และการที่วางให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ ยิงลูกโทษเป็นคนสุดท้าย ก็ถือว่าเป็นแผนที่วางเอาไว้แล้ว จึงน่าเสียดายที่ทีมแพ้ไปซะก่อน

          "เราวางแผนกันไว้ หากว่าสกอร์เป็น 4-4 และเขาได้ยิงคนสุดท้าย เราคงพูดกันอีกเรื่อง มันเป็นแผนที่เราวางกันไว้ก่อนแล้ว เราทำไม่สำเร็จ แต่ผมก็ไม่เสียใจใดๆ ทั้งนั้น เราต้องมองไปข้างหน้า และเตรียมพร้อมผู้เล่นของพวกเรากับฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ผู้เล่นทุกคนเหนื่อยล้าหลังจาก 120 นาที เราซ้อมยิงลูกโทษกันมากในการซ้อม และเราก็ตัดสินใจว่าจะให้ใครยิงบ้าง เมื่อ สเปน ชนะ และเราไม้ได้เข้าชิงชนะเลิศ ผมก็ยังภูมิใจกับการเล่นของทีมที่ออกมา"

          "ผมคิดว่าเราทำได้ดีกว่าในช่วง 90 นาที จากนั้นช่วงต่อเวลา เราลดความสม่ำเสมอลงไป เราไม่สามารถทำประตูได้ และเมื่อเราใช้โอกาสของพวกเราไม่ได้ สเปน ก็แข็งแกร่งขึ้น เราปล่อยให้พวกเขาเล่นในแดนของพวกเราในช่วงต่อเวลา แต่ใน 90 นาทีแรกแล้ว เราน่าจะตัดสินเกมไปแล้วเพราะว่าเรามีโอกาสที่ดีมากๆ ในช่วงครึ่งแรก รวมทั้งช่วงท้ายครึ่งหลัง เราไม่ได้แพ้เพราะปัจจัยในเกม แต่แพ้เพราะว่า สเปน มีความแน่นอนมากกว่ากับการยิงลูกโทษของพวกเขา"

          "ผมไม่อยากจะพูดถึงเรื่องดวงมากนัก แต่เราไม่มีโชคกันจริงๆ ระหว่างที่เล่นทัวร์นาเมนต์นี้ และผมหวังว่าวันหนึ่งเราจะมีโชคมากกว่านี้ เรามีทัวร์นาเมนต์ที่ดีมาก หากว่าคุณมองไปที่การเล่นของเรากับทีมอย่าง เยอรมนี, ฮอลแลนด์, เดนมาร์ก สาธารณรัฐเช็ก ตอนนี้เราสู้กับทีมใดก็ได้ในทัวร์นาเมนต์ไหนก็ได้" เบนโต กล่าว

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------