ข่าว

'บิ๊กอ๊อด'ไม่รู้'ขุนค้อน'อยากถอนปรองดอง

'บิ๊กอ๊อด'ไม่รู้'ขุนค้อน'อยากถอนปรองดอง

29 มิ.ย. 2555

"บิ๊กอ๊อด" ไม่รู้ “ขุนค้อน” อยากถอนปรองดองฯ อ้าง รอ “ข่าวกรอง” ประเมินก่อน ยัน สถานการณ์ไฟใต้ดีขึ้น พร้อมขู่ ตัดงบกระทรวงที่ไม่ทำตามแผนยุทธศาสตร์ร่วม ชี้ ไม่จำเป็นต้องถก "นาซา" ในสภาแล้ว "ลั่น" ไม่ถอนทหารออกจาก “พระวิหาร”

          วันที่ 29 มิ.ย.55  พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า จะมีการเจรจาให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ว่า เรื่องดังกล่าวตนยังไม่ทราบ แต่ในวันเดียวกัน (29 มิ.ย.) ตนกำลังจะประชุมร่วมกับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ โดยข่าวกรองจะชี้แจงให้ทราบว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร

 


บิ๊กอ๊อด” ยัน สถานการณ์ไฟใต้ดีขึ้น

 
          พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวถึงสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังรุนแรงอยู่ว่า ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นทุกวัน แต่ที่เกิดเหตุฆ่ากันตายทุกวันเป็นเพราะผู้ก่อการความไม่สงบใช้โอกาสทำลายเป้าหมายที่อ่อนแอ ซึ่งคือ ประชาชนที่ไม่รู้เรื่อง แต่วันนี้กลุ่มนี้ก็เสียความรู้สึกด้านจิตวิทยาไปมาก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพื้นที่ต่างๆ ที่หน่วยทหารดูแลอยู่สามารถรักษาไว้ได้หมด จะเห็นได้ว่างานกาชาดที่จัดใน 3 จังหวัดสามารถดำเนินงานราบรื่นโดยไม่มีเหตุรุนแรงเลย การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ก็กำลังดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน ในวงประชุมทั้ง ศอ.บต.และกอ.รมน.ก็เห็นตรงกันว่าต้องให้แต่ละกระทรวงเข้าไปดำเนินการ ซึ่งมีเวลาให้ทำอีก 3 เดือน ถ้าไม่ปฏิบัติงบประมาณที่จะใช้ใน 3 จังหวัดจะคืนให้รัฐบาลเพื่อนำไปใช้ในเรื่องที่สำคัญตามยุทธศาสตร์ร่วมต่อไป ต้องเอาจริง
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า เงื่อนไขความร่วมมือของแต่ละกระทรวงดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ตอบว่า แต่ละกระทรวงเข้าใจภารกิจของตนเองแล้ว และนายกฯก็เอาจริงเรื่องนี้ ถ้าแต่ละกระทรวงไม่ทำตามแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์ร่วมที่ตกลงกันไว้ สิ้นปีจะคืนงบประมาณทั้งหมด เพราะต้องการนำงบประมาณมาทำในเรื่องที่เรามีความต้องการสำคัญๆ เช่น จะจัดหาซีซีทีวีให้ครบ ในทุกจุดที่เราต้องการ ในพื้นที่ภาคใต้ ตลอดจนการสร้างทางในพื้นที่ ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกได้แนะนำให้ซ่อมก่อนเพราะใช้เวลาน้อย โดยกำชับให้ซ่อมทางให้ดีและให้สามารถปลอดภัยจากกับระเบิด แต่การเปลี่ยนงบประมาณที่จะนำไปใช้ในจังหวัดอื่นเราจะไม่ยอมเด็ดขาด ที่ผ่านมาพองบฯเหลือจะเอาไปสร้างถนนในจังหวัดอื่นซึ่งไม่ได้
 
          เมื่อถามถึงกรณีที่มีครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกร้องเงินเยียวยารายละ 7 ล้านบาท รองนายกฯระบุว่า เรื่องนี้ศอ.บต.เริ่มพิจารณาความยุติธรรมในการเยียวยาแล้ว โดยจำนวนเงินพยายามพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรมทุกส่วน รวมถึงตากใบ กรือเซะที่ร้องเรียนมาด้วย และเมื่อเงินเยียวยาผ่านที่ประชุมแล้วก็จะเป็นมาตรฐานต่อไป




