
รถหรือคน..ค้น'อาวุธ'ไม่เข้าเป้า
รถหรือคน..ค้น'อาวุธ'ไม่เข้าเป้า : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ผู้คนในสังคมเกิดคำถามมากมายว่า ทำไมใครๆ จึงได้พกอาวุธไปไหนมาไหนได้อย่างสบาย และสามารถลงมือก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย อย่างล่าสุด นักเรียนใช้อาวุธปืนไล่ยิงคู่อริบนรถโดยสารประจำทางสาย 59 จนมีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีก 2 คน หรือคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์แล้วใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ด่านตรวจของ สน.พลับพลาไชย จนทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย...การเกิดเหตุทำนองนี้ หลายต่อหลายครั้งนำมาสู่การแก้ปัญหาแบบ "วัวหายล้อมคอก"?!!
ครั้งนี้ก็เช่นกัน กองบังคับการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีการระดมกวาดล้างจับกุมอาวุธปืน รวมถึงการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธในแต่ละท้องที่กันอย่างเข้มงวด โดยนำ "รถโมบายเอกซเรย์เคลื่อนที่" มาร่วมตรวจค้นอาวุธปืนด้วย ในช่วงเวลา 23.00-03.00 น. ระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน ที่ผ่านมา
"คม ชัด ลึก" ได้ลงพื้นที่ร่วมตรวจค้นอาวุธ ดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ สน.ปทุมวัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บริเวณสี่แยกปทุมวัน หน้าศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งหลักๆ ก็เป็นการตรวจค้นตามปกติ, มีจุดคัดกรองที่จะมีเจ้าหน้าที่คัดรถยนต์ที่ต้องสงสัยให้เข้ามาจอดชิดซ้าย ก่อนเชิญเจ้าของลงจากรถ และขออนุญาตตรวจค้นตัว
ก่อนจะให้ผู้ช่วยอย่าง "รถโมบายเอกซเรย์เคลื่อนที่" ซึ่งมีลักษณะรถแวน ปิดทึบทั้งสี่ด้าน ด้านหน้าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการอยู่ 2 นาย วิ่งผ่านรถต้องสงสัยที่กันไว้ประมาณครั้งละ 4-5 คัน เมื่อรถวิ่งผ่านรถต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ในรถก็จะกดปุ่มปล่อยคลื่นรังสี สแกนตัวรถยนต์ เมื่อสแกนแล้วภาพก็จะถูกประมวลผลที่ระบบคอมพิวเตอร์ ก่อนจะปรากฏภาพบนหน้าจอมอนิเตอร์ที่อยู่ด้านในรถเอกซเรย์ ภาพที่ได้จะเหมือนฟิล์มเอกซเรย์ทั่วไป โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยมองหาวัตถุต้องสงสัยจากภาพที่ปรากฏ เมื่อพบความผิดปกติหรือสิ่งต้องสงสัย ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม
พ.ต.อ.ชยพจน์ หาสุณหะ รอง ผบก.ปส.2 บช.ปส. กล่าวว่า การตรวจอาวุธด้วยรถนี้จะเห็นได้ชัดทั้งจากรูปร่าง ถ้ามีการพกอาวุธก็จะพบได้ชัดเจน แต่สิ่งที่สำคัญคือการคัดรถต้องคัดว่ารถนี้เป็นรถน่าสงสัย คนคัดมีส่วนสำคัญมาก พอมาตรวจแล้วโอกาสน่าจะเป็นรถคันไหน รถโมบายเป็นเพียงผู้ช่วยให้สะดวกรวดเร็วในการตรวจเท่านั้น
ทั้งนี้ รถโมบายเอกซเรย์คันดังกล่าวราคา 42 ล้านบาท เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2545 สมัยที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เป็น ผบช.ปส. ใช้ในการตรวจหายาเสพติดประจำด่านตามเส้นทางลักลอบขนยาเสพติด ข้อดีของรถโมบายเอกซเรย์เคลื่อนที่ จะช่วยให้เห็นวัตถุแปลกปลอมในรถ โดยไม่ต้องไปรื้อค้นภายในตัวรถเพื่อไม่ให้รถเสียหาย ส่วนเวลาสแกนจะต้องให้คนออกจากรถก่อน เพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี
พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.น. กล่าวว่า ในอนาคตมีแผนที่จะนำรถโมบายเอกซเรย์มาใช้เพิ่มเติมนอกจากการตั้งด่านตรวจ อาจนำไปใช้ในการตรวจตามจุดต่างๆ อาทิ ลานจอดรถตามศูนย์การค้า หรือสถานบันเทิง เมื่อเจอวัตถุต้องสงสัยก็รอเจ้าของรถมาแล้วตรวจ และเน้นย้ำให้การตั้งด่านตรวจนี้ ต้องไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจากการตรวจค้นอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
หลังจากครบกำหนดการตรวจเข้มกวาดล้างอาวุธปืนและคดีค้างเก่าในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน ที่ผ่านมา พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ยอมรับว่า ผลการจับกุมในรอบ 5 วันที่ผ่านมา "ยังไม่น่าพอใจ" แถมยังคาดโทษพื้นที่ที่ไม่มีการจับกุมตรวจค้นอาวุธอีกด้วย เนื่องจากเชื่อว่าในพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจนครบาลมีอาวุธปืนมากกว่านี้ ส่วนผลการระดมกวาดล้างครั้งนี้ สามารถจับกุมและยึดอาวุธปืนสั้น และอาวุธปืนสงคราม เช่น เอ็ม16 ปืนไรเฟิล รวม 234 กระบอก ซึ่งพบว่าเป็นปืนไม่มีทะเบียน 122 กระบอก พร้อมทั้งยึดเครื่องกระสุนได้อีกจำนวนมาก
ส่วนรถโมบายเอกซเรย์เคลื่อนที่ในการตรวจอาวุธ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ยังคงให้นำมาใช้ตรวจอาวุธต่อไป ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำให้กองบังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 นำรถดังกล่าวไปใช้เน้นตั้งจุดตรวจบริเวณจุดจอดรถของสถานบันเทิงทั่วไป
นับจากนี้ต้องคอยจับตาดูว่า พื้นที่ความรับผิดชอบของแม่ทัพเมืองหลวงคนล่าสุด จะปลอดจากอาวุธปืนเถื่อนได้หรือไม่?!!
.......
(หมายเหตุ : รถหรือคน..ค้น'อาวุธ'ไม่เข้าเป้า : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



