
ทล.เข้มบรรทุกนน.เกินจับคุก1ปียึดรถ
ตร.ทางหลวง ประชุมดีเดย์ กวดขันเพิ่มขึ้น ปราบรถบรรทุกเกินน้ำหนัก - ส่วยสติ๊กเกอร์ทุกรูปแบบ ตั้งเป้า 1 เดือนต้องเห็นผล คนขับถูกจับรับโทษสูงสุด จำคุก 1 ปี หรือยึดรถ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. 55 พ.ต.อ.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รองผบก.ทล.รักษาราชการแทน ผบก.ทล. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตั้งแต่ รองผบก. - สว.ทั้งหมด 8 กองกำกับการ และ 48 สถานี เพื่อทำความเข้าใจบังคับใช้ข้อกฎหมายปราบปรามส่วยรถบรรทุก หลังมีม็อบรถบรรทุกปิดถนนสายเอเชีย เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนตัว ผบก.ทล. เพราะเห็นว่าปล่อยปละละเลยรถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งบนถนนหลวง โดยรถบรรทุกเหล่านั้นติดสินบนเจ้าหน้าที่ หรือมีส่วยสติ๊กเกอร์
พ.ต.อ.อภิชิต กล่าวว่า ปกติกองบังคับการตำรวจทางหลวงจะมีการประชุมทุกเดือนอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ได้ประชุมเพื่อมอบนโยบายในการปราบปรามรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งอาจจะมีเรื่องของสินบนเข้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากที่ พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผบก.ทล.แสดงความบริสุทธิ์ใจ ย้ายตัวเองไปช่วยราชการที่กองบัญชาการสอบสวนกลางเป็นเวลา 30 วัน หลังมีม็อบรถบรรทุกประท้วงเรียกร้องให้เปลี่ยนตัว ผบก.ทล. เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบการทำงานได้อย่างเต็มที่ พล.ต.ต.นรบุญ จึงสมัครใจไปเอง แต่ยังฝากนโยบายการปราบปรามการกระทำผิดทุกรูปแบบที่หน่วยงานของตำรวจทางหลวงดูแลอยู่ โดยเฉพาะการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนบนถนนหลวง
พ.ต.อ.อภิชิต กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ก.ค. นี้จะเป็นการเริ่มการกวดขันจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน และได้กำชับผู้ปฏิบัติงานตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาลงไปทุกหน่วยทุกสถานีให้มีผลงานตามเป้าหมาย รวมถึงเรื่องส่วยเรื่องสติ๊กเกอร์ หากหน่วยไหนผลงานไม่ได้ตามเป้าต้องโดนคาดโทษตั้งแต่ ผกก.ลงไป และหากตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคนไหนเกี่ยวข้องกับส่วยสติ๊กเกอร์ หรือรู้เห็นแต่ปล่อยปละละเลย จะถูกลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาดและจะถูกดำเนินคดีอาญาด้วย ซึ่งหากตรวจสอบพบว่า เกี่ยวข้องมีหลักฐานชัดเจนจะต้องถูกให้ออกจากราชการทันที ถ้าหลักฐานไม่มากพอเอาผิดได้ ก็จะทำเรื่องย้ายออกนอกหน่วย เพื่อไม่ให้เป็นจุดด่างดำของตำรวจทางหลวง
"อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า ตำรวจทางหลวงเองไม่ได้นิ่งนอนใจ หรือปล่อยปละละเลย ยังคงทำงานกันอย่างเต็มที่ ทุกวันนี้ยังมีการจับกุมคดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขนยาเสพติด หรือรถบรรทุกน้ำหนักเกิน หรือผิดกฎหมายในด้านต่าง ๆ ยังคงมีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง จากสถิติในหนึ่งปีมีรายงานการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินจำนวนมาก สถิติต่อเดือนก็มากกว่า 100 ครั้ง แต่ครั้งนี้จะกวดขันมากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ภายใน 1 เดือนต้องเห็นผล หากจับกุมรถที่บรรทุกเกินคนขับต้องรับโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี หรือถึงขั้นยึดรถ ดังนั้นแล้วทุกหน่วยต้องมีผลงานตามเป้าที่วางไว้"