ชี้ ไม่จำเป็นต้องถก “นาซา” ในสภาแล้ว

  
          รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการหลังจากที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ยกเลิกภารกิจใช้สนามบินอู่ตะเภาในศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า คงต้องดูว่าปีหน้าเขาจะติดต่อมาอีกหรือไม่ ถ้านาซาสนใจก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ในปีหน้า แต่ปีนี้ผ่านไปแล้วต้องปล่อยผ่านไปก่อน ถ้าจะขอมาอีกก็ต้องใช้เวลาพอประมาณ นาซาต้องรู้ถึงสถานภาพประเทศไทย การขอกระทันหันไม่ได้แล้ว ต้องขอล่วงหน้า เพื่อดำเนินตามกรรมวิธีของรัฐบาลให้สามารถทำได้ถูกต้องและทันเวลาที่มาสำรวจต่อไป
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนาซายกเลิกภารกิจแล้ว ขั้นตอนในสภายังจำเป็นอยู่อีกหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเรื่องนี้ถอนออกไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอภิปราย หากขอมาอีกครั้งหนึ่งก็ต้องเอาเข้าสภา คงไม่มีการพิจารณาล่วงหน้า เพราะถ้าเขาไม่ขอมันก็ไม่มีประโยชน์ จะเป็นการพิจารณาเก้อ เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดการทำรายละเอียดของทั้งของกองทัพและสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จึงช้า พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลสมช.ที่เอามาพูดกันเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว และก่อนที่จะมีการประชุมครม.สัญจรที่จ.ชลบุรีด้วย ซึ่งเป็นข้อมูลของหน่วยปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อมูลของฝ่ายนโยบาย แต่เมื่อได้มีการชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็ไม่เป็นข้อมูลที่ต้องกังวล
 
          “เรื่องที่บอกว่า ข้อกังวลสมช.หรือกองทัพเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติหรือแก้ไข เป็นระดับเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ระดับนโยบาย ฝ่ายค้านไปยกเอาความรู้สึกของฝ่ายปฏิบัติมาอ้างในเรื่องนโยบาย เมื่อฝ่ายปฏิบัติได้รับทราบเรื่องนโยบายในวันที่นายกฯเรียกประชุมที่รร.รอยัลคลิฟ โฮเต็ลกรุ๊ป ที่พัทยาวันนั้น แล้วหน่วยปฏิบัติก็หมดปัญหา สามารถที่จะปรับในเรื่องของการปฏิบัติได้ เรื่องนี้ก็คาเป็นหลักฐาน ซึ่งไม่รู้ว่าใครส่งไปให้อีกฝ่าย ข้อมูลภายในสมช.หลุดออกไปได้ ก็เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบภายใน” รองนายกฯระบุ
 
          เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะเป็นบทเรียนต่อไปหรือไม่ การที่จะไปตกลงกับใครต้องรีบนำกลับมาพิจารณากันให้ชัดเจนก่อน รองนายกฯ ตอบว่า แน่นอน ครั้งนี้สหรัฐได้มาติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเร็วๆ มานี้ กระทรวงก็รีบร้อนนำเข้าครม.แต่เวลามันไม่พอ ปีต่อไปหากยังมุ่งหมายก็ต้องให้เวลา ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รับคำท้าดีเบตกับรมว.กลาโหมนั้น ตนไม่ทราบเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้ง 2 คน


"บิ๊กอ๊อด" ลั่น ไม่ถอนทหารออกจาก “พระวิหาร”


          พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเขาพระวิหารว่า เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมามีการประชุมของคณะทำงานในการปฏิบัติตามข้อสังเกตและคำสั่งของศาลโลก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการสรุปรายงานมา เพียงแต่สำเร็จไปในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การถอนทหารจะต้องดูแลเรื่องระเบิดที่ฝังในดินก่อน โดยเห็นว่าควรมีการเคลียร์เรื่องนี้ก่อน ต้องดำเนินการทีละขั้นตอน
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทันกับที่ศาลโลกพิจารณาหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ศาลโลกต้องรับรู้ว่าขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างนี้ จะไปนั่งมองโดยไม่ดูพื้นที่จริงคงไม่ได้ การที่จะถอนหรือปรับกำลังโดยที่กับระเบิดยังอยู่ในพื้นที่มันก็เป็นอันตรายต่อประชาชน